วันเสาร์ที่ 5 เม.ย. 2568 น้อมรำลึกครบรอบ 107 ปี ชาตกาล “พระศีลมงคล” หรือ “หลวงปู่ทอง สีลสุวัณโณ” หรือ “พ่อท่านทอง ลิ้นดำ” เจ้าอาวาสวัดสำเภาเชย อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี พระเถระผู้เพียบพร้อมด้วยเมตตาธรรมคุณธรรม ได้รับนิมนต์ร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลแทบทุกงาน

เป็นลูกหลานชาวปัตตานีโดยกำเนิด มีนามเดิมชื่อ ทอง หรืออินทอง ศรีชาติ เกิดวันที่ 5 เม.ย.2461 ณ บ้านเลขที่ 5 หมู่ 3 ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี บิดา-มารดาชื่อ นายสีคง และนางแมะ ศรีชาติ

บรรพชาเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.2477 ที่วัดดอนตะวันออก ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

กระทั่งอายุครบ 21 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดดอนตะวันออก ต.ดอน อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.2482 มีพระครูวิธานวัตต์ (คง) เจ้าอาวาสวัดสำเภาเชยในขณะนั้น เป็นพระอุปัชฌาย์, พระครูวุฒิชัยธรรมธาดา เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูพิพัฒน์สมณกิจ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

ได้รับฉายาว่า สีลสุวัณโณ แปลว่าผู้มีศีลงดงามดั่งทอง

พ.ศ.2487 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสำเภาเชย จนถึงปี พ.ศ.2494 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ และเป็นเจ้าคณะตำบล

พ.ศ.2497 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร มีราชทินนามว่า พระครูพินิตนรัญญู

เมื่อปี พ.ศ.2509 ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอปะนาเระ จนถึง พ.ศ.2543 เป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ เจ้าคณะอำเภอปะนาเระ

อริยะโลกที่ 6 - รำลึก107ปี‘พระศีลมงคล’ หลวงปู่ทอง วัดสำเภาเชย

พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระศีลมงคล

งานด้านการศึกษา สนับสนุนส่งเสริมเต็มที่ โดยบริจาคให้ที่ดินจัดตั้งโรงเรียนวัดสำเภาเชย ซึ่งสอน ในระดับมัธยมศึกษา ม.1-ม.3 (ป.5-ป.7 เดิม) ตั้งแต่ พ.ศ.2499 ปัจจุบันได้ยุบรวมกับโรงเรียนบ้านปะนาเระ

ต่อมาก็จัดตั้งโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรม ประจำศาสนศึกษาขึ้นในวัดสำเภาเชย แผนกธรรมประจำสนามสอบวัดสำเภาเชย อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี

ในฐานะเจ้าอาวาสวัดสำเภาเชย ได้พัฒนาวัดโดยจัดสร้างอาคารเสนาสนะต่างๆ ภายในวัด เช่น อุโบสถ หอฉัน ศาลาอเนกประสงค์ ศาลาที่พักซุ้มประตู และกำแพงวัด ปรับบริเวณสถานที่ให้มีความร่มรื่น สวยงาม

จนได้รับการยกย่องให้เป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง จากกรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ ในปีพ.ศ.2525 และเป็นวัดพัฒนาตัวอย่างที่มีผลงานดีเด่นในปีพ.ศ.2544

นอกจากนี้ คือ สร้างอุโบสถวัดโพธาราม สร้างตึกสงฆ์หลวงปู่ทวด ในโรงพยาบาลปะนาเระ สร้างอุโบสถวัดดอนตะวันออก สร้างอาคารอเนกประสงค์ หมู่ที่ 4 บ้านคลองต่ำ ต.ปะนาเระ ฯลฯ

รวมทั้งเพื่อให้พระภิกษุสามเณรมีกำลังใจ ท่านก็ให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรที่ไปศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกบาลี ที่กรุงเทพมหานคร เป็นเวลากว่า 10 ปี และก็ยังทำอย่างต่อเนื่อง

ที่วัดมีโครงการบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนทุกปี เพื่อรักษาขนบประเพณีอันดีงาม และเปิดโอกาสให้เด็กเยาวชนได้ใกล้ชิดกับวัดมากยิ่งขึ้น เป็นการบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ตั้งแต่เยาว์วัย

ในฐานะเจ้าคณะอำเภอปะนาเระ ท่านมีส่วนช่วยเหลือจัดสร้างดำเนินการสาธารณูปโภค ร่วมกับประชาชนและราชการพัฒนาท้องถิ่นให้เจริญรุดหน้าอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังเป็นพระเกจิชื่อดังแห่งเมืองใต้ เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลมากมาย เช่น พระบูชา พระเนื้อว่าน หลวงปู่ทวด พระกริ่ง เหรียญ ตะกรุด ฯลฯ วัตถุมงคลต่างๆ มีทั้งที่ท่านจัดสร้างเอง รวมทั้งคณะศิษยานุศิษย์จัดสร้าง

วัตถุมงคลที่ผ่านการปลุกเสกล้วนแต่มีคุณพิเศษโดดเด่นรอบด้าน

แต่ด้วยอายุกาลล่วงเข้าสู่วัยชราภาพ ทำให้มีอาการอาพาธไปตามวัย

กระทั่งเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2554 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ด้วยโรคชราอ่อนเพลีย เป็นเวลานานนับเดือนแล้ว จนอาการดีขึ้นจึงออกจากโรงพยาบาล จากนั้นก็มีอาการอาพาธทรุดหนักลง ต้องกลับเข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน

กระทั่งวันที่ 26 เม.ย.2554 ที่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หลวงปู่ทอง ละสังขารอย่างสงบ จากสาเหตุเลือดออกในสมอง เนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก

สิริอายุ 94 ปี พรรษา 76

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน