พระครูโอภาสศีลคุณ (ไสว ฐานิสสโร) เจ้าคณะอำเภอเฉลิมพระเกียรติ และเจ้าอาวาสวัดสมานมิตร และ พระครูโกศลวิทยาคม (จรูญ โกสโล) หรือพระอาจารย์ป๋อง รองเจ้าอาวาสวัดสมานมิตร ที่พุทธศาสนิกชนทั่วไปทั้งในจังหวัดนครราชสีมาและต่างจังหวัดรู้จักกันดี ด้วยพระเถระทั้งสองรูปเป็นพระนักพัฒนา

พระครูโกศลวิทยาคม (จรูญ โกสโล)
วัดสมานมิตร บ้านเสม็ด ต.หนองงูเหลือม อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.นครราชสีมา บนเนื้อที่ 73 ไร่ 3 งาน 94 ตารางวา มีศาสนสถานวิหารปฏิบัติธรรมสมานมิตร ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปปางมารวิชัยสีขาวสวยงามอลังการ อีกทั้งภายในอุโบสถหลังใหม่ยังมีพระพุทธชินราชจำลอง ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้กราบไหว้บูชา
นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา อีกทั้งยังตั้งอยู่ไม่ห่างจากตัวอำเภอเมืองนครราชสีมามากนัก จึงมีผู้คนแวะเวียนมาทำบุญกันไม่ขาดสาย โดยมีความเชื่อในเรื่องของการมาขอพรให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ค้าขายร่ำรวย อีกทั้งยังมีรูปหล่อองค์ท้าวเวสสุวรรณให้ประชาชนได้กราบไหว้ขอพรอีกด้วย ทำให้เป็นอีกแห่งหนึ่งที่ผู้คนนิยมมาทำบุญกันมากในช่วงวันหยุด

แต่สิ่งที่น่าทึ่งที่วัดสมานมิตรดำเนินการคือ การพัฒนาคน ที่เป็นปัญหาในสังคมในปัจจุบัน จากแนวคิดของพระครูโกศลวิทยาคม หรือพระอาจารย์ป๋อง ที่มองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนไม่ว่าจะเป็นคนตกงาน คนติดสุรา ยาเสพติด ให้หันหน้ากลับมาเข้าวัด ติดอาวุธทางปัญญา บำบัดรักษา โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางในการสร้างและพัฒนาบุคคลเหล่านี้ให้กลับมาเป็นคนดีของสังคม

พระครูโกศลวิทยาคมกล่าวว่า อาตมาเล็งเห็นความสำคัญจากแนวพระราชดำริของหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำเป็นตัวอย่างให้เห็นมาแล้ว โดยเฉพาะเรื่องการใช้พื้นที่ที่เราอยู่อาศัยให้เป็นประโยชน์ทุกตารางนิ้ว วัดสมานมิตรก็ได้เดินตามรอยพ่อหลวง ใช้พื้นที่เกือบ 74 ไร่ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ โดยชักชวนญาติโยมที่มีฐานะยากจน ว่างงาน ติดสุรา ติดยาเสพติด สร้างด้วยการให้ความรู้ความเข้าใจในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ติดอาวุธทางปัญญา บำบัดคนที่ติดสุรา-ยาเสพติด ด้วยวิธีธรรมชาติให้มีจิตใจที่เข้มแข็ง และร่วมกันปลูกผักหลายชนิด เช่น กระเทียม หอมแดง ผักกาด กวางตุ้ง ผักขี้เหล็ก รวมถึงร่วมกันทำนา เลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย หมู เป็ด ไก่ ปลา รวมทั้งผลไม้ต่างๆ ตามฤดูกาล


ผู้ใดถนัดเรื่องก่อสร้างก็ไปทำก่อสร้างเป็นการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพวกเขา ด้วยการนำผลผลิตไปวางขายให้กับผู้คนที่มาทำบุญที่วัด และชาวบ้านในหมู่บ้านชุมชนในราคาที่ไม่เเพง แล้วนำรายได้นั้นมาเเบ่งปันให้คนที่มาทำงาน มีอยู่มีกิน มีรายได้ ไม่อดอยากอีกต่อไป
“ขณะนี้มีผู้สนใจมาทำงานที่วัดสมานมิตรแล้วร่วม 40 คน ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาสังคมได้อีกทาง ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางราชการเพียงอย่างเดียว เป็นการดึงคนเข้าวัด ใช้ธรรมะและธรรมชาติบำบัด จนขณะนี้ได้มีชาวบ้านที่มีที่ดินใกล้เคียงกับวัด นำแนวคิดนี้ไปขยายผล ไม่ปล่อยให้ที่ดินว่างเปล่า หลังเก็บเกี่ยวข้าวแล้ว ถือว่าเป็นผลดีที่มีคนเห็นความสำคัญ และทำให้ชาวบ้านมีรายได้ตลอดทั้งปี ไม่ต้องไปทำงานที่อื่นหรือไปอยู่ต่างจังหวัด ทิ้งให้ผู้สูงอายุนั่งรอลูกหลานอยู่บ้านเพียงลำพังจนเจ็บป่วย เพราะฉะนั้นจึงฝากถึงญาติโยมว่าเราต้องมีความขยันอดทน อย่าอยู่บ้านเฉยๆ อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข หันมายึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในหลวงรัชกาลที่ 9 เป็นแสงสว่างในการดำรงชีวิต ปรัชญานี้ใช้ได้จริงเหมือนที่วัดสมานมิตรทำอยู่ในปัจจุบัน” พระครูโกศลวิทยาคมกล่าว
ประสิทธิ์ ตั้งประเสริฐ