“หลวงพ่อแล ทิตตัพโพ” วัดพระทรง จ.เพชรบุรี ศิษย์สายหลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง และหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง
เกิดในสกุล วาดวงศ์ เมื่อวันพุธที่ 19 ก.ค.2459 ที่บ้านไร่สัตว์ ต.ไร่มะขาม อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี
อายุครบ 20 ปี อุปสมบทที่วัดหนองไม้เหลือง จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2497 มีหลวงพ่อใหม่ วัดเขาทะโมน เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อยอด วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า “ทิตตัพโพ”

จากนั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดหนองไม้เหลือง ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่วัดพระทรงจนวารสุดท้าย
เพียรปฏิบัติพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด และมีความสนใจร่ำเรียนสรรพวิชาความรู้ โดยได้ศึกษากับครูบาอาจารย์เฉพาะในเพชรบุรีถึง 7 ท่าน
เริ่มจากหลวงพ่อเพลิน วัดหนองไม้เหลือง อ.เมือง เรียนวิชาถอนพิษแมลงต่างๆ หลวงพ่อทองสุข วัดโตนดหลวง อ.ท่ายาง ร่ำเรียนวิชาสักยันต์ครู ซึ่งเป็นยันต์สูงสุดของการสัก เป็นยันต์แรกที่เรียกว่า “หัวใจพระราม” มีหน้าที่ควบคุมยันต์ต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นลิงลม, หนุมาน, พญาหงส์เงิน-หงส์ทอง เป็นต้น
ต่อมา ฝากตัวเป็นศิษย์หลวงพ่อชิต วัดมหาธาตุวรวิหาร ที่มีความเชี่ยวชาญด้านโหราศาสตร์
นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาวิชาพระขรรค์ จากหลวงพ่อโสก วัดปากคลอง อ.บ้านแหลม พร้อมทั้งวิชาตะกรุดโทน ตะกรุดแฝด จากหลวงพ่อผัน วัดมหาธาตุวรวิหาร ได้เรียนสักตัวมหาเมฆ จากคุณพ่อต่อและคุณพ่อจันทร์ ศิษย์พระครูสันต์ แห่งวัดเขาวัง จ.เพชรบุรี พระเถราจารย์สมัยรัชกาลที่ 5
สำหรับการสักตัวมหาเมฆนี้ ในประเทศไทยมีหลวงพ่อแลเพียงรูปเดียวที่สักได้

ในปี พ.ศ.2489 เกิดเหตุการณ์อันไม่คาดฝัน ผลักดันชีวิตให้ต้องแปรเปลี่ยน เมื่อครั้งที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดมหาธาตุ เกิดเหตุร้ายแรงกับครอบครัวและญาติ เมื่อมีโจรเข้าปล้นเงินทอง ทำร้ายมารดาและพี่น้องทุกคนเสียชีวิต (บิดาเป็นอัมพาตและเสียชีวิตไปก่อนแล้ว) ต้องนำเงินจากการขายทองคำหนัก 6 บาท ที่พวกโจรรีบร้อนทำตกไว้ เพื่อนำไปจัดงานศพครอบครัว
จากเหตุการณ์นี้เป็นเหตุให้ตัดสินใจออกเดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่า เพื่อปฏิบัติธรรม
โดยออกเดินทางจาก จ.เพชรบุรี มุ่งสู่ จ.นครปฐม เรียนวิชากะลาตาเดียว ราหูอมจันทร์ และเสริมดวงกับ หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง อ.เมือง เรียนวิชาลงนะหน้าทองกับหลวงพ่อเต๋ คงทอง วัดสามง่าม อ.ดอนตูม และวิชาผงยาจินดามณี ที่ทำมาจากเบี้ยแก้ กับหลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว อ.เมือง
จากนั้นได้เดินทางสู่ จ.สมุทรสาคร เรียนวิชาชูชกกับหลวงปู่รอด วัดบางน้ำวน อ.เมือง และเรียนวิชาตะกรุดไม้ไผ่ จากหลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ อ.กระทุ่มแบน ก่อนเข้าสู่กรุงเทพฯ ฝั่งธนบุรี เรียนวิชาเบี้ยแก้ กับหลวงปู่รอด วัดนายโรง ตลิ่งชัน แล้วมุ่งไปเมืองอยุธยา เรียนวิชาตะกรุดพวง และยันต์หัวใจ ปลาตะเพียนมหาลาภจากหลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อ.บางไทร
ก่อนเดินทางขึ้นเหนือถึง จ.นครสวรรค์ เรียนวิชาศาสตรามีดหมอจากหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อ.ตาคลี
สุดท้ายย้อนมาทางภาคตะวันออก เป็นลูกศิษย์หลวงปู่อี๋ วัดสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เรียนวิชาคุณปลัด
ช่วงบั้นปลายชีวิต อาพาธติดเชื้อทางกระแสโลหิต เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลเพชรรัชต์ แต่ปรากฏว่าอาการไม่ดีขึ้น มีการทรงตัวตลอด
กระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 10 มี.ค.2551 หลวงพ่อแลละสังขารด้วยอาการสงบ สิริอายุ 92 ปี พรรษา 54
เหรียญวัตถุมงคลที่เลื่องลือคือเหรียญรูปเหมือนรุ่นแรก
แต่เหรียญวัตถุมงคลอีกรุ่นที่ได้รับความสนใจคือ “เหรียญพัดยศ” จัดสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2539 เป็นเหรียญโลหะรูปทรงหยดน้ำ มีหูห่วง

ด้านหน้าเหรียญเป็นรูปเหมือนนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ใต้ฐานเขียนชื่อ “พระครูธรรมธรแล” และตัวเลข “๒๕๓๙” ด้านข้างซ้ายเขียนคำว่า “วัดพระทรง” ส่วนด้านข้างขวาเขียนคำว่า “จ.เพชรบุรี” ขอบเหรียญด้านนอกเป็นลายกนก ถัดมาเป็นอักขระภาษาขอม ด้านในสุดล้อมรอบด้วยจุดไข่ปลา ส่วนรอบรูปเหมือนเป็นยันต์หัวใจพระราม ซึ่งเป็นยันต์ประจำตัว
ด้านหลังเหรียญบริเวณขอบเหรียญเป็นลวดลายกนกเหมือนด้านหน้า ตรงกลางเหรียญเป็นพานและหนังสือวางอยู่ด้านบน ใต้พานมีพญานาคคู่รองรับอยู่ และตอกโค้ดด้วยตัว “ล” ตรงฝั่งขวาล่าง
วัตถุมงคลที่จัดสร้างล้วนแต่มีความประณีตงดงามทางพุทธศิลป์