วันเสาร์ที่ 22 มี.ค. 2568 น้อมรำลึกครบรอบ 6 ปี มรณกาล “พระครูสิริธรรมรัต” หรือ “หลวงปู่หล่ำ สิริธัมโม” อดีตเจ้าอาวาสวัดสามัคคีธรรม ถนนลาดพร้าว 64 แขวงและเขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ พระเกจิที่เคร่งครัดและเปี่ยมด้วยคุณธรรม เป็นที่พึ่งของชาวบ้านและสาธุชนโดยทั่วไป มีจิตที่เปี่ยมด้วยความเมตตา
มีนามเดิมว่า หล่ำ แซ่เจ็ง เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน เกิดเมื่อวันที่ 31 ส.ค.2472 ที่บ้านหมู่ที่ 1 ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ บิดา-มารดา ชื่อ นายจุ๊ยเตียง แซ่เจ็ง และนางปิ่น แซ่ซิ้ม
อายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดบางหญ้าแพรก จ.สมุทรปราการ โดยมีพระครูสิริศีลคุณ เจ้าคณะจังหวัดสมุทรปราการ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูเผย เจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระสมุห์ผ่อง เจ้าอาวาสวัดปุ้ณหังสนาวาส เป็นพระอนุสาวนาจารย์
จากนั้นเข้าสังกัดวัดบางหญ้าแพรก ได้ท่องบทสวดมนต์ เรียนพระปริยัติธรรมและเรียนวิปัสสนากัมมัฏฐาน ในปี พ.ศ.2492 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี

เป็นศิษย์ของหลวงพ่อเผย วัดบางหญ้าแพรก อีกทั้งได้สืบสานวิชาของหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า กับอาจารย์พานต์ นนทตา และเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อครื้น วัดสังโฆ จ.สุพรรณบุรี
ลำดับความทรงจำ ได้มีโอกาสเรียนวิทยาคมกับหลวงพ่อเผยที่เป็นพระเกจิอาจารย์ในขณะนั้น ได้ฝึกออกท่องธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพร เพื่อฝึกฝนจิตใจให้มั่นคง
ยามว่างจากธุดงค์อยู่กับวัดมิได้อยู่นิ่งเฉย ขออนุญาตหลวงพ่อเผยนำสมุดข่อยโบราณมาทำการศึกษา ในช่วงที่หลวงพ่อเผยชราภาพมาก จึงได้มอบหมายหน้าที่ทั้งหมดให้พระภิกษุหล่ำเป็นผู้ดำเนินการแทน แม้กระทั่งการสร้างวัตถุมงคลของหลวงพ่อเผย
นอกจากนี้ ยังเป็นศิษย์เอกของหลวงพ่อครื้น วัดสังโฆ จ.สุพรรณบุรี ครั้งหนึ่งธุดงค์ผ่านไปแถบเมืองสุพรรณบุรี ได้ยินกิตติศัพท์ของหลวงพ่อครื้น วัดสังโฆสิตาราม จึงเดินทางไปฝากตัวขอเป็นศิษย์เรียนวิทยาคม
ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมและการสร้างเครื่องรางของขลัง อาทิ การสร้างยันต์ ผ้าประเจียด ตะกรุดนานาชนิด โดยเฉพาะวิชาที่เลื่องชื่อของหลวงพ่อครื้น คือ วิชาทำตุ๊กแก
เคยให้หลวงปู่หล่ำเสกตุ๊กแก โดยนั่งสมาธิคุมอยู่ด้านหลังพิธีกรรม ในครั้งนั้นหลวงพ่อครื้นเอ่ยปากชมว่า “หล่ำทำได้เหมือนพ่อเลยนะ” จากนั้นหลวงปู่หล่ำได้รับความไว้วางใจเสกตุ๊กแกแทนหลวงพ่อครื้นตลอดเวลา
เป็นศิษย์ที่หลวงพ่อครื้นให้ความเมตตาเป็นอย่างยิ่ง ช่วงที่หลวงพ่อครื้นใกล้มรณภาพได้อยู่ในอ้อมกอดของหลวงปู่หล่ำ ท่ามกลางศิษยานุศิษย์มากมาย ท่านได้บอกว่า “หล่ำเอย พ่อจะไปแล้วนะ วิชาของพ่อมอบให้หล่ำไปหมดแล้ว ต่อไปต้องสงเคราะห์ชาวบ้านแทนพ่อด้วยนะ”
จวบจนหลวงพ่อครื้นละสังขาร จึงย้ายไปพำนักที่วัดไกรสีห์น้อยอยู่ได้ระยะหนึ่ง ญาติโยมที่วัดคลองบางปิ้ง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นิมนต์ให้ท่านมาช่วยพัฒนาวัด
ได้ไปช่วยพัฒนาวัดคลองบางปิ้งอยู่ 2 พรรษา จนกระทั่งวัดคลองบางปิ้งมีความเจริญรุ่งเรือง ต่อมาได้รับนิมนต์จากศรัทธาญาติโยมให้มาช่วยสร้างวัดสามัคคีธรรม แขวงวังทองหลาง ที่เพิ่งเริ่มสร้างเมื่อปี พ.ศ.2510 จนวัดเริ่มเป็นปึกแผ่นมั่นคง
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2522 ได้รับพระราชทานแต่งตั้งให้เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นโท ในราชทินนามที่ พระครูสิริธรรมรัต
สำหรับวัตถุมงคลที่ได้รับการยอมรับในวงการเครื่องรางของขลัง นอกจากเครื่องรางตุ๊กแก ที่โด่งดังไม่แพ้กัน คือ เบี้ยเศรษฐี
กว่ากึ่งศตวรรษแห่งการครองสมณเพศ สั่งสมประสบการณ์ เกียรติคุณเป็นที่รู้จักศรัทธาเลื่อมใส ด้วยความเมตตาที่เปี่ยมล้น
กระทั่ง วันศุกร์ 22 มี.ค.2562 เวลา 03.40 น. มรณภาพลงอย่างสงบ สิริอายุ 90 ปี พรรษา 70