วันจันทร์ที่ 6 ม.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 118 ปี ชาตกาล “พระครูพนาภินันท์” หรือ “หลวงปู่ลี อุตตโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดเอี่ยมวนาราม ต.คำเจริญ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี พระสายวิปัสสนา ศิษย์พระอาจารย์เสาร์ กันตสีโล-พระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า
เกิดในสกุล จุใจล้ำ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 ม.ค.2449 ที่บ้านเลขที่ 82 หมู่ที่ 9 บ้านฮี ต.ขุหลุ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ครอบครัวเป็นเกษตรกร
การศึกษาสำเร็จวิชาสามัญชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนบ้านอนันต์ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ เนื่องจากไปอาศัยอยู่กับอาที่รับราชการครู
อายุ 19 ปี บรรพชาที่วัดศรีบุญเรือง อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 16 มี.ค.2468
ต่อมาอายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทเมื่อวันที่ 20 ก.ค.2469 มีพระอธิการพันธ์ วัดราษฎร์ประดิษฐ์ อ.ตระการพืชผลเป็นพระอุปัชฌาย์
ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท ในสำนักเรียนวัดโพธิ์ชัย อ.ตระการพืชผล ปีพ.ศ.2480-2481
พ.ศ.2482 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์พระครูสามัญชั้นตรี ที่พระครูพนาภินันท์ และปีพ.ศ.2524 เลื่อนเป็นพระครูชั้นโท ในราชทินนามเดิม

หลวงปู่ลี อุตตโร
ลำดับการปกครอง พ.ศ.2475 ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง อ.ตระการพืชผล และดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลกระเดียน พ.ศ.2500 จึงได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดเอี่ยมวนาราม บ้านม่วงเดียด อ.ตระการพืชผล
ภายหลังชราภาพจึงลาออกจากตำแหน่งพระอุปัชฌาย์และเจ้าคณะตำบลกระเดียน
สำหรับวัดเอี่ยมวนารามเป็นวัดป่าธรรมชาติ และเป็นสำนักวิปัสสนากรรมฐานสำคัญของ อ.ตระการพืชผล สภาพวัดร่มรื่นมีน้ำล้อมรอบ เหมาะสำหรับพระนักปฏิบัติและผู้แสวงหาความสงบ ผู้ที่อุปถัมภ์สำคัญคือ นายง้วนเอี่ยม พ่อค้าชาวไทยเชื้อสายจีน
เป็นพระสายปฏิบัติที่เคร่งครัดพระวินัยรูปหนึ่งของภาคอีสาน ด้วยความที่เป็นพระซึ่งรักความสงบ สมถะ ชอบป่า จึงได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ “พระครูพนาภินันท์” อันมีความหมายว่า “มีความรักความผูกพันกับป่า”
เคยธุดงค์ไปตามป่าเขาทั้งในประเทศทั่วทุกภาคและข้ามไปถึงประเทศลาว แถบแขวงจำปาสัก แขวงสะหวันนะเขต รวมทั้งเดินเลยทะลุเข้าไปในประเทศกัมพูชา
ด้วยความตั้งใจจะเอาจริงและเอาดีทางเจริญวิปัสสนาให้ได้ จึงเข้าฝากตัวเป็นศิษย์หลวงปู่เสาร์ และหลวงปู่มั่น รับการฝึกวิชาวิปัสสนากรรมฐาน
สามารถนั่งวิปัสสนานานถึง 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน 2 คืนติดต่อกัน
อีกทั้งเป็นพระนักพัฒนาที่น่ายกย่องคือ พัฒนาทั้งศาสนวัตถุ ศาสนบุคคล และศาสนธรรม
ผลงานสำคัญ อาทิ เป็นประธานสร้างอุโบสถวัดบ้านฮีวัดบ้านเวียง และวัดเอี่ยมวนารามแล้ว ยังบริจาคทรัพย์ส่วนตัวและร่วมกับข้าราชการ พ่อค้า ประชาชน สร้างตึกหลวงปู่ลี อุตตโร (พระครูพนาภินันท์) มอบให้โรงพยาบาลตระการพืชผล
ส่งเสริมการศึกษาทั้งทางโลกและทางธรรม สละทรัพย์ตั้งทุนมูลนิธิวิทยาลัยอุบลราชธานี วัดมหาวนาราม และให้ทุนส่งเสริมปริยัติธรรม แผนกธรรม-บาลี สำนักเรียนวัดบ่อชะเนง อ.หัวตะพาน วัดศรีโพธิ์ชัย อ.ตระการพืชผล และอื่นๆ
เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2544 มีอาการอาพาธ ศิษยานุศิษย์และญาติโยมจะพาท่านไปรักษาที่โรงพยาบาลตระการพืชผลแต่ไม่ยอมไป พร้อมกล่าวเป็นนัยว่า “แก่มากแล้ว รักษาก็ไม่หาย”
วันที่ 9 มี.ค.2545 ศิษย์ทั้งหลายก็นำเข้าโรงพยาบาลจนได้ เมื่ออาการอาพาธทรุดหนักจนน่าเป็นห่วง ถัดมา 2 วันแม้อาการไม่ดีขึ้นแต่สติของท่านมั่นคง และขอให้ศิษย์นำกลับวัด
สุดท้ายละสังขารด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 12 มี.ค.2545 ด้วยวัย 96 ปี พรรษา 76