“หลวงพ่อเต๋ คังคสุวัณโณ” พระเกจิอาจารย์ชื่อดังแห่งวัดสามง่าม (อรัญญิกาวาส) อ.ดอนตูม จ.นครปฐม เจ้าตำรับเครื่องรางของขลังกุมารทองอันโด่งดัง
เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย.2434 บ้านสามง่าม หมู่ที่ 4 อ.ดอนตูม จ.นครปฐม
เมื่ออายุ 15 ปี บรรพชาที่วัดกาหลง จ.สมุทรสาคร ศึกษาพระธรรมวินัยกับหลวงลุงแดง ได้ศึกษาเล่าเรียนวิทยาคมจากหลวงลุงแดง
ครั้งหนึ่งหลวงลุงแดงเห็นว่าบ้านสามง่ามควรจะมีพระอารามให้ประกอบกิจทางพระพุทธศาสนา จึงได้ไปสร้างวัดที่บ้านดอนตูม
พ.ศ.2454 อายุได้ 21 ปี เข้าพิธีอุปสมบท โดยมีพระครูอุตตรการบดี (หลวงพ่อทา) วัดพะเนียงแตก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระสมุห์เทศ วัดทุ่งผักกูด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการจอม วัดลำเหย เป็นพระอนุสาวนาจารย์

มีโอกาสศึกษาสรรพวิชาจากพระอุปัชฌาย์ คือ หลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตก พระเถระผู้ทรงเกียรติคุณ ชื่อเสียงโด่งดังมาก
ได้ศึกษาเล่าเรียนทั้งทางธรรม กัมมัฏฐาน ตลอดจนรับการสืบทอดด้านพุทธาคมต่างๆ
ต่อมาไม่นานหลวงลุงแดงมรณภาพที่วัดกาหลง ก่อนมรณภาพได้ฝากวัดสามง่ามให้หลวงพ่อเต๋ดูแล
เริ่มออกท่องธุดงค์ระหว่าง พ.ศ.2455- 2472 เป็นเวลา 17 ปี รวมทั้งศึกษาวิทยาคมเพิ่มเติมจากหลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง, หลวงพ่อกอน วัดบ่อตะกั่ว เป็นต้น
หลังกลับมาจำพรรษาที่วัดสามง่าม นอกจากพัฒนาวัดสามง่ามแล้วยังได้สร้างสถานีอนามัย บ้านพักนายแพทย์และพยาบาล โรงเรียนประถมและมัธยม สถานีตำรวจ ถนนหนทาง ขุดบ่อน้ำบาดาล สร้างความเจริญให้แก่ชุมชนด้วย
พ.ศ.2475 พระเทพเจติยาจารย์ วัดเสน่หา เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม แต่งตั้งให้หลวงพ่อเต๋ เป็นเจ้าอาวาสวัดสามง่าม

พ.ศ.2476 แต่งตั้งให้รักษาการในตำแหน่งเจ้าคณะตำบล มีวัดอยู่ในความปกครอง 5 วัด คือ วัดสามง่าม วัดลำลูกบัว วัดแหลมมะเกลือ วัดทุ่งสีหลง และวัดตะโกสูง
ด้านวัตถุมงคล สร้างไว้มากมาย มีทั้งพระเนื้อดิน เนื้อผง เนื้อว่าน เหรียญรูปเหมือน พระกริ่ง รูปหล่อ เหรียญหล่อ และเครื่องรางของขลัง ตะกรุดหนังเสือ ตะกรุดสามห่วง สีผึ้ง เป็นต้น
พระเครื่องวัตถุมงคล เน้นเรื่องพุทธคุณเป็นสำคัญ ตั้งใจสร้างให้บูชาติดตัวเพื่อป้องกันภัยต่างๆ มีพุทธคุณโดดเด่นด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย
เนื้อพระส่วนมากเป็นแบบเนื้อดินผสมผงปนว่าน เนื้อดินอาถรรพ์ที่นำมาจัดสร้างวัตถุมงคล ได้แก่ ดินโป่ง 7 โป่ง ดิน 7 ป่าช้า ดินขุยปู เป็นต้น ผสมลงไปในพระทุกพิมพ์ ด้านหลังองค์พระจะประทับชื่อหลวงพ่อเต๋ กดลึกลงไปในเนื้อพระ
อย่างไรก็ดี วัตถุมงคลที่สร้างชื่อเสียงมาจนทุกวันนี้ คือ กุมารทอง ตำราการสร้างได้จากหลวงลุงแดง ประกอบด้วย ดินโป่ง 7 โป่ง ดิน 7 ป่าช้า ดินขุยปู นำมาปั้นกุมารทอง มอบให้ชาวบ้านนำไปเป็นเครื่องราง
ในปี พ.ศ.2505 จัดสร้างพระเครื่องเนื้อดินพิธีใหญ่อีกครั้ง เพื่อฉลองอายุครบ 5 รอบ เนื้อดินที่ใช้ยังได้นำดินทวารวดี ที่ชำรุดหักและผงว่านผสมลงไปด้วย สังเกตเนื้อองค์พระเมื่อเผาแล้ว เนื้อดิน จะนุ่มเมื่อถูกเหงื่อถูกสัมผัส ปรากฏมวลสารและว่านแลดูเก่ามาก พิมพ์ที่จัดสร้าง มีดังนี้ 1.พระรูปเหมือนซุ้มเรือนแก้ว 2.พระปรกโพธิ์ใหญ่ 3.พระปรกโพธิ์เล็ก 4.พระตรีกาย (พระสาม) 5.พระทุ่งเศรษฐี
พระเครื่องเนื้อดิน 4 พิมพ์แรก ด้านหลังจะมียันต์อักขระนูน เรียกว่า ยันต์สามง่าม เนื่องจากด้านหลังมีรูปตรี เป็นสัญลักษณ์ของวัดสามง่าม ส่วนพระทุ่งเศรษฐี ด้านหลังมียันต์และฉายา คงทอง กดประทับลึกลงไปในเนื้อ
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 25 ธ.ค.2524 สิริอายุ 80 ปี พรรษา 59
ปัจจุบันวัดสามง่ามยังคงบรรจุสังขารไว้กราบไหว้บูชาจนถึงทุกวันนี้

กล่าวสำหรับวัตถุมงคลที่โด่งดังมีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับในวงการพระเครื่อง คือ “เหรียญรุ่นแรก” สร้างเมื่อปี พ.ศ.2486 โดยคณะศิษยานุศิษย์ร่วมกับวัดอรัญญิการาม (วัดสามง่าม) จ.นครปฐม ขออนุญาตจัดสร้างขึ้น
ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือน ห่มจีวรเฉียงบ่า ปลายสังฆาฏิแตก เป็นเหรียญปั๊มตัดโบราณ ด้านบนมีหูเหรียญ ด้านล่างมีอักขระโบราณอักษรลึกคมชัด
ด้านหลังเหรียญเป็นพระพุทธรูปปางลีลา มีเส้นแซมตรงส้นเท้าใกล้ฐานดอกบัว มีอักขระโบราณ 5 ตัว ล้อมรอบองค์พระ
เท่าที่พบมีเนื้อทองแดง เนื้อเงิน ปัจจุบันเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมมาก