วันเสาร์ที่ 18 ม.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 143 ปี ชาตกาล พระครูปุญญกรวิโรจน์ หรือ “หลวงพ่อรุ่ง ปุญญกโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ใน ต.โพพระ อ.เมือง จ.เพชรบุรี พระเกจิคณาจารย์ที่ชาวตำบลโพพระ ให้การเคารพนับถือกราบไหว้เป็นอย่างสูง
กล่าวสำหรับ วัดโพธิ์ใน สร้างขึ้นเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่คาดว่าสร้างสมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ตอนปลายรุ่นราวคราวเดียวกับวัดเกาะ ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี
ประวัติเท่าที่สืบค้นได้มีเจ้าอาวาสที่ปกครองวัดมีอยู่ 7 รูป (ก่อนหน้านี้คาดว่ามีหลายรูป แต่ไม่สามารถสืบค้นประวัติได้) คือ 1.พระอธิการสงค์ 2.พระอธิการโต 3.พระอธิการกรานต์ 4.พระอธิการทิพย์ 5.พระครูปุญญกรวิโรจน์ (หลวงพ่อรุ่ง) พ.ศ.2460-2488 6.พระครูโพธิวรคุณ (หลวงพ่อพลัด) พ.ศ.2488-2541 7.พระครูบวรโพธิวิโรจน์ (หลวงพ่อสมจิต) พ.ศ.2541-ปัจจุบัน
มีนามเดิมว่า รุ่ง สุวรรณเพ็ชร เกิดที่ ต.นาพันสาม อ.เมือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 18 ม.ค.2425 ตรงกับวันพฤหัสบดีขึ้น 10 ค่ำ เดือน 2 ปีมะเมีย บิดา-มารดา ชื่อ นายสว่างและนางเปี่ยม สุวรรณเพ็ชร
เมื่ออายุได้ 11 ขวบ นายสว่างผู้เป็นบิดา นำไปฝากเป็นศิษย์ พระปลัดบุญ วัดชีว์ประเสริฐ อ.เมือง จ.เพชรบุรี เพื่อรับการศึกษาเล่าเรียน ด.ช.รุ่ง ศึกษาด้วยความอุตสาหวิริยะ จนสามารถอ่านเขียนได้คล่อง ทั้งหนังสือไทยและหนังสือขอม
ครั้นอายุ 15 ปี จึงกลับมาช่วยครอบครัวประกอบอาชีพทำสวนตาล
พ.ศ.2448 ขณะอายุ 22 ปี อุปสมบท ที่วัดปากทะเลนอก อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี มีหลวงพ่อดิษฐ์ อดีตเจ้าอาวาสวัดปากทะเลนอก เป็นพระอุปัชฌาย์, เจ้าอธิการกรานต์ วัดโพธิ์พระใน เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ศึกษาพระปริยัติธรรมและวิทยาคมต่างๆ กับหลวงพ่อดิษฐ์ และเดินทางไปมาระหว่างวัดโพธิ์พระในกับวัดปากทะเลนอกอยู่เสมอ
นอกจากนี้ ยังได้มีโอกาสศึกษาวิทยาคมกับพระอาจารย์สุ่ม พระภิกษุสูงอายุที่วัดโพธิ์พระใน ซึ่งมีความชำนาญทางด้านแพทย์แผนโบราณ และมีวิทยาคมสูงมาก ซึ่งได้รับการถ่ายทอดสรรพวิชาต่างๆ ไว้จนหมด
กระทั่งปี พ.ศ.2460 พระอธิการทิพย์ เจ้าอาวาสวัดโพธิ์พระใน (เจ้าอาวาสต่อจากหลวงพ่อดิษฐ์) มรณภาพลง จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาส พร้อมเป็นเจ้าคณะหมวดในปีเดียวกัน
วัดโพธิ์พระใน ผ่านสภาพของความเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมชำรุดเรื่อยมา ดำเนินการก่อสร้างซ่อมแซมถาวรวัตถุต่างๆ ที่เกือบสิ้นสภาพให้กลับคืนยังประโยชน์ดังเดิม พร้อมจัดการงานอันเป็นสิ่งสาธารณูปการต่างๆ อาทิ สร้างกำแพงล้อมรอบพระอาราม ขุดสระน้ำกักเก็บไว้เป็นสาธารณะ สร้างโรงเรียนประชาบาล สร้างศาลาการเปรียญ ตั้งโรงเรียนนักธรรมศึกษาปริยัติธรรม สร้างหอพระไตรปิฎก ฯลฯ ซ่อมแซมถาวรวัตถุที่เกือบสิ้นสภาพให้กลับคืนยังประโยชน์ดังเดิม พร้อมกับจัดการงานอันเป็นสิ่งสาธารณูปการต่างๆ
พ.ศ.2475 เป็นพระอุปัชฌาย์, พ.ศ.2481 ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นประทวน, พ.ศ.2484 ได้เลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูชั้นสัญญาบัตร นามว่า “พระครูปุญญกรวิโรจน์”
ทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ.2486 เริ่มสร้างศาลาการเปรียญขึ้นอีก 1 หลัง กว้าง 11 เมตร ยาว 23 เมตร แต่ไม่ทันเสร็จก็มรณภาพเสียก่อน
สำหรับวัตถุมงคลต่างๆ ส่วนใหญ่ เป็นของที่มีผู้มาขอให้ทำเฉพาะตัว เช่น ตะกรุดลูกอม ที่สร้างจริงๆ ก็มีแต่ผ้ายันต์ ทำขึ้นเพื่อแจกทหารในครั้งสงครามอินโดจีนเท่านั้น
ส่วนเหรียญนั้น หลวงพ่อพลัดเจ้าอาวาสรูปต่อมา ได้เป็นผู้ดำเนินการสร้างขึ้น หลังมรณภาพ เพื่อแจกในงานฌาปนกิจ โดยนำแผ่นโลหะไปให้คณาจารย์ต่างๆ ในจังหวัดเพชรบุรีลงอักขระแล้วนำมาหล่อหลอมรีดเป็นแผ่น แล้วนำไปจ้างโรงปั๊มเป็นเหรียญ เมื่อเรียบร้อยจึงจัดพิธีพุทธาภิเษกโดยได้เชิญพระคณาจารย์ที่มีชื่อเสียงของเพชรบุรีมาร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก
ช่วงบั้นปลายชีวิต เริ่มป่วยเป็นโรคลมชัก แต่อาการของโรค เป็นโรคประจำตัวนี้ หายบ้างเจ็บบ้างเป็นครั้งคราว ครั้นถึง พ.ศ.2488 โรคซึ่งเป็นประจำตัวนี้ได้เริ่มทำพิษบ่อยครั้งขึ้น ครั้นถึงวันที่ 28 ก.ค.2488 อาการอาพาธทรุดหนักยิ่งขึ้น
เมื่อถึงวันที่ 4 ก.ย.2488 เวลา 01.15 น. จึงมรณภาพด้วยอาการสงบ สิริอายุ 61 ปี 7 เดือน 16 วัน