“ศาลหลักเมืองกำแพงเพชร” ต.ในเมือง อ.เมือง จ.กำแพงเพชร อีกสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีประชาชนผู้ศรัทธาและเหล่าสายมู ทั้งในจังหวัดและทั่วประเทศต่างเดินทางมากราบสักการะขอพร พร้อมบนบานศาลกล่าวเรื่องต่างๆ จนสำเร็จกันมากมาย เมื่อสำเร็จตามที่อธิษฐานแล้วก็จะนำสิ่งของเครื่องไหว้มาแก้บนกันตลอดทุกวัน ซึ่งสิ่งที่นิยมนำมาแก้บนและสักการะไหว้ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองกำแพงเพชรนั้นคือ เหล้า บุหรี่ น้ำแดง หัวหมู เป็ด ไก่ ไข่ต้ม บายศรี พวงมาลัยดาวเรือง ช้าง ม้า นางรำ ผ้า 3 สี

หากใครที่ได้ขอพรชิ้นใหญ่สำเร็จ ก็มักจะนำคณะกลองยาว นางรำ คณะลิเกมาแสดงทั้งกลางวันและกลางคืน ถวายเป็นการแก้บน โดยผู้ศรัทธามักจะขอพรสำเร็จในเรื่องหน้าที่การงาน การสอบติดข้าราชการทุกระดับ หรือมีโชคทางการเสี่ยงดวง ขอลูก การขอวีซ่าเดินทางไปต่างประเทศ การขอให้ชนะคดีความหลุดพ้นการติดคุก การขายที่ดิน และการขอให้หายจากการเจ็บป่วย การผ่าตัดต่างๆ
ขณะที่หลายคนขับรถผ่านศาลหลักเมืองกำแพงเพชร จะนิยมบีบแตรรถยนต์ รถจักรยานยนต์ เพื่อทำความเคารพศาลเจ้าพ่อหลักเมือง จำนวน 3 ครั้ง นับว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของคนกำแพงเพชรที่ยึดเหนี่ยวจิตใจมานานกว่า 700 ปี โดยในช่วงเทศกาลปีใหม่ไทยและสากล และช่วงตรุษจีนจะมีประชาชนแห่มากันเนืองแน่นแทบจะไม่มีที่จอดรถ

โดยประวัติของจังหวัดกำแพงเพชร นับเป็นเมืองเก่าทางประวัติศาสตร์และเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดี เป็นที่ตั้งของเมืองโบราณหลายเมือง เช่น เมืองชากังราว นครชุม ไตรตรึงษ์ เทพนคร และเมืองคณฑี โดยเมืองชากังราวสร้างขึ้นก่อน (ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำปิง) สร้างเมื่อปี พ.ศ.1890 โดยพระเจ้าลิไท กษัตริย์องค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์สุโขทัย ต่อมาสมัยพระเจ้าลิไท กษัตริย์องค์ที่ 5 ได้สร้างเมืองใหม่ขึ้นทางฝั่งตะวันตกของลำน้ำปิง คือ “เมืองนครชุม” โดยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงบันทึกเรื่องกำแพงเมืองของกำแพงเพชรไว้ว่า เป็นกำแพงเมืองที่เก่าแก่ มั่นคง มีความสมบูรณ์มาก และเชื่อว่าจะสวยงามที่สุดในประเทศไทย

โดยจังหวัดกำแพงเพชรเป็นเมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ มีโบราณสถานเก่าแก่ ซึ่งก่อสร้างด้วยศิลาแลงหลายแห่ง อยู่ในอุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร ใกล้กับศาลหลักเมืองกำแพงเพชร โดยได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2534

ซึ่งการมาไหว้เจ้าพ่อหลักเมืองของ จ.กำแพงเพชร จะพิเศษกว่าที่อื่นๆ โดยที่อื่นจะมีแต่เสาหลักเมือง แต่ที่นี่จะมีรูปปั้นพระพักตร์ใบหน้าอ้วน เหมือนคนยิ้มให้เห็น เป็นสิ่งที่เก่าแก่มานานหลายร้อยปี ต่อมาในปี พ.ศ.2526 ได้มีการบูรณะเสาหลักเมืองใหม่ และได้ทำเสาจำลองไว้ทางด้านข้างของศาลหลักเมือง ชาวกำแพงเพชรและคนจังหวัดใกล้เคียงส่วนใหญ่จะมาอธิษฐานขอขอพรบนบาน ส่วนมากจะได้ดั่งสมใจนึกทุกอย่าง ถือว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของบรรดาข้าราชการน้อยใหญ่ที่จะมาประจำอยู่ในพื้นที่ ซึ่งเมื่อมารับตำแหน่งแล้วจะมากราบไหว้เป็นที่แรกกันทุกคน

สำหรับศาลหลักเมืองหลายแห่งในพื้นที่จังหวัดต่างๆ สมัยก่อนนั้น เมื่อจะเริ่มสร้าง จะต้องใช้คนที่ชื่อ “อิน, จัน, มั่น, คง” จำนวน 4 คน ทำพิธีบูชายันต์ผลักคนทั้ง 4 ลงไปในหลุม แล้วปล่อยเสาลงมาทับให้เสียชีวิต พร้อมกลบดินลงหลุม เป็นการฝังอาถรรพ์ให้คนทั้ง 4 เป็นผีเฝ้ารักษาเมือง

ส่วนอีกตำนานกล่าวว่า ให้นำดินจากทิศทั้ง 4 มาปั้นเท่าผลมะตูม สมมติเป็นธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ ให้ถือคนละก้อนยืนอยู่ที่ปากหลุมคนละทิศ เมื่อพราหมณ์ทำพิธีเสร็จ กล่าวคาถาจบ แต่ละคนก็จะโยนก้อนดินลงในหลุม ฝังแผ่นศิลายันต์ และเสาหลักเมืองลงไป เพื่ออัญเชิญเทวดาเข้าประจำรักษาเมือง โดยที่ไม่มีใครเสียชีวิต โดยกำแพงเพชรจะใช้วิธีนี้ ซึ่งก็สร้างศาลหลักเมืองมานานกว่า 700 ปี

ต่อมาช่างจากกรมศิลปากรบูรณะเสาหลักเมืองเดิมให้มีสภาพที่สมบูรณ์ โดยทำจากไม้สักทอง ความสูง 2.29 เมตร ฐานกว้าง 64 เซนติเมตร เพื่อให้ประชาชนได้สักการบูชาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้เทศบาลเมืองกำแพงเพชรปิดกระจกไว้ไม่ให้ผู้คนเข้าไปแปะทอง เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เกิดความเสียหาย จึงได้มีการสร้างหลักเมืองจำลองไว้ด้านนอก เพื่อให้ประชาชนได้ปิดทองแทนเสาหลักเมืองจริง
ส่วนบริเวณหลังศาลหลักเมืองกำแพงเพชร จะเป็นวัดพระแก้ว จะเป็นลานการแสดง แสง สี เสียง ในงานประจำปี “นบพระเล่นเพลงเมืองกำแพงเพชร” ทุกปี

ตามความเชื่อพระพักตร์ของเจ้าพ่อหลักเมืองกำแพงเพชรจะไม่นิยมให้ปิดทองที่ตา เพื่อให้ได้มองเห็นความยากลำบากของประชาชน และไม่ให้ปิดทองที่หูด้วย เพื่อจะได้ยินเสียงคำเรียกร้องขอความช่วยเหลือของประชาชน
ทั้งนี้ หน้าพระพักตร์จะเหมือนหน้าของผู้มีรูปร่างอ้วนท้วมใหญ่และมีฟันหน้ายิ้มอย่างใจดี
ธนรัตน์ นครกัณฑ์