“วัดราษฎร์ประดิษฐ์วราราม” ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป “หลวงพ่อทันใจ” พระพุทธรูปศิลปะพม่า ที่มีพระพักตร์สวยงามคล้ายผู้หญิง และมีความศักดิ์สิทธิ์
มีผู้คนเดินทางไปกราบไหว้ขอพร อีกทั้งยังมีคนเคยไปขอพรแล้วถูกรางวัลอีกด้วย

วัดราษฎร์ประดิษฐ์วราราม ตั้งอยู่กลางหมู่บ้านบ้านหินโง่น ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก ภายในวัดมีสิ่งปลูกสร้างที่สวยงาม โดยเฉพาะพระธาตุพนมจำลอง รวมทั้งมณฑป วิหารต่างๆ สร้างและตกแต่งอย่างสวยงาม

สำหรับหลวงพ่อทันใจ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยปูน ขนาดหน้าตักกว้างประมาณ 2.5 เมตร ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารที่สวยงามตระการตา องค์พระมีลักษณะศิลปะพม่า แต่ที่โดดเด่นเป็นที่สะดุดตาเป็นอย่างมาก คือ พระพักตร์สวยงามมาก พระขนงหรือคิ้วเรียวโก่งดั่งคันศร เปลือกตาสีฟ้า มีขนตาสีดำยาว พระโอษฐ์สีชมพู ลักษณะยิ้มเล็กน้อย ส่วนจีวรสีเหลืองอร่ามก็มีลักษณะพลิ้วไหว ดูสวยงามเป็นอย่างมาก

พระครูบวรพัชรโสภิต (ศุภักษร จักกวโร) เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ประดิษฐ์วราราม และเจ้าคณะตำบลบุ่งน้ำเต้า เปิดเผยว่า เมื่อประมาณปี พ.ศ.2557 ได้มีโอกาสไปทัศนศึกษาที่ประเทศพม่าและได้ไปเห็นพระพุทธรูปที่สวยงามจึงได้ถ่ายรูปไว้ เมื่อกลับมาที่วัดก็ได้มีแนวคิดว่าจะนำมาสร้าง เพื่อให้ชาวบ้านได้กราบไหว้บูชา โดยได้ทำพิธีหล่อด้วยปูน เมื่อวันที่ 27 เม.ย.2558 โดยหล่อให้เสร็จภายในวันเดียว จึงได้ตั้งชื่อว่า “หลวงพ่อทันใจ”

สำหรับพระพักตร์ที่สวยงามนั้นก็มีแบบอย่างมาจากประเทศพม่า แต่ช่างได้เสริมแต่งจนดูสวยงาม ชาวบ้านหลายคนบอกว่า เมื่อมีเรื่องทุกข์ใจก็จะมานั่งขอพร พร้อมกับมองพระพักตร์ของหลวงพ่อทันใจไปด้วย ก็พลอยทำให้สบายใจขึ้นบ้าง และนอกจากนี้ ก็มีคนมาขอพร ขอโชค ขอลาภ ซึ่งหลายคนก็สมหวัง เมื่อประมาณ 2-3 ปีที่แล้วก็มีผู้มาขอโชคแล้วถูกรางวัลใหญ่ ได้นำพวงมาลัยจำนวน 10,000 พวง ถวายจนกลิ่นหอมพวงมาลัยตลบอบอวลไปทั้งวัด

แม้จนทุกวันนี้ ยังมีชาวบ้านจำนวนมากเดินทางมากราบขอพรและขอโชคลากจากหลวงพ่อ โดยได้จุดธูปอธิษฐานขอพร พร้อมทั้งจุดธูปมงคลเพื่อขอตัวเลขเพื่อนำไปเป็นแนวทางในการเสี่ยงโชค


วัดราษฎร์ประดิษฐ์วราราม (มหานิกาย) ตั้งอยู่บ้านหินโง่น หมู่ที่ 14 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ วัดแห่งนี้ นายพล เทพดวง ได้ยกที่ดินให้วัด จำนวน 3 ไร่ และต่อมาชาวบ้านซื้อเพิ่มอีก 3 ไร่ รวมเป็น 6 ไร่เศษ ได้ทำถนนตัดผ่าน จึงเหลือที่ดินในปีจจุบัน จำนวน 4 ไร่เศษ สร้างเป็นวัดเมื่อปี พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ.2482 เดิมได้ตั้งชื่อวัดตามที่ตั้งหมู่บ้านชื่อว่า “วัดหินโง่น” ในอดีตไม่มีการแต่งตั้งเจ้าอาวาสวัด เนื่องจากเป็นวัดที่ตั้งอยู่ในป่า จึงไม่ค่อยมีพระมาอยู่จำพรรษา ต่อมาปี พ.ศ.2519 ได้มีการแต่งตั้งพระปัน กันตธัมโม รักษาการเจ้าอาวาส
ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2524 พระศุภักษร สุขมา เข้าพิธีอุปสมบทและอยู่จำพรรษาเป็นเวลานาน ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัด อยู่จำพรรษาตั้งแต่ปี พ.ศ.2538 เป็นต้นมา เพราะมีภูมิลำเนาอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้
เจ้าคณะตำบล จึงแต่งตั้งพระศุภักษร เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกและอยู่จำพรรษาจนถึงปัจจุบัน
อารีย์ สีแก้ว