พระธรรมมงคลวชิโรภาส (ทองใบ ปุณโณภาโส) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รมว.วัฒนธรรม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช และพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 99 รูป งาน “ใต้ร่มพระบารมี 243 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” พร้อมด้วย นางสาวพลอย ธนิกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงวัฒนธรรม นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา ผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมงาน เมื่อวันที่ 21 เม.ย. ณ พระอุโบสถ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เขตพระนคร กรุงเทพฯ


เวลา 09.20 น. มีพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ศาลหลักเมือง เนื่องในกิจกรรม “ใต้ร่มพระบารมี ๒๔๓ ปี กรุงรัตนโกสินทร์” โดยมีพิธีการสักการะพระพุทธรูป ณ หอพระพุทธรูป ใส่บาตรพระประจำวันเกิด ถวายธูปเทียน กล่าวคำอธิษฐาน ปิดทอง และผูกผ้าแพรทั้ง 3 ผืน ณ องค์หลักเมืองจำลอง และถวายพวงมาลัย ณ ศาลเทพารักษ์ทั้ง 5 ประกอบด้วย พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุปต์ และเจ้าหอกลอง ณ ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร

น.ส.สุดาวรรณกล่าวว่า การจัดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 243 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ในปีนี้ กระทรวงวัฒนธรรมร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชนและเครือข่ายทางศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม จัดงาน “ใต้ร่มพระบารมี 243 ปี กรุงรัตนโกสินทร์” ระหว่างวันที่ 23-27 เม.ย.2568 ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และวัดประยุรวงศาวาส เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเนื่องในวาระครบรอบวันคล้ายวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ 243 ปี และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ปฐมกษัตริย์แห่งพระบรมราชวงศ์จักรี ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานีของไทย เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2325 นับถึงปัจจุบันเป็นเวลากว่า 243 ปี และสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชในพระบรมราชจักรีวงศ์ ทรงเปี่ยมด้วยทศพิธราชธรรม ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อสร้างประเทศชาติให้มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคงด้วยพระปรีชาสามารถและพระราชวิสัยทัศน์อันกว้างไกล ทรงทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมของชาติให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาถึงปัจจุบัน

“วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม” เป็นวัดที่สร้างตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า วัดโพธาราม ในปีพุทธศักราช 2311 เมื่อสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ทรงสถาปนากรุงธนบุรีขึ้นเป็นราชธานี โดยกำหนดเขตทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้แม่น้ำผ่านกลางพระนคร วัดโพธารามตั้งอยู่ในเขตกำแพงพระนครฝั่งตะวันออก จึงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ยกฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวง และมีพระราชาคณะปกครองตลอดสมัยกรุงธนบุรี

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดโพธารามขึ้นใหม่ทั้งพระอาราม สร้างพระอุโบสถ พระระเบียง พระวิหาร ตลอดจนสิ่งก่อสร้างที่จำเป็นอื่นๆ และสร้างถาวรวัตถุ แล้วโปรดให้อัญเชิญพระพุทธรูปจากหัวเมืองต่างๆ มาประดิษฐานบริเวณพระอุโบสถ พระวิหารทิศ และพระระเบียง ฯลฯ และพระราชทานนามว่า วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาวาส
ปีพุทธศักราช 2375-2391 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดให้บูรณปฏิสังขรณ์ สิ่งใดชำรุดทรุดโทรมมากก็รื้อสร้างใหม่ขยายรูปทรงบ้าง สร้างเพิ่มขึ้นใหม่บ้าง ส่วนกุฏิสร้างใหม่เป็นตึก และโปรดให้จารึกสรรพตำราต่างๆ 8 หมวด ลงแผ่นหินอ่อนประดับไว้ตามศาลารายเพื่อเผยแพร่ความรู้แก่ประชาชน