“หลวงพ่อสมชาย พุทธสโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดโพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พระเกจิและพระนักพัฒนา เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน
เป็นศิษย์เอกเพียงหนึ่งเดียวที่สืบทอดวิทยาคมหลวงพ่อแจ๋ ติสสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา พระเกจิชื่อดัง
พื้นเพเป็นชาวบางน้ำเปรี้ยว เกิดในสกุล ไทยเจริญ เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2488 บิดา-มารดา ชื่อ กำนันผาด ไทยเจริญ และนางจำปี ไทยเจริญ ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย
เข้าศึกษาที่โรงเรียนบางน้ำเปรี้ยววิทยา จนจบชั้นมัธยมศึกษา
เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อปี พ.ศ.2510 โดยมี พระครูรัตนสุนทร (กวย) วัดบางน้ำเปรี้ยว เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูสิริเกตุวรคุณ (เลี่ยม) วัดเกตุสโมสร เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูจารุวรรณ (จ้อย) วัดบางน้ำเปรี้ยว เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่รับใช้พระอุปัชฌาย์ที่วัดบางน้ำเปรี้ยว 7 วัน จึงย้ายไปจำพรรษาที่วัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ (คลอง 20) ศึกษาวิชาความรู้กับหลวงพ่อแจ๋ ติสสโร ที่เลื่อมใสศรัทธามาตั้งแต่ก่อนบวช
ระหว่างจำพรรษา ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้สำเร็จนักธรรมชั้นเอก จากนั้นหันไปศึกษาวิทยาคม จนสามารถจารอักขระเลขยันต์ได้คล่องแคล่ว เขียนยันต์ได้งดงามเป็นที่ไว้วางใจให้จารตะกรุดแทน ที่สำคัญ ศึกษาวิทยาคมที่หลวงพ่อแจ๋เรียนมาจากหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน จนหมดสิ้น ทั้งวิชาจากพระครูญาณรังสีมุนีวงษ์ (ทำ) วัดสัมปทวน ก็เรียนจนทะลุปรุโปร่ง
ศึกษาวิทยาคมกับหลวงพ่อแจ๋นาน 6 ปี จึงเดินทางไปขอเรียนวิชาจากหลวงพ่อทอง วัดก้อนแก้ว ซึ่งได้รับวิชาตกทอดมาจากหลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก และหลวงพ่อถึก วัดสนามช้าง ได้แก่วิชา ปลัดขิกและนะเก้ายอด ก่อนไปศึกษาพุทธาคมกับพระครูกิตตินนทคุณ (กี๋) วัดหูช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี, หลวงปู่ถิร วัดป่าเลไลยก์, หลวงปู่เทียม วัดกษัตราธิราชและหลวงพ่อสีหมอก วัดวังตะโก
จากนั้น จึงธุดงค์รอนแรมไปในภาคเหนือเพื่อศึกษาและฝึกฝน จนได้พบกับพระครูสันติวรญาณ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร) พระป่าสายหลวงปู่มั่นที่วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ อยู่จำพรรษาฝึกฝนวิปัสสนา แล้วธุดงค์กลับมาวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ ช่วยงานพระครูโพธิวรานุรักษ์ (ไพบูลย์) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์เฉลิมรักษ์ พัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรือง
ในปี พ.ศ.2519 ธุดงค์มาปักกลดบริเวณตำบลโพรงอากาศ นายจันทร์และนางแฉล้ม ประดิษฐ์วงศ์ (ศิริสุข) เจ้าของที่ดิน เกิดความศรัทธาจึงถวายที่ดิน 7 ไร่ ให้สร้างวัด พร้อมทั้งถวายที่ดินเพิ่มให้อีก 8 ไร่ รวมทั้งสิ้น 15 ไร่
นอกจากนี้ สละที่ดินส่วนตัวที่เป็นมรดกตกทอดมาจากพ่อขายไปทั้งหมด แล้วนำเงินมาซื้อที่ดินเพิ่มจนมีที่ดินทั้งหมด 48 ไร่ จากนั้นจึงเริ่มงานก่อสร้างต่างๆ โดยระหว่างเริ่มก่อสร้างวัด ได้รับนิมนต์ไปประเทศอินเดีย เพื่อนมัสการสังเวชนียสถาน 5 ตำบล กับพระครูประกาศสมาธิคุณ วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ และหลวงพ่อขอม วัดไผ่โรงวัว สุพรรณบุรี
ในคราวนั้นได้นำผ้าป่าไปทอดถวายวัดไทยที่เมืองสารนาถ เพื่อสร้างโบสถ์ได้ปัจจัยจำนวน 76,000 ดอลลาร์ หลังจากนั้นจึงเดินทางกลับประเทศไทย
เป็นพระที่มีเมตตาธรรมสูง พูดจริง ทำจริง ใครที่ได้เข้ามากราบนมัสการสนทนาพูดคุยจะได้ธรรมะข้อคิดมากมาย ด้วยจะให้คำแนะนำสั่งสอน และชี้ทางแก้ไขทุกข์ทางกายและทางใจ
อีกทั้ง ปัจจัยเงินทองที่ได้มาจากการบริจาคหรือจากการทำบุญบูชาวัตถุมงคล จะนำไปใช้สร้างวัดจนหมดสิ้น
ผลงานชิ้นสำคัญ คือ อุโบสถมหาเจดีย์ ซึ่งเป็นอุโบสถที่มีขนาดใหญ่ที่สุดใน จ.ฉะเชิงเทรา มีเสาโบสถ์ขนาด 3 คนโอบ จำนวนถึง 196 ต้น ถือเป็นสัญลักษณ์ของวัดโพรงอากาศที่โดดเด่นสะดุดตา
จัดสร้างวัตถุมงคลรุ่นต่างๆ โดยสืบสานตำราและรูปแบบของหลวงพ่อแจ๋มาจัดสร้างและปลุกเสกเดี่ยวอย่างเข้มข้น
วัตถุมงคลยอดนิยม อาทิ พระปิดตา เนื้อผงคลุกรัก รุ่นแรก สร้างตามตำรับหลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน, เหรียญนางกวัก รุ่นแรก และรุ่น 2 พิมพ์ทรงเดียวกับของหลวงพ่อแจ๋ ฯลฯ
ด้วยสังขารเป็นสิ่งไม่เที่ยง เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 22 ม.ค.2568 มรณภาพลงอย่างสงบ ด้วยอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน ที่โรงพยาบาลพุทธโสธร อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา
สิริอายุ 79 ปี พรรษา 59