เดือนเมษายนของทุกปี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) จัดงานสักการบูชาฮดสรงน้ำ “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” พุทธปฏิมาประจำเมืองมหาสารคาม ณ บริเวณหน้าหอพระ สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง)
โดยมี นายประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหาร บุคลากร นิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคาม และชาวมหาสารคามร่วมงาน

ประธานในพิธีนำคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร และนิสิตมหาวิทยาลัยมหาสารคามตั้งขบวนอัญเชิญเครื่องสักการะ ดอกไม้ และน้ำสรง บริเวณอาคารอเนกประสงค์ 50 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มีขบวนฟ้อนรำจากนิสิตคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์ และขบวนกลองยาวจากวงศิลป์อีสาน โดยนิสิตวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ แห่เครื่องสักการะไปยังหอพระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก เพื่อถวายปัจจัยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา (ต้นเงินจากแต่ละคณะ/หน่วยงาน) แด่พระครูวินัยวรญาณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดมหาสารคาม (ธ) เจ้าอาวาสวัดป่าศรัทธาธรรมวิทยา ประธานฝ่ายสงฆ์

สำหรับความเป็นมา “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” องค์นี้จัดสร้างขึ้นเพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสสมโภชกรุงรัตนโกสินทร์ 200 ปี พุทธศักราช 2525 เพื่อเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองมหาสารคาม สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม (มหาวิทยาลัยมหาสารคามในปัจจุบัน) หัวแรงใหญ่คืออาจารย์อาคม วรจินดา ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง ผอ.สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน

ดำเนินการจัดสร้างพระพุทธรูปแบบเอกลักษณ์ของชาวอีสาน โดยมีการศึกษาค้นคว้ารูปแบบจากพระพิมพ์ดินเผาซึ่งปรากฏพบอยู่ในภาคอีสานหลายแห่ง ท้ายสุดได้มีความเห็นร่วมกันว่าควรใช้พระพิมพ์ดินเผาที่ขุดพบที่บริเวณโคกดอนพระ อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม เป็นต้นแบบ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิเพชร พระพักตร์อิ่มเอิบบริสุทธิ์แสดงถึงความหลุดพ้น ประทับนั่งบนดอกบัวหงาย อันหมายถึงปรัชญาอันเป็นญาณนำไปสู่นิพพาน ส่วนเรือนแก้วด้านหลังองค์พระแสดงถึงรูปคลื่นกิเลสตัณหาและไฟราคะ อันเป็นวัฏฏะของการเวียนว่ายตายเกิด สันนิษฐานว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยปาละวะหรือคุปตะตอนปลายตรงกับสมัยพุทธศตวรรษที่ 13

วันที่ 20 เมษายน 2524 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ และสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ มายังมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาสารคาม (ในขณะนั้น) ทรงประกอบพิธีเททองหล่อ ณ พลับพลาพิธีข้างสนามกีฬามหาวิทยาลัยมหาสารคาม (ปัจจุบันคือฝั่งด้านโรงพยาบาลสุทธาเวช คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม) โดยมีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูปองค์นี้ว่า “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก”
พระพุทธรูปองค์นี้สร้างจากเนื้อโลหะสำริด ขนาดหน้าตักกว้าง 35 นิ้ว สูง 82 นิ้ว พร้อมกับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญพระปรมาภิไธยย่อ ภปร ไว้ ณ ผ้าทิพย์ด้านหน้าฐานพระพุทธรูป

ต่อมาในวันที่ 17 พฤศจิกายน 2524 กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ณ หอประชุม มศว มหาสารคาม
ในคราวเดียวกัน นอกจากสร้างองค์พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก ยังได้มีการจำลองพระพุทธรูปกันทรวิชัย ขนาดหน้าตัก 12 นิ้ว จำนวน 99 องค์ ทูลเกล้าฯ ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้แก่ทุกจังหวัดในภาคอีสาน นำไปประดิษฐานเป็นพระประธาน ณ ห้องประชุมศาลากลางจังหวัดทุกจังหวัด

ส่วนที่เหลือมหาวิทยาลัยได้เปิดให้พุทธศาสนิกชนเช่าบูชาองค์ละ 9,999 บาท อีกทั้งยังจัดสร้างเหรียญที่ระลึกพระพุทธกันทรวิชัย ลักษณะเป็นเหรียญจอบเนื้อทองแดงเปิดให้เช่าบูชาเหรียญละ 20 บาท ต่อมาได้มีการสร้างหอพระขึ้น บริเวณหน้าสถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมกับอัญเชิญ “พระพุทธกันทรวิชัย อภิสมัยธรรมนายก” ขึ้นประดิษฐานในหอพระดังกล่าว
นับแต่นั้นมาพระพุทธรูปองค์นี้เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวมหาสารคามตราบจนปัจจุบัน และเมื่อถึงช่วงเดือน 5 จะมีการจัดกิจกรรมสืบสานประเพณีสรงน้ำพระพุทธรูปองค์นี้ทุกปี
เชิด ขันตี ณ พล