“หลวงตาละมัย สุธัมโม” หรือ “พระวรญาณมุนี” เจ้าอาวาสวัดอรัญญิก อ.เมือง จ.พิษณุโลก พระเถราจารย์ที่ขึ้นชื่อในด้านวิทยาคม
มีนามเดิมว่า แจ่ม บุญประสิทธิ์ แต่คนทั่วไปนิยมเรียก ละมัย เกิดเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.2473 ที่บ้านหัวแท หมู่ที่ 8 ต.บ้านกร่าง อ.เมือง จ.พิษณุโลก

ในวัยเยาว์ ครอบครัวย้ายไปประกอบอาชีพค้าขายที่ตลาดสบตุ๋ย ข้างสถานีรถไฟ อ.เมือง จ.ลำปาง ตรงกับช่วงเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ลำบากยากแค้นมาก
ครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 สงบลง ครอบครัวย้ายกลับมาบ้านเกิดพิษณุโลก ในช่วงเหตุการณ์หลังสงครามลุงจวนได้นำหลานชายไปฝากกับหลวงตาอิ่ม ธัมมกาโม ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
เมื่ออายุครบ 20 ปีเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2493 ที่พัทธสีมาวัดจอมทอง ต.จอมทอง อ.เมือง โดยมีพระราชรัตนรังษี อดีตเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์

ศึกษาเล่าเรียนเพิ่มเติมในด้านพระปริยัติธรรม แผนกธรรมและแผนกบาลีไปพร้อมกัน ในแผนกธรรมเรียนจบนักธรรมชั้นเอก ส่วนแผนกบาลี ประสบปัญหาในเรื่องความจำ ทำให้ต้องยุติความพยายามที่ทุ่มเทมาหลายปี
ขอคำปรึกษาจากพระพิษณุบุราจารย์ (แพ พากุโล) เจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร โดยได้รับคำแนะนำให้เปลี่ยนมาศึกษาด้านวิปัสสนากัมมัฏฐานแทน ฝึกปฏิบัติรักษาอารมณ์ ทำจิตใจให้สงบ
จึงมุ่งมั่นฝึกปฏิบัติอย่างจริงจัง และยังได้มีโอกาสรับการถ่ายทอดความรู้ในด้านวิทยาคม การปลุกเสก ลงเลขยันต์ ทำน้ำพระพุทธมนต์ตามวิธีการแบบโบราณจารย์อย่างสมบูรณ์จากพระพิษณุบุราจารย์ด้วย ทำให้เกิดความชำนาญ ทั้งในด้านการอ่านและเขียนอักขระขอม การเจริญภาวนาวิปัสสนากรรมฐาน บรรยายธรรม และก่อสร้าง
หลังจากได้ศึกษาและปฏิบัติในด้านวิปัสสนากรรมฐาน มีโอกาสออกเดินธุดงค์ไปในสถานที่ต่างๆ มากมาย

ระหว่างที่ไปนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐานในถ้ำเขต จ.เพชรบูรณ์ เป็นช่วงเกิดเหตุการณ์รุนแรงในพื้นที่ มีกำลังทหารไทยผ่านไปพบท่านจึงได้เข้าไปกราบไหว้ พร้อมทั้งเรียกหลวงตา แม้ท่านจะอายุน้อยก็ตาม จนกลายเป็นคำเรียกติดปากมาจนถึงปัจจุบัน
พ.ศ.2514 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร
ได้รับเลื่อนเป็นพระฐานานุกรมพระครูสมุห์ ได้รับแต่งตั้งสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร ที่พระครูประสาทธรรมวัตร ชั้นโท ชั้นเอก และชั้นพิเศษ ตามลำดับ
จนกระทั่งได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในพระราชทินนามที่พระวรญาณมุนี
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคประจำตัว ขณะรักษาตัวที่โรงพยาบาลพุทธชินราชพิษณุโลก เมื่อวันที่ 8 พ.ย.2562
สิริอายุ 89 ปี พรรษา 69
ย้อนไปเมื่อครั้งที่วัดอรัญญิกก่อสร้างอุโบสถหลังใหม่ เนื่องในมหามงคลสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 80 พรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2550
คณะศิษย์ได้จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นสร้างอุโบสถ เพื่อเป็นที่ระลึก
เหรียญที่จัดสร้างนี้ปลุกเสกเดี่ยวเป็นเวลา 1 ไตรมาสทุกราตรี ด้วยพุทธมนต์ที่ใช้ทำน้ำพระพุทธมนต์และตะกรุดโทนอันโด่งดัง และมีพิธีปลุกเสกใหญ่ส่งท้ายอีกครั้ง ในพิธีเททองหล่อพระพุทธชินราชจำลองเท่าองค์จริง เพื่อประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถ

แบ่งเป็นเหรียญชุดกรรมการร่วมสร้างอุโบสถ เหรียญเงิน และเหรียญนวโลหะ อย่างละ 1 เหรียญ อัลปาก้าและทองแดง อย่างละ 2 เหรียญ เหรียญทองแดงธรรมดา สำหรับประชาชนทั่วไปที่มีจิตศรัทธา
ลักษณะเป็นทรงรูปไข่หายห่วง ด้านหน้าเป็นรูปเหมือน ด้านหลังเหรียญเป็นยันต์ “อกเลา” ประตูวิหารพระพุทธชินราช ซึ่งถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลก เป็นยันต์หัวใจอริยสัจ 4 (ทุ สะ นิ มะ) ขจัดทุกข์ภยันตรายทั้งปวง ดังที่ในสมัยรัชกาลที่ 5 เสด็จผ่านประตูประดับมุขวิหารพระพุทธชินราช ได้ทรงชี้ไปที่อกเลา บานประตูพร้อมรับสั่งว่า “ของวิเศษอยู่ที่นี่”
เป็นวัตถุมงคลที่ขึ้นชื่ออีกเหรียญของพิษณุโลก