“หลวงปู่ป้อ ธัมมสิริ” อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านเอียด (วัดโพธิ์ศรีบ้านเอียด) ต.เขวา อ.เมือง จ.มหาสารคาม เป็นพระเกจิยุคเก่ามีชื่อเสียงโด่งดัง ร่วมสมัยกับ “หลวงปู่ศรีธรรมศาสน์” แห่งวัดใต้โกสุม อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม และ “หลวงปู่ซุน ติกขปัญโญ” แห่งวัดบ้านเสือโก้ก อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม

รายงานพิเศษ - เหรียญรูปไข่‘หลวงปู่ป้อ’ วัดบ้านเอียด มหาสารคาม

การสืบค้นประวัติ จากปากคำของพระอาจารย์สุข พลลาภ อดีตพระภิกษุที่เคยปรนนิบัติ ได้ข้อมูลพอสังเขปเท่านั้น เนื่องเพราะไม่มีการบันทึกไว้ ทราบเพียงว่ามีพี่สาว 2 คนคือ นางพันและนางจันทร์ หลวงปู่ป้อเป็นบุตรคนสุดท้อง ส่วนบิดา-มารดาไม่ทราบชื่อ เพราะบรรดาญาติๆ ต่างเสียชีวิตไปนานแล้ว เหลือญาติที่ยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันเป็นชั้นเหลน

เกิดประมาณเดือนมกราคม ปี พ.ศ.2415 ต่อมาครอบครัวย้ายบ้านเรือนออกไปอยู่บ้านโนนสะพัง เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งใหม่อยู่ไม่ไกลจากบ้านเอียดเท่าใดนัก ครอบครัวมีอาชีพทำไร่ทำนาเหมือนชาวอีสานทั่วๆ ไป

อายุสิบปีกว่าๆ บิดา-มารดานำไปฝากวัดให้บรรพชา

ครั้นอายุ 20 ปี ในปี พ.ศ.2435 เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดในหมู่บ้าน แต่ไม่ทราบว่าพระอุปัชฌาย์ของท่านเป็นผู้ใด

รายงานพิเศษ - เหรียญรูปไข่‘หลวงปู่ป้อ’ วัดบ้านเอียด มหาสารคาม

รายงานพิเศษ - เหรียญรูปไข่‘หลวงปู่ป้อ’ วัดบ้านเอียด มหาสารคาม

ศึกษาพระปริยัติธรรมวินัยด้วยความขยันขันแข็งอยู่วัดบ้านเอียดมาโดยตลอด และเป็นพระที่เคร่งพระธรรมวินัย

แต่ด้วยความที่ชอบความสงบวิเวกช่วงหลังออกพรรษาแทบทุกปี จะถือธุดงควัตรไปแสวงหาความหลุดพ้นเขาลำเนาไพรในภาคอีสาน

ยังได้ศึกษาเล่าเรียนไสยเวท โดยสันนิษฐานว่าน่าจะศึกษาจากสำนักพระอาจารย์โสภาวดี วัดฟ้าเหลื่อม อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ซึ่งพระเกจิสายอีสานยุคนั้นมักจะไปเล่าเรียนที่วัดแห่งนี้แทบทั้งสิ้น ความเข้มขลังเป็นที่เลื่องลือมาก เก่งทางเมตตามหานิยม คงกระพันชาตรี

เป็นพระที่แม่นยำพระธรรมวินัย จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นพระวินัยธร

อาจารย์พรหมา รักษาเกณฑ์ อดีตเคยเป็นครูสอนอยู่บ้านเอียด เล่าว่า เมื่อกว่า 60 ปีที่ผ่านมา มีนายตำรวจคนหนึ่งยศร้อยตำรวจโท ออกตรวจพื้นที่มาพบที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน และพูดจาทำนองดูถูกว่เป็นพระแก่ จึงเกิดมีปากเสียงกัน จึงจับท่านไปโรงพัก

หลวงปู่ก็ถามว่าจะเอากฎหมายมาตราไหนมาจับ ตำรวจไม่สามารถจะแจ้งข้อหาอะไรได้จึงต้องปล่อยหลวงปู่ไป

รายงานพิเศษ - เหรียญรูปไข่‘หลวงปู่ป้อ’ วัดบ้านเอียด มหาสารคาม

เทศน์สั่งสอนให้ตำรวจดูตราที่หน้าหมวกที่ได้รับพระราชทานมา มีข้อความว่าอย่างไร สุดท้ายนายตำรวจท่านนั้นเกิดสำนึกผิด จึงได้กราบขอขมา ซึ่งหลวงปู่ก็เมตตาให้อภัย

นอกจากนี้ ยังเป็นพระนักพัฒนา พัฒนาวัดบ้านเอียด (วัดโพธิ์ศรีบ้านเอียด) ให้เจริญรุ่งเรือง สร้างถาวรวัตถุไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ ศาลาการเปรียญ นอกจากนั้นยังเป็นหัวแรงใหญ่ชักชวนชาวบ้านก่อสร้างโรงเรียนประถมศึกษาขึ้นในหมู่บ้าน จนเป็นผลสำเร็จปรากฏอยู่จนถึงปัจจุบัน

ในยุคนั้นด้วยบารมีของหลวงปู่ป้อท่านทำให้มีมากราบนมัสการ และฟังธรรมที่วัดบ้านเอียดอย่างล้นหลาม ด้วยกิตติศัพท์ที่เลืองลือในเรื่องความเข้มขลังด้านวิทยาคม ด้านยาสมุนไพร จึงมีพระภิกษุ สามเณร และฆราวาสเดินทางมากราบกรานขอฝากตัวเป็นศิษย์จำนวนมาก เช่น หลวงปู่เสาร์ วัดศรีสุข, หลวงปู่มหานนท์ พรหมสีโล เป็นต้น

รายงานพิเศษ - เหรียญรูปไข่‘หลวงปู่ป้อ’ วัดบ้านเอียด มหาสารคาม

ล่วงเข้าสู่ปัจฉิมวัยด้วยความไม่เที่ยงของสังขาร หลวงปู่มีอาการอาพาธบ่อยครั้ง สุดท้ายมรณภาพ เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2502 สิริอายุ 87 ปี พรรษา 67

แวดวงพระเครื่องเมืองสารคาม ปรากฏวัตถุมงคลของหลวงปู่ป้อหลายรุ่นด้วยกัน แต่ทุกรุ่นได้รับความนิยมในหมู่ศิษย์และผู้นิยมสะสมพระเครื่อง

โดยเฉพาะ “เหรียญรูปไข่รูปเหมือนรุ่นแรก” สร้างเมื่อปี 2499 ได้รับความนิยมสูง กล่าวกันว่าเป็นรุ่นที่อธิษฐานจิตด้วยตัวเอง

จัดสร้างเฉพาะเนื้อทองแดงผิวไฟอย่างเดียว

ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ มีตัวอักษรโค้งไปตามขอบเหรียญจากขวาไปซ้าย เขียนข้อความว่า “อาจารย์ป้อ วัดโพธิ์ศรีบ้านเอียด”

ทั้งนี้ รูปเหมือนหลวงปู่ป้อที่หน้าเหรียญ ท่านมีหน้าตาคล้ายฝรั่ง วงการพระเครื่องนิยมเรียกว่า “บล็อกหน้าฝรั่ง”

ส่วนด้านหลังเป็นยันต์ 2 แถว แถวที่ 1 อ่านว่า “อะ อุ มะ มิ” แถวที่ 2 อ่านว่า “มะ อะ อุ มิ” เป็นคาถาหัวใจตรึงไตรภพ มีจุดสังเกตว่าด้านหลังบางเหรียญมีรอยจาร แต่บางเหรียญก็ไม่มีจาร

สำหรับค่านิยมในวงการพระเครื่องตั้งแต่อดีตจวบจนถึงปัจจุบัน เหรียญบล็อกหน้าฝรั่ง ยังได้รับความนิยมสูงสุด

จัดอยู่ในทำเนียบเหรียญยอดนิยมตลอดกาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน