วันอังคารที่ 8 เม.ย.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 112 ปี ชาตกาล “หลวงพ่อจ้อย จันทสุวัณโณ” อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร (วังเดื่อ) ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์ อดีตพระเถระนักพัฒนาที่มีอายุกาลพรรษาสูงของนครสวรรค์
มีนามเดิมว่า จ้อย (ภาษาลาวพื้นบ้านแปลว่าผอม บางคนก็เรียกท่านว่าหลวงพ่อจ่อย ซึ่งก็แปลว่าตัวเล็ก) เกิดในตระกูลปานสีทา ที่ต.พรวงสองนาง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี เกิดเมื่อวันอังคารที่ 8 เม.ย.2456 บิดา-มารดาชื่อ นายแหยม และนางบุญ ปานสีทา
ในช่วงวัยเยาว์ได้เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาจบชั้น ป.4 ที่โรงเรียนดอนหวาย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี แต่ด้วยครอบครัวมีฐานะยากจน ต่อมาได้โยกย้ายที่ทำกินไปถึงบ้านวังเดื่อ ต.หนองกรด อ.เมือง จ.นครสวรรค์
เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 7 พ.ค. 2476 ที่วัดดอนหวาย ต.พรวงสองนาง อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี โดยมีพระครูปลัดตุ้ย เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์บุญธรรม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์บุญตา เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่จำพรรษาที่วัดดอนม่วง อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์ สอบได้นักธรรมชั้นตรี พ.ศ.2478 แล้วย้ายมาจำพรรษาที่วัดพรหมจริยาวาส อ.เมือง จ.นครสวรรค์ สอบได้นักธรรมชั้นโท พ.ศ.2479 หลังจากนั้นได้เดินทางไปวัดระฆังโฆสิตาราม ก่อนไปศึกษาเล่าเรียนพระอภิธรรมที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เขตพระนคร

ต่อมาชาวบ้านวังเดื่อ เห็นว่าวัดศรีอุทุมพรขาดเจ้าอาวาสจึงรวมตัวกันไปกราบอาราธนานิมนต์ให้กลับมาเป็นเจ้าอาวาสที่วัดศรีอุทุมพร
พ.ศ.2485 จึงกลับมาเป็นเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร
ศึกษาวิทยาคม รวมทั้งวิธีการทำวัตถุมงคลจากพระเถระผู้มีชื่อเสียงหลายรูป เช่น หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เรียนวิชาการทำตะกรุดโทน ผ้าประเจียด การทำน้ำมนต์ การแก้คุณไสย ยันต์ตรีนิสิงเห และยันต์มหาอำนาจ
เรียนการทำผงอิทธิเจ ผงปถมัง ผงพุทธคุณ ผงมหาราช จากหลวงพ่อฉาบ วัดคลองจันทร์ อ.หันคา จ.ชัยนาท ได้แลกเปลี่ยนวิชาและเรียนพระคาถานะ 108 หัวใจธาตุทั้ง 4 หัวใจคาถาต่างๆ จากหลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม อ.เมือง จ.นครปฐม
นอกจากนี้ ยังไปฝากตัวเป็นศิษย์เรียนวิชาการทำมีดหมอวิธีสร้างสิงห์งาแกะ วิชาการทำน้ำมนต์ จากหลวงพ่อเดิมวัดหนองโพ อ.ตาคลี จ.นครสวรรค์
รวมทั้งศึกษาวิชาด้านการหุงน้ำมัน วิชาการประสานกระดูก ท่านเรียนจากหลวงพ่ออินทร์ วัดเกาะหงษ์ ต.ตะเคียนเลื่อน อ.เมือง จ.นครสวรรค์
ลำดับงานปกครอง เป็นเจ้าอาวาสวัดศรีอุทุมพร พ.ศ.2485 ตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกนักธรรม พ.ศ.2490 แผนกบาลี พ.ศ.2495 ตั้งสำนักวิปัสสนากรรมฐาน พ.ศ.2498 พ.ศ.2514 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระครูชั้นประทวน
มีกิจวัตรที่สำคัญคือ การบิณฑบาต สวดมนต์ ทำสมาธิ ปฏิบัติกัมมัฏฐาน อีกทั้งทำงานด้านการก่อสร้างถาวรวัตถุในวัด การพัฒนาสร้างถนน ทำบ่อน้ำ เหมือง-ฝายกักเก็บน้ำให้ประชาชนได้มีน้ำใช้ทำการเกษตร ใช้ในการอุปโภคบริโภค
ยึดถือคติว่าเวลามีค่ายิ่ง จึงยิ่งเร่งทำงานตามที่ท่านตั้งใจเพื่อให้เกิดการพัฒนาทั้งงานหลวง งานราษฎร์ไม่ได้ขาด
พ.ศ.2537 สร้างหอสมุดเฉลิมพระเกียรติฯ โดยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯมาเป็นประธานเปิด รวมทั้งเยี่ยมชมโครงการต่างๆ ของหลวงพ่อจ้อย
ด้านวัตถุมงคล มีมากมายหลายชนิด หลายรุ่น ทั้งรูปหล่อ รูปถ่าย เหรียญ พระกริ่ง พระผง พระสมเด็จ พระพรหม ฤๅษี พระรอด พญาครุฑ ตะกรุด ผ้ายันต์ เสื้อยันต์ ธง มีดหมอ งาแกะ รูปนางกวัก เป็นต้น
สร้างเอง เสกเอง เพียงรูปเดียว ไม่เคยจัดพิธีปลุกเสกหมู่ หรือนำของไปให้ใครช่วยปลุกเสก มีบางส่วนที่คณะกรรมการวัดจำเป็นต้องเปิดให้เช่าบูชาเพื่อหาทุนก่อสร้างถาวรวัตถุในวัด มาทำถนน ขุดบ่อน้ำ สร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก สร้างอาคารเรียน ศาลาการเปรียญ หอสมุด และอื่นๆ อีกมากมาย
ในช่วงบั้นปลายชีวิต หลวงพ่อจ้อย สุขภาพร่างกายเริ่มอ่อนแอ จนกระทั่งวันที่ 16 เม.ย.2550 มรณภาพลงอย่างสงบ สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74