วัดสว่างสุวรรณราม ตั้งอยู่หน้าสวนหลวง ร.9 ต.หนองแสง อ.เมือง จ.นครพนม สังกัดสงฆ์มหานิกาย เดิมชื่อวัดโพธิ์ชัย สร้าง พ.ศ.2477 ต่อมาเปลี่ยนชื่อวัดเป็นวัดสว่างสุวรรณาราม
ปัจจุบัน พระราชสิริวัฒน์ (เพชร สุวิชาโน) เจ้าคณะจังหวัดนครพนม ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสว่างสุวรรณราม
ตามประวัติวัดแห่งนี้เคยเป็นสถานที่รกร้างมาก่อน พ.ศ.2484 จึงบุกเบิกเป็นที่พักสงฆ์โพนหนองแสง ช่วงแรกไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ในสมัยก่อนชาวบ้านโพนแดง หรือหมู่บ้านอัมพร 2 ในปัจจุบัน เกิดโรคระบาด จึงย้ายถิ่นฐานมาอยู่โนนหนองแสงแห่งนี้ ต่อมาจึงปรึกษาชาวบ้านเพื่อก่อตั้งสำนักสงฆ์

ในสมัยพระครูปรีชาพนมกิจ เจ้าอาวาสรูปแรก และพระครูศาสนกิจ บวชจำพรรษาอยู่ที่วัดศรีเทพประดิษฐาราม ซึ่งเป็นเชื้อสายชาวบ้านโพนแดง ในขณะนั้นวัดต้องที่อยู่ใกล้กัน ถูกทิ้งร้างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวบ้านจึงร่วมกันถากถางสร้างวัดขึ้น
ภายหลังพระครูปรีชาพนมกิจ เจ้าอาวาสรูปแรกมรณภาพ ท่านจึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.2533 พัฒนาวัดสืบเรื่อยมาจนรุ่งเรืองในปัจจุบัน พร้อมทั้งก่อตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม-บาลี

ต่อมาจึงมีดำริสร้างพระธาตุแสงนคร ประดิษฐานหน้าอุโบสถวัด เพื่อไว้เป็นหลักฐานทางพระพุทธศาสนา และไว้บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ อัฐิธาตุบูรพาจารย์ เครื่องใช้สมัยโบราณ สิ่งของมีค่าบรรพบุรุษ เพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ระลึกและกราบไหว้
พระธาตุเจดีย์แห่งนี้วางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2565 ตรงกับวันวิสาขบูชา รูปทรงคล้ายองค์พระธาตุพนม ลักษณะทรงสี่เหลี่ยมมณฑป สูง 32 เมตร ฐานกว้างด้านละ 2 เมตร ศิลปะสมัยอาณาจักรศรีโคตรบูรณ์กำลังรุ่งเรือง

ซุ้มประตูจำลองมาจากซุ้มประตูองค์พระธาตุพนม สูง 4 ชั้น ใต้ฐานบรรจุพระพุทธรูปปางต่างๆ พระผง พระพิมพ์จำนวน 84,000 องค์ เงินทองเพชรนิลจินดา ตลอดจนศาสตราวุธ รวมถึงสิ่งของโบราณของผู้มีจิตศรัทธาที่นำมาถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา ใช้เวลาสร้าง 2 ปีจึงแล้วเสร็จ ในงบประมาณ 12 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีผู้ศรัทธาคือ นางลลิตา ฤกษ์วาณิชย์ รองนายกเหล่ากาชาด จ.สกลนคร ภรรยา นายวีระ ฤกษ์วาณิชย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร เจ้าภาพอุปถัมภ์ มอบเพชรนิลจินดา แก้วนพเก้า และผู้ใจบุญที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทองคำสมทบน้ำหนักรวม 71 บาท เพื่อหล่อหุ้มยอดฉัตร มูลค่ารวม 4 ล้านบาท ก่อนมีพิธีนำขึ้นประดับบนยอดฉัตรพระธาตุ เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2567 ตรงกับวันวิสาขบูชา

ทั้งนี้ วัดสว่างสุวรรณรามจัดงานสมโภชพระธาตุแสงนคร เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2568 ที่ผ่านมา เพื่อเปิดให้พุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย-ลาว แวะเวียนมาทำบุญ เข้าวัดฟังธรรม เจริญจิตตภาวนา น้อมนำหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าไปใช้ในการดำเนินชีวิต และมีโอกาสใกล้ชิดพระพุทธศาสนา

วันที่ 27 ก.พ. เวลา 04.00 น. พิธีอัญเชิญพระอุปคุตจากสวนหลวง ร.9 เพื่อมาปกป้องคุ้มครองงาน ช่วงเช้าพิธีบวงสรวงองค์พระธาตุ และรำบวงสรวง ต่อมา นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน โดย นายปราชญา อุ่นเพชรวรากร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้มอบหมายให้ นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม กล่าวรายงาน

โดยมีขบวนกลองยาวแห่เครื่องอัฐบริขาร เครื่องสักการะองค์พระธาตุ ต้นผึ้ง ขันธ์ห้าขันธ์แปด ประธานในพิธีถวายเครื่องสักการะแด่พระราชสิริวัฒน์ ก่อนเข้าสู่พิธีทางศาสนาไหว้พระรับศีลรับพรเสร็จ ประธานในพิธีถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์กล่าวอนุโมทนา ประธานในพิธีลั่นฆ้องชัย 9 ครั้งพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ 9 รูปสวดชยันโต เพื่อความเป็นสิริมงคล

ต่อจากนั้นนายชูศักดิ์ และผู้ร่วมพิธี ถวายเครื่องสักการะแด่องค์พระธาตุ จึงมีพิธีฟ้อนรำหางนกยูงบูชาพระธาตุแสงนคร โดยนักเรียนโรงเรียนหลายแห่งในพื้นที่ และฟ้อนรำสักการะพระธาตุ ท่ามกลางพุทธศาสนิกชนมาร่วมงานกว่า 500 คน

วันที่ 28 ก.พ. พิธีทำบุญตักบาตร ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุ-สามเณร ช่วงเย็น เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญ ถวายกองบุญต้นกัลป์จากหมู่บ้านต่างๆ สวดสาธยายพระไตรปิฎกตลอดวัน ช่วงค่ำมีมหรสพสมโภช ลำเรื่องต่อกลอนหมอลำคณะศิลปินภูไท วีระพงษ์ วงศ์ศิลป์
พระธาตุแสงนคร ถือเป็นพระธาตุบริวารพระธาตุพนม อยู่คู่พระพุทธศาสนาสืบไป
ชนะ วสุรักคะ