วัดเขาอ้อ ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง จัดเตรียมประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ตามแบบฉบับของ “วัดเขาอ้อ” ตามประเพณีเก่าแก่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นพิธีหุงข้าวเหนียวดำ พิธีปลุกเสกน้ำมันงา และพิธีกรรมด้านแช่ว่านยา 108 ชนิดของวัดเขาอ้อ
“วัดเขาอ้อ” เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของผู้คนที่สนใจด้านวิทยาคม แพทย์แผนไทย ไสยศาสตร์ การปลุกเสกลงอักขรเลขยันต์ และอื่นๆ มีอดีตพระเกจิอาจารย์ดังสายเขาอ้อ ไม่ว่าจะเป็นพระอาจารย์ทองเฒ่า พระอาจารย์ปาน พระอาจารย์เอียด พระอาจารย์นำ ศึกษาเรียนรู้สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

สำหรับพิธีแช่ว่านยา 108 ชนิด เป็นพิธีกรรมที่คณะศิษย์วัดเขาอ้อ และประชาชนคนใต้เฝ้ารอที่จะมีโอกาสร่วมพิธีกรรมตามตำรับวัดเขาอ้อ ซึ่งการได้แช่ว่านยา อาจารย์ผู้ทำพิธีอนุญาตให้ลงอ่างแช่ว่านได้เพียงไม่กี่คน และจะเป็นผู้ที่อาจารย์ตรวจสอบประวัติแล้วว่าเป็นคนดี มีความอดทน สามารถปฏิบัติตามข้อห้าม ตามหลักวิชาของอาจารย์ได้

มีความเชื่อว่า ผู้ที่ผ่านพิธีกรรมแช่ว่านยา ตามหลักวิชาวัดเขาอ้อจะทำให้บุคคลนั้นมีตบะและมีอำนาจ มีความอดทน มีความเข้มแข็งแคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง สามารถแก้โรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ได้เป็นอย่างดี และมีความเชื่อว่าผู้ที่แช่ว่านยาวัดเขาอ้อติดต่อกันถึง 3 ครั้งขึ้นไปจะทำให้ร่างกายอยู่ยงคงกระพันต่ออาวุธทุกชนิด

มีขั้นตอนจัดเตรียมหาอุปกรณ์และเข้าป่าเก็บว่านยาสมุนไพรจนครบตามตำรับโบราณ ก่อนมีการรวบรวมและต้มสมุนไพร รวมไปถึงมีการจัดเตรียมอุปกรณ์และอ่างน้ำที่ใช้สำหรับแช่ว่านยา พร้อมลงอักขระเลขยันต์โบราณ ทำพิธีปลุกเสกเพิ่มความขลังความศักดิ์สิทธิ์ให้เกิดมากขึ้นที่บริเวณอ่างดังกล่าว โดยจะเป็นอักขระโบราณที่สืบทอดมาจากพระอาจารย์รุ่นต่อรุ่น ก่อนนำสมุนไพรและตัวยามาจัดเตรียมไว้ในอ่างดังกล่าว ที่ตั้งอยู่บริเวณภูเขาในวัดเขาอ้อ 3 อ่าง สามารถรองรับศิษย์ที่จะแช่ว่านได้ประมาณ 12 คน

ทั้งนี้ ในส่วนของการเตรียมว่านยาตามหลักวิชาผ่านการปลุกเสกของอาจารย์แล้ว จัดแบ่งว่านออกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งนำไปผสมรวมไว้ในอ่างแช่ว่าน อีกส่วนหนึ่งก็นำไปใส่ปี๊บหรือหม้อต้มอื่นๆ เพื่อต้มเอาน้ำว่านยา
การต้มว่านยาจะต้องทำในมณฑลพิธีที่อาจารย์กำหนดเขตวางสายสิญจน์ไว้เท่านั้น ลูกศิษย์ที่จะเข้าร่วมทำพิธีทุกคนจะต้องนุ่งขาวห่มขาว และไม้ที่ใช้ทำฟืนก่อไฟต้มยาจะต้องเป็นไม้มงคล ท่อนฟืนรวมทั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในพิธี อาจารย์จะลงอักขรเลขยันต์ทุกชิ้น ในระหว่างต้มว่านยาอาจารย์จะทำพิธีปลุกเสกคาถาอยู่ตลอดเวลา ลูกศิษย์ที่ได้รับมอบหมายจะต้มว่านยาจนเดือด และนำน้ำว่านไปวางให้เย็น ก่อนที่จะนำไปเติมลงในอ่างแช่ว่าน

สำหรับวันเวลาที่จะเปิดให้ผู้ที่ลงอ่างแช่ว่านอาจารย์จะเป็นผู้กำหนดวันฤกษ์ยามที่เป็นมงคล จะไม่ทำพิธีในวันโลกาวินาศหรือวันอุบาทว์ ส่วนลูกศิษย์ที่จะลงอ่างแช่ยาจะนุ่งผ้าขาวม้าเพียงผืนเดียวเข้าไปนั่งร่วมในมณฑลพิธี อาจารย์จะนำเข้าสู่พิธีบูชาพระรัตนตรัย รับศีลจากอาจารย์ ก่อนที่จะลงไปนอนแช่ว่านยาในอ่างที่เตรียมไว้ จะมีพระสงฆ์ 5 รูปสวดปลุกเสกในระหว่างทำพิธีทุกขั้นตอน

อีกทั้งห้ามสตรีเพศเข้าไปยุ่งเกี่ยวในมณฑลพิธีโดยเด็ดขาด ผู้ที่นอนแช่ว่านก็ห้ามเดินออกจากมณฑลพิธี เพราะถ้ามีผู้หนึ่งผู้ใดออกนอกมณฑลพิธี หรือแหกกฎข้อห้าม การแช่ว่านยาจะไม่ได้ผลและจะต้องเริ่มทำพิธีใหม่ทุกขั้นตอน

ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่นอนแช่ว่าน บ้างก็ใช้เวลาได้เพียง 1 วัน แต่ส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาแช่ยาเป็นเวลา 3 วัน แต่ก็ต้องไม่เกิน 7 วัน
อย่างไรก็ตาม หลังทำพิธีผู้ที่นอนแช่ว่านต้องปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัด จะต้องปฏิบัติตนเป็นคนดี ห้ามผิดลูกเมียผู้อื่น ห้ามกินอาหารที่มีชื่อไม่เป็นมงคล หากไม่ปฏิบัติจะทำให้ความศักดิ์สิทธิ์เสื่อมเสีย และต้องเข้าร่วมพิธีใหม่

โดย หมอป้อม นายศุภัช คงคาวิสุทธิ์ ลูกศิษย์หมอเปลี่ยน เจ้าพิธีสายเขาอ้อยุคปัจจุบัน ลงอักขระอักษรขอมโบราณเพื่อเป็นบทปฐมฤกษ์ตามตำรับวัดเขาอ้อ
ด้านพระครูกาชาด เจ้าคณะตำบลทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง เปิดเผยว่า อักขระหรืออักษรขอมโบราณ เป็นพุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณ ตามความเชื่อที่ปฏิบัติกันมาในการแช่ว่าน 108 ตามพิธีสายเขาอ้อ ก่อนที่จะนำว่านหลากหลายชนิดมาใส่ในรางและว่านที่ต้มน้ำจนเดือดมาผสมเข้ากัน ก่อนทิ้งไว้ 1 คืนเพื่อให้ผู้ที่เข้าร่วมพิธีกรรมได้ลงแช่น้ำว่านในแต่ละครั้ง
ไสว รุยันต์