‘วัดพนัญเชิงวรวิหาร’ เป็นพระอารามหลวงชั้นโท ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ต.คลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นวัดที่สร้างมาก่อนสมเด็จพระเจ้าอู่ทอง

มีพระประธานในพระอุโบสถเรียกกันว่า “พระโต” หรือ “หลวงพ่อโต” หรือ “หลวงพ่อพนัญเชิง” ชาวจีนเรียกว่า “ซัมปอกง” โดยมีชื่ออย่างเป็นทางการ

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า “พระพุทธไตรรัตนนายก”

วัดพนัญเชิงวรวิหาร

 

เป็นศิลปะอู่ทองตอนปลาย ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ มีพัดยศขนาดใหญ่ตั้งอยู่เบื้องหน้า องค์พระปั้นด้วยปูน ลงรักปิดทอง หน้าตักกว้าง 14.20 เมตร สูง 19.20 เมตร ในพงศาวดารระบุว่าพระเจ้าสายน้ำผึ้ง กษัตริย์แห่งอโยธยาเป็นผู้สร้างไว้ และพระราชทานนามว่าวัดพระเจ้าพระนางเชิง เข้าใจว่าพระพุทธรูปองค์นี้ สร้างขึ้นพร้อมกับวัด และสร้างไว้กลางแจ้ง

ในจดหมายเหตุของแคมเฟอร์เขียนครั้งกรุงศรีอยุธยาว่า พระพุทธรูปองค์นี้เป็นของมอญ ในหนังสือภูมิสถานอยุธยาว่าเป็นของพระเจ้าสามโปเตียน ซึ่งน่าจะเพี้ยนมาจากภาษาจีนว่า ซำปอกง แปลว่า รัตนตรัย

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาปรากฏว่าสมเด็จพระนเรศวรมหาราชโปรดให้ซ่อมครั้งหนึ่ง และต่อมาพระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาคงจะโปรดให้ซ่อมแซมอีกหลายพระองค์

ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระปฐมบรมราชจักรีวงศ์ทรงปฏิสังขรณ์และได้รับการบูรณะต่อมาหลายพระองค์

โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้บูรณะใหม่ทั้งองค์ เมื่อปลายพ.ศ.2397 แล้วถวายพระนามพระพุทธรูปว่า “พระไตรรัตนนายก”

ต่อมาในรัชกาลที่ 7 องค์พระส่วนพระหนุ (คาง) พังทลายลงมาจนถึงพระปรางค์ทั้งสองข้าง ได้ซ่อมแซมจนเรียบร้อยภายในเวลา 1 ปี ครั้งนั้นได้เปลี่ยนพระอุณาโลมจากทองแดงเป็นทองคำด้วย

ในรัชกาลปัจจุบันมีการปฏิสังขรณ์ ลงรักปิดทองใหม่ทั้งองค์ 2 ครั้งแล้ว คือ ในปี 2491 กับปี 2534-2536

ในพระราชพงศาวดารกล่าวว่า เมื่อกรุงศรีอยุธยาจะเสียแก่พม่าครั้งที่สองนั้นพระพุทธรูปองค์นี้มีน้ำพระเนตรไหลออกมาทั้งสองข้าง

หลวงพ่อโตเป็นที่นับถือของชาวไทยและชาวจีน ซึ่งมักจะมากราบไหว้โดยเชื่อว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้น การค้าขายเจริญก้าวหน้า พุทธศาสนิกชนส่วนมากจะนำผ้ามาห่มองค์พระ มักนิยมนำผลไม้ เครื่องเซ่นไหว้ อาหารคาวหวานมาสักการะ

งานประจำปีใหญ่ๆ 4 งานก็เป็นงานที่เนื่องด้วยประเพณีจีน 2 งาน คือ งานสงกรานต์ 13 เมษายน เป็นงานใหญ่มีการนมัสการและเวียนเทียนประทักษิณรอบองค์พระติดต่อกันถึง 5 วัน

งานสรงน้ำและห่มผ้าถวาย วันแรม 8 ค่ำ เดือนเมษายน มีการสรงน้ำและเปลี่ยนผ้าห่มผืนใหม่ ส่วนผืนเก่าที่ใช้มาตลอด 1 ปี จะฉีกเป๊นชิ้นเล็กๆ แจกจ่ายให้ผู้คนนำไปบูชา

งานทิ้งกระจาด หรืองานงิ้ว เดือน 9 จะมีงิ้วและมหรสพอื่นๆ เล่นประชันกันอย่างครึกโครม จะมีผู้คนนับหมื่นหลั่งไหลกันมานมัสการนับเป็นงานทิ้งกระจาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยทีเดียว

เป็นพระอารามที่มีผู้มาชมและกราบไหว้พระพุทธรูปมากที่สุดแห่งหนึ่งในจ.พระนครศรีอยุธยา

เหรียญพระพุทธเก่าแก่ “เหรียญปั๊มพระพุทธไตรรัตนนายก” วัดพนัญเชิง จ.พระนครศรีอยุธยา

เป็นเหรียญรูปอาร์ม มีหูในตัว สร้างเป็นเนื้อทองแดง ทั้งกะไหล่เงิน กะไหล่ทอง และแบบรมดำ

ด้านหน้ายกขอบเป็นเส้นนูนและมีขอบเส้นลวดอีกชั้นหนึ่ง ตรงกลางเป็นรูปจำลองพระพุทธไตรรัตนนายกประทับนั่ง แสดงปางมารวิชัยเหนืออาสนะยกเป็นฐานชุกชี

ด้านข้างทั้งซ้ายและขวามีพระอัครสาวกพระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรยืนหันข้าง

ด้านบนเป็นอักษรไทยว่า “พระพุทธไตรยรัตนนายก”

ด้านหลังเหรียญเป็นพื้นเรียบ ตรงกลางเป็น “ยันต์ 3” บรรจุอักขระขอม 4 ตัว อ่านว่า “อิ สวา สุ อิ” ซึ่งเป็นอักขระย่อของหัวใจพระรัตนตรัย ด้านบนเป็นอักษรไทยโค้งรอบยันต์ว่า “วัดพนัญเชิง กรุงเก่า” ด้านล่างเป็นอักษรจีน 4 ตัว อ่านได้ว่า “ซำปอฮุดกง”

จะเห็นได้ว่ามีอักษรปรากฏบนเหรียญถึง 3 ภาษา นับเป็นความพิเศษซึ่งแตกต่างจากเหรียญทั่วไปที่ส่วนใหญ่มีเพียง 2 ภาษาเท่านั้น

จัดสร้างเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2460 ต่อมาในปี พ.ศ.2485, พ.ศ.2517 และปี พ.ศ.2533

โดยยังคงรายละเอียดต่างๆ เหมือนเหรียญเดิมเป็นส่วนใหญ่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน