“หลวงพ่อวัดบ้านแหลม จ.สมุทรสงคราม” เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ที่สร้างเป็นเหรียญวัตถุมงคลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ประดิษฐานเป็นพระประธานในพระอุโบสถวัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือที่รู้จักมักคุ้นกันในชื่อ “วัดบ้านแหลม”
เป็นพระพุทธรูปสำริด ประทับยืน แสดงปางอุ้มบาตร ความสูง 167 ซ.ม. พุทธศิลปะผสมแบบสุโขทัยและอยุธยา พระเกศมาลาเป็นเปลวเพลิง จีวรเป็นแผงอยู่ด้านหลังมีแฉกมุข สังฆาฏิเรียบและพาดยาวลงมาถึงพระชงฆ์ ฐานรองตอนบนเป็นดอกบัวบาน ตอนล่างหักมุข 12 มุข เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ มีชื่อเสียง และเป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วทั้งประเทศ

กิตติศัพท์นั้นเริ่มเป็นที่เลื่องลือขจรไกล เมื่อคราวเกิดอหิวาตกโรคระบาดในประเทศไทยเมื่อประมาณปี พ.ศ.2416 เจ้าคุณพระสนิทสมณคุณ (เนตร) เจ้าอาวาสวัดบ้านแหลมในสมัยนั้น เกิดนิมิตถึงองค์หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ได้นำพระคาถามาทำน้ำมนต์และแจกจ่ายให้ชาวบ้านดื่มและอาบกัน
ปรากฏว่าโรคอหิวาตกโรคก็ค่อยๆ สงบลงและหมดไปในที่สุด เป็นที่อัศจรรย์
เรื่องความศักดิ์สิทธิ์ยังเป็นที่กล่าวขวัญ แม้แต่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินก็ทรงศรัทธานับถือว่าศักดิ์สิทธิ์
สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชชนนีของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศรัทธายิ่งนัก
ปรากฏหลักฐานจากพระราชหัตถเลขาของล้นเกล้าฯ ร.6 ที่ทรงมีถึงพระมหาสิทธิการ (แดง) เจ้าอาวาส เมื่อครั้งยังดำรงพระยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร มีความบางตอนว่า
“…ปีกลายนี้ สมเด็จพระบรมราชินีนาถได้เสด็จไปเมืองสมุทรสงครามในกระบวนหลวง ได้รับสั่งให้คนนำเครื่องสักการะไปถวายพ่อบ้านแหลม และได้รับสั่งตั้งแต่ครั้งนั้นว่า ขอผลอานิสงส์ความทรงเลื่อมใสจงบันดาลให้หายประชวร ครั้นเสด็จกลับถึงกรุงเทพฯ ได้ไม่นานก็หายประชวร จึงทรงระลึกถึงที่ได้ทรงตั้งสัตยาธิษฐานไว้สมประสงค์ โปรดพระราชทานปัจจัยเป็นมูลค่า 800 บาท มาเพื่อช่วยในการปฏิสังขรณ์วัดบ้านแหลม ข้าพเจ้าได้สั่งมาให้ท่านพระครูทางกระทรวงธรรมการแล้ว…”

สำหรับตำนานหลวงพ่อวัดบ้านแหลม เป็นหนึ่งในพระพุทธรูปห้าองค์ที่ปรากฏในตำนานพระพุทธรูปลอยน้ำ กล่าวคือ มีเรื่องเล่ากันมาว่า มีพระพุทธรูป 5 องค์ลอยน้ำมาจากเมืองเหนือ เมื่อมาถึงภาคกลางได้แยกย้ายกันไปประดิษฐานอยู่ตามจังหวัดต่างๆ รวม 5 จังหวัด
องค์แรก ลอยมาตามแม่น้ำบางปะกง และประดิษฐานอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา คือหลวงพ่อโสธร
องค์ที่สอง ลอยมาตามแม่น้ำนครชัยศรี และประดิษฐานที่วัดไร่ขิง เมืองนครชัยศรี ที่เป็นอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ในปัจจุบันคือหลวงพ่อวัดไร่ขิง
องค์ที่สาม ลอยมาตามแม่น้ำเจ้าพระยา และได้ไปประดิษฐานที่วัดบางพลี ณ ปากคลองบางพลี อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้ชื่อว่าหลวงพ่อบางพลี
องค์ที่สี่ ลอยมาตามแม่น้ำแม่กลอง และประดิษฐานที่วัดบ้านแหลม เมืองแม่กลอง ปัจจุบันคือจังหวัดสมุทรสงคราม คือหลวงพ่อบ้านแหลม
องค์ที่ห้า ลอยมาตามแม่น้ำเพชรบุรี และประดิษฐานที่วัดเขาตะเครา จ.เพชรบุรี คือหลวงพ่อเขาตะเครา
จึงไม่น่าแปลกใจที่วัตถุมงคลจะมีออกมาหลายรุ่นหลายแบบ และยังคงเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย
แต่ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคือ “เหรียญรุ่นแรกแหวกม่านปี 2460” ที่นอกเหนือจากพุทธคุณเป็นเลิศดังกล่าวแล้ว ด้านพุทธลักษณะมีความงดงามโดดเด่น จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในเบญจภาคีเหรียญพระพุทธยอดนิยม

ลักษณะเป็นเหรียญแหวกม่าน รูปไข่ ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนประทับยืนอุ้มบาตรเต็มองค์ มีซุ้มพุทธบูชาและลวดลายใบไม้ทั้งสองข้าง
ด้านหลังเหรียญมีลวดลายใบไม้ และตรงกลางจารึกอักษรไทยว่า “รูปปฏิมากอนคุณพ่อวัดบ้านแหลม” และเนื้อทองฝาบาตร โดยจำนวนการสร้าง ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัด
ประกอบพิธีพุทธาภิเษก มีพระเกจิที่เข้าร่วมปลุกเสกล้วนเป็นสุดยอดพระเกจิของเมืองแม่กลองในสมัยนั้น อาทิ หลวงพ่อแก้ว วัดพวงมาลัย, หลวงพ่อบ่าย วัดช่องลม และหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม เป็นต้น
ด้วยความงดงามโดดเด่น ทำให้รุ่นแรกแหวกม่าน ปี 2460 เป็นเหรียญอมตะ ที่สร้างค่านิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
ผู้ที่มีไว้ครอบครองก็ต่างหวงแหนยิ่ง