วันอังคารที่ 28 ม.ค.2568 น้อมรำลึกครบ 24 ปี มรณกาล “หลวงปู่พระมหาพล ติกขปัญโญ” อดีตพระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกรูปของวงการสงฆ์เมืองมหาสารคาม ท่านเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย มีเมตตาธรรมสูง น่าศรัทธายิ่ง
ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคลากรทางพุทธศาสนาเป็นพระทรงคุณวุฒิในทางพระปริยัติธรรม ตลอดชีวิตได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาการศึกษาสงฆ์อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
มีนามเดิมว่า พล ประจุดทะสี เกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ย. 2476 ที่บ้านเลขที่ 35 บ้านขามป้อม อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม

หลังจากเรียนจบชั้น ป.4 ต้องลาออกมาทำไร่ ทำนา หาเลี้ยงช่วยครอบครัว
อายุได้ 14 ปี บรรพชาที่วัดในหมู่บ้าน จากนั้นได้อยู่จำพรรษาที่วัดเหนือแวงน่าง ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม สามารถสอบได้นักธรรมชั้นเอก
อายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดโพธาราม ต.ขามป้อม อ.วาปีปทุม มีพระครูโพธาพิทักษ์ เป็นพระอุปัชฌาย์
เดินทางไปศึกษาพระปริยัติธรรม ณ สำนักวัดเรียนวัดราชโอรส เขตบางขุนเทียน จ.ธนบุรี
พ.ศ.2503 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 8 ประโยค
ขณะจำพรรษาอยู่วัดราชโอรส ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม และเป็นกรรมการตรวจข้อสอบบาลีส่วนกลาง
จากนั้น เดินทางกลับอีสานจำพรรษาอยู่ที่วัดขามป้อมบ้านเกิด ได้รับแต่งตั้งให้เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดบ้านขามป้อม เป็นกรรมการคุมห้องสอบธรรมสนามหลวง อำเภอวาปีปทุม
พ.ศ.2512 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบ้านขามป้อม
ได้ชื่อว่าเป็นพระนักการศึกษาอย่างแท้จริง ได้พัฒนาการเรียนการสอนสำนักเรียนวัดบ้านขามป้อม จนมีชื่อเสียงโด่งดัง
พ.ศ.2517 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอุทัยทิศ ต.ตลาด อ.เมือง จ.มหาสารคาม
ทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาการเรียนการสอนพระภิกษุสงฆ์อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย รวมทั้งให้การสนับสนุนพระภิกษุสามเณรที่ตั้งใจเรียน ส่งผลให้สำนักเรียนวัดอุทัยทิศ มีชื่อเสียง ในแต่ละปีมีพระภิกษุสามเณรเดินทางมาจำพรรษาศึกษาเล่าเรียน โดยเป็นผู้จัดอบรมติวเข้มก่อนสอบบาลีสนามหลวงให้พระภิกษุสามเณรทุกปี
ลำดับงานด้านปกครอง พ.ศ.2520 เป็นรองเจ้าคณะอำเภอเมือง พ.ศ.2526 รักษาการเจ้าคณะอำเภอเมืองมหาสารคาม
พ.ศ.2537 ได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองมหาสารคาม
ใช้หลักสาราณียธรรมปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมือง จัดประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองทุกเดือน รับฟังปัญหาและอุปสรรคการงาน เพื่อให้เข้าใจกฎระเบียบ คำสั่ง มติ ประกาศมหาเถรสมาคมอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ ยังพัฒนาก่อสร้างถาวรวัตถุที่มั่นคงไว้มากมาย อาทิ ศาลาการเปรียญ เมรุเผาศพ ศาลาบำเพ็ญกุศล ฌาปนสถาน กุฏิสำนักงานคณะสงฆ์อำเภอเมือง กุฏิสงฆ์สำหรับพระภิกษุสามเณรที่เข้ามาศึกษาเล่าเรียน สร้างอาคารเรียนพระปริยัติธรรม เป็นต้น
มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2544 สิริอายุ 67 ปี พรรษา 47