ด้านทิศใต้พระวิหารหลวง วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง จ.อุตรดิตถ์ มีต้นพุทราขนาดใหญ่ สูงประมาณ 10 เมตร 1 ต้น โดยส่วนของลำต้นโผล่ออกจากกำแพงพระวิหารหลวง ติดผลดกเต็มต้น โดยมีป้ายระบุว่า “ต้นพุทราแขวนบาตรพระพุทธเจ้า” เจริญเติบโตคู่มากับอายุของวัดพระแท่นศิลาอาสน์ นานกว่า 200 ปี เชื่อว่าเป็นต้นลูกสืบเชื้อพันธุ์มาจากต้นพุทราที่พระพุทธเจ้าทรงโปรดให้พระอานนท์นำบาตรของพระพุทธองค์ไปแขวนไว้ที่กิ่งพุทราต้นนั้น หลังจากที่พระพุทธเจ้าได้กระทำพุทธกิจและฉันภัตตาหารบนพระแท่นศิลาอาสน์แล้ว

รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ

ต้นพุทราต้นนั้นได้รับการขนานนามว่า “พุทราแขวนบาตร”

นายศิริวัฒน์ บุปผาเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นประธานในพิธีกวนพุทราแขวนบาตรบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ โดยมีพระวินัยสาทร (ถวิล ถาวโร) เจ้าอาวาสวัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง และเจ้าคณะจังหวัดพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ (ธรรมยุต) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์กำหนดจัดขึ้น เพื่อนำพุทรากวนจากต้นพุทราแขวนบาตร ถวายบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ณ มณฑลพิธีลานหน้าพระวิหารพระแท่นศิลาอาสน์ วัดพระแท่นศิลาอาสน์ พระอารามหลวง ต.ทุ่งยั้ง อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์

รายงานพิเศษ

พระสงฆ์ 9 รูปร่วมเจริญพระพุทธมนต์ เจ้าหน้าที่เทน้ำสะอาดลงในกระทะเหล็กใบใหญ่ 2 ใบ ติดแก๊สหุงต้ม (หากเป็นแบบโบราณใช้ฟืน) น้ำเริ่มเดือดใส่เกลือเม็ด จากนั้นนายศิริวัฒน์บรรจุเครื่องปรุงลงในกระทะตามสัดส่วนที่เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมไว้คือ น้ำอ้อย แบะแซ และพุทราแขวนบาตร ซึ่งมีการเริ่มเก็บผลสุกพุทราแขวนบาตรที่ร่วงหล่นจากต้น ตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นมา นำมาตากแห้งบดเป็นผงละเอียด เก็บรวบรวมไว้เพื่อประกอบพิธีดังกล่าวโดยเฉพาะ นำพายไม้กวนพุทราให้เป็นเนื้อเดียวกันตามตำรับสูตรโบราณ 1 กระทะใช้เวลากวนประมาณ 2 ชั่วโมง จะมีการกวนพุทราแขวนบาตร 9 กระทะ เทใส่ถ้วยภาชนะนำไปถวายบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ส่วนที่เหลือให้ประชาชนได้บูชารับประทานเป็นอาหารทิพย์ เพื่อความเป็นสิริมงคล การกวนพุทราบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ เป็นพิธีสำคัญที่เปรียบเสมือนการกวนข้าวทิพย์หรือข้าวมธุปายาสของนางสุชาดาเมื่อครั้งพุทธกาล

รายงานพิเศษ

ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ จ.อุตรดิตถ์ พร้อมส่วนราชการ พุทธศาสนิกชนที่ร่วมพิธีกวนพุทราแขวนบาตร ได้บูชาบาตรขนาดเล็ก ตั้งจิตอธิษฐาน ก่อนจะนำบาตรแขวนที่ต้นพุทรา เพื่อความเป็นสิริมงคล เป็นการรำลึกถึงความสำคัญของต้นพุทราแขวนบาตร การบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ และรำลึกถึงพระคุณอันประเสริฐของพระพุทธเจ้า ซึ่งถือเป็นประเพณีอันดีงามที่รักษาและสืบสานกันต่อมาจนถึงทุกวันนี้

รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ

โดยมีพุทธศาสนิกชนตั้งจิตอธิษฐานเพื่อขอเก็บผลพุทราที่ร่วงหล่นจากต้นพุทราแขวนบาตร นำกลับไปรับประทานเพื่อความเป็นสิริมงคลของตนและคนในครอบครัว

รายงานพิเศษ

รายงานพิเศษ

ทั้งนี้ วัดพระแท่นศิลาอาสน์จัดงานนมัสการพระแท่นศิลาอาสน์ ประจำปี พ.ศ.2568 เพื่อสืบสานรักษา พัฒนาต่อยอดประเพณีการบูชาพระแท่นศิลาอาสน์ ภายในงานยังมีการจำหน่ายพุทรากวนโบราณของพี่น้องประชาชนชาว อ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ และจังหวัดสุโขทัย เพื่อให้ประชาชนและผู้ที่สนใจได้เข้ามาซื้อหานำไปรับประทาน เริ่มต้นตั้งแต่ทำเป็นพวงละ 10 บาท หรือกิโลกรัมละ 100 บาท

บุญพิมพ์ ใบยา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน