สืบต่อจากคราวที่แล้ว เกี่ยวกับพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ ตามแบบฉบับของ “วัดเขาอ้อ” ต.มะกอกเหนือ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง ตามประเพณีเก่าแก่โบราณ ไม่ว่าจะเป็นพิธีหุงข้าวเหนียวดำ พิธีปลุกเสกน้ำมันงา และพิธีกรรมด้านแช่ว่านยา 108 ชนิดของวัดเขาอ้อ
“วัดเขาอ้อ” เป็นวัดที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของผู้คนที่สนใจด้านวิทยาคม แพทย์แผนไทย ไสยศาสตร์ การปลุกเสก ลงอักขระเลขยันต์ และอื่นๆ มีอดีตพระเกจิอาจารย์ดังสายเขาอ้อ ไม่ว่าจะเป็นพระอาจารย์ทองเฒ่า พระอาจารย์ปาน พระอาจารย์เอียด พระอาจารย์นำ ศึกษาเรียนรู้สืบทอดกันมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน


ย้อนกลับเมื่อวันที่ 5 ก.พ.2568 วัดเขาอ้อ ร่วมกับสานุศิษย์ และองค์กรต่างๆ เช่น สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดพัทลุง สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดพัทลุง จัดงานไหว้ครูบูรพาจารย์ ตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ ทุกเดือน 3 ของทุกปี รำลึกถึงคุณความดีของอดีตบูรพาจารย์ และทำบุญอุทิศให้กับบูรพาจารย์แห่งสำนักเขาอ้อ ทั้งบูรพาจารย์สายพุทธและสายพราหมณ์ ที่ได้สืบทอดวิชาโบราณของวัดเขาอ้อในฐานะสำนักตักศิลา ที่เหลือเพียงแห่งเดียวในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 3-5 ก.พ.2568 ให้เป็นที่รู้จักของสาธารณชนอย่างกว้างขวาง และเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดพัทลุง
สำหรับวันที่ 5 ก.พ. เป็นวันสุดท้าย งานตามรอยพิธีกรรมสำนักเขาอ้อ โดยมีพิธีศักดิ์สิทธิ์อันสำคัญคือพิธีกินข้าวเหนียวดำ ที่ได้รับการปลุกเสกพิธีกรรมไสยศาสตร์แบบโบราณจากพระเกจิอาจารย์สายเขาอ้อ ซึ่งสานุศิษย์วัดเขาอ้อ ทั้งในจังหวัดพัทลุงและต่างจังหวัด เดินทางมากว่า 1,000 คน ร่วมพิธีกินข้าวเหนียวดำตามความเชื่อ จะทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรี เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง

พิธีหุงข้าวเหนียวดำหมายถึง การนำเครื่องยาสมุนไพร หรือว่านชนิดต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 108 ชนิดมาผสมกัน แล้วต้มเอาน้ำยาว่านมาใช้หุงข้าวเหนียวดำ การประกอบพิธีนิยมทำกันภายในอุโบสถมากกว่าสถานที่อื่นๆ ในสมัยก่อนนิยมทำกันในถ้ำฉัททันต์หม้อและไม้ฟืนทุกอัน จะต้องลงอักขระเลขยันต์กำกับด้วยเสมอ พระอาจารย์ผู้ประกอบพิธีจะเริ่มปลุกเสก ตั้งแต่จุดไฟ จนกระทั่งข้าวเหนียวในหม้อสุกแล้วนำข้าวเหนียวที่สุกแล้วไปประกอบพิธีปลุกเสกอีกครั้งหนึ่งจนเสร็จพิธี

สำหรับพิธีกินข้าวเหนียวดำนั้น จะทำพิธีกันภายในอุโบสถ เมื่อถึงเวลาฤกษ์กินข้าวเหนียวดำ สานุศิษย์จะเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ไม่สวมใส่เสื้อ แล้วเข้าไปกราบพระอาจารย์ผู้ประกอบพิธี 3 ครั้ง เสร็จแล้วพระอาจารย์จะให้นั่งชันเข่าบนหนังเสือ เท้าทั้ง 2 เหยียบบนเหล็กกล้าหรือเหล็กเพชร ปิดศีรษะด้วยหนังหมี มือทั้ง 2 วางบนหลังเท้าของตัวเอง พระอาจารย์ใช้มือซ้ายกดมือทั้ง 2 ไว้ พร้อมกับภาวนาพระคาถา ส่วนมือขวาปั้นข้าวเหนียวดำเป็นก้อนป้อนให้ศิษย์ครั้งละ 1 ก้อน แล้วปล่อยมือศิษย์ที่กดไว้บนหลังเท้า มือทั้ง 2 ของศิษย์จะลูบขึ้นไปตั้งแต่หลังเท้าจนทั่วตัว จดใบหน้า
การลูบขึ้นนี้เรียกว่า การปลุก เสร็จแล้วลูบลง เอามือทั้ง 2 ไปวางไว้บนหลังเท้าทั้ง 2 เช่นเดิม
กล่าวกันว่าผู้ที่ไม่เคยกินอาจกลืนลำบาก เนื่องจากว่าข้าวเหนียวมีรสขมมาก บางคนป้อนก้อนแรกถึงกับอาเจียนออกมาก็มี แต่ถ้ากลืนก้อนแรกจนหมดได้ ก้อนต่อไปจะไม่มีปัญหา ซึ่งพระอาจารย์จะป้อนจนครบ 3 ก้อนด้วยกัน ในแต่ละครั้งจะลูบขึ้นลูบลงเช่นเดียวกับครั้งแรก แต่ครั้งที่ 3 นั้นเมื่อศิษย์กินข้าวเหนียวหมดแล้ว พระอาจารย์จะใช้มือซ้ายกดมือทั้ง 2 ไว้ที่เดิม หัวแม่มือขวาสะกดสะดือศิษย์ ทำทักษิณาวรรต 3 รอบ พร้อมกับภาวนาพระคาถาไปด้วย เป็นการผูกอาคม

เหล็กกล้า หนังเสือ หนังหมี ซึ่งเป็นเครื่องประกอบพิธีกรรมที่สำคัญ เป็นคติความเชื่อของคนโบราณที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาคือ เข้มแข็งเหมือนเหล็กกล้า มีอำนาจเหมือนเสือ อดทนเหมือนหมี
สำหรับคุณค่าของการกินข้าวเหนียวดำ มีความเชื่อกันว่าใครกินได้ถึง 3 ครั้ง จะทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรี เป็นมหานิยมที่สำคัญว่ากันว่า ยังเป็นยาแก้โรคปวดหลังปวดเอวได้เป็นอย่างดี


ขณะเดียวกัน มีสุภาพสตรีบางรายที่เชื่อพิธีกรรมไสยศาสตร์แบบโบราณ เพื่อเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และเป็นยารักษาโรคต่างๆ ต่างลงทะเบียนซื้อบัตรคิวรับข้าวเหนียวดำ จากหน้าต่างอุโบสถ กล่องละ 200 บาท เป็นจำนวนมาก
ไสว รุยันต์