ใจกลางกรุงบริเวณถนนพระราม 6 ใกล้แยกอุรุพงษ์ สังเกตดีๆ จะมองเห็นพระอารามหลวงแห่งหนึ่งคือ “วัดบรมนิวาส” เลขที่ 2 ซอย 15 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ
วัดแห่งนี้มีนามเดิมว่า วัดบรมสุข ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้าง มีเพียงตำนานเล่าขานสืบมาว่า ผู้สร้างพระอารามถึงแก่กรรมในสงครามเขมร ทายาทจึงน้อมเกล้าฯ ถวายไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งยังทรงพระผนวช และประทับจำพรรษาที่วัดบวรนิเวศวิหาร

มีบันทึกในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ฉบับพระยาทิพากรวงค์ และปรากฏในจารึกดวงชะตาฤกษ์สร้างวัดบรมนิวาส บนแผ่นทองแดงสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ฐานพระทศพลญาณ พระพุทธปฏิมาประธานประจำวัดบรมนิวาส บันทึกไว้ว่า วัดบรมนิวาสราชวรวิหารสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2377
เมื่อแรกเริ่มสถาปนาวัดบรมนิวาส ชาวบ้านต่างเรียกกันว่า วัดนอก เนื่องจากตั้งอยู่นอกกำแพงพระนคร อันเปี่ยมไปด้วยความสงบสงัด เป็นที่พอพระราชหฤทัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 จึงมีพระราชประสงค์ที่จะสถาปนาเป็นพระอารามหลวงฝ่ายธรรมยุติกนิกาย ฝ่ายอรัญวาสี เคียงคู่กับวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งทรงสถาปนาเป็นพระอารามหลวงธรรมยุติกนิกาย ฝ่ายคามวาสี ที่เน้นการศึกษา “คันถธุระ” ชาวบ้านเรียกว่า วัดใน เนื่องจากตั้งอยู่ในกำแพงพระนคร จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้บูรณปฏิสังขรณ์ และพระราชทานนามใหม่ว่า วัดบรมนิวาส

ภายในวัด นอกเหนือจากเสนาสนะ ตลอดจนปูชนียวัตถุที่ทรงคุณค่า พระอุโบสถเป็นอาคารรูปแบบสถาปัตยกรรมก่ออิฐถือปูน ทำเสาพาไลรอบอาคาร ประดับเครื่องบนอย่างไทย ลวดลายซุ้มประตูหน้าต่างอย่างเทศ หน้าบันปรากฏตราพระมหามงกุฎ อันเป็นพระราชลัญจกรในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้สถาปนาวัด
ภายในพระอุโบสถประดิษฐานพระทศพลญาณ พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะสุโขทัย เบื้องหน้าองค์พระประดิษฐานรูปหล่อพระโมคคัลลานะ และพระสารีบุตรยืนประณมมือสักการะ

นอกจากนี้ ยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังฝีมือ “ขรัวอินโข่ง” จิตรกรชั้นครูผู้บุกเบิกวิธีการเขียนภาพตามแบบอย่างตะวันตก ซึ่งได้รังสรรค์ศิลปะไว้มากมาย โดยเฉพาะในพุทธศาสนสถานต่างๆ อาจเรียกได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของจิตรกรรมไทย ที่นำศิลปะการวาดภาพแบบตะวันตก ทั้งหลักทัศนวิทยา แสงเงา มิติ ประยุกต์ใช้กับงานจิตรกรรมไทยอย่างเต็มรูปแบบ

บริเวณอาคารในเขตพุทธาวาส มีพระเจดีย์ตั้งอยู่กลังพระอุโบสถ เป็นเจดีย์ทรงกลมฐานสี่เหลี่ยม มีบันไดด้านข้างขึ้นสู่ลานระเบียงล้อมพระเจดีย์ภายในพระเจดีย์ทำเป็นห้องประดิษฐานพระเจดีย์จำลองหล่อโลหะ ซึ่งสันนิษฐานว่าอาจบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ มีระเบียงคด สร้างล้อมพระเจดีย์เพียงสามด้าน คือด้านข้างและด้านหลัง และเป็นส่วนหนึ่งของกำแพงล้อมเขตพุทธาวาส

บริเวณหน้าพระอุโบสถมีหอกลองและหอระฆัง เป็นอาคารทรงมณฑปยอดปรางค์ ประดับตรีศูลบนยอดหน้าบันประดับกระเบื้องเคลือบแบบจีนบนพื้นแดง สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2466

บริเวณท่าน้ำคลองแสนแสบ มีศาลาโถงตรีมุขแบบสถาปัตยกรรมไทยประเพณี สร้างจากไม้ตะเคียนทองทั้งหลัง มีช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ด้วยไม้ประดับกระจก ด้านหน้าลงรักปิดทอง ฉลุลาย ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นสถานที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่ง เมื่อเสด็จพระราชดำเนินมายังบรมนิวาส

ศาลาอุรุพงษ์ที่มีอายุกว่า 100 ปี ที่เจ้าจอมมารดาเลื่อนสร้างเพื่ออุทิศถวายเป็นพระราชกุศลพระองค์เจ้าชายอุรุพงษ์รัชสมโภช เป็นพระราชปิโยรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ 5 ปัจจุบันเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธพิชิตมารมัธยมพุทธกาล พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่งของวัดบรมนิวาส

วัดบรมนิวาสยังเป็นสถานที่จำพรรษาของพระเกจิอาจารย์รูปสำคัญ อาทิ พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) อดีตเจ้าอาวาส และ พระครูวินัยธรมั่น ภูริทัตโต เคยพำนักจำพรรษาที่วัดแห่งนี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นเสนาสนะอันทรงคุณค่าทั้งสิ้น
ถ้าหากมีเวลาควรหาโอกาสมาเยือน เยี่ยมชม ไหว้พระที่วัดแห่งนี้