“เสถียรธรรมสถาน หุบเขาโพธิสัตว์” อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี จัดพิธีอัญเชิญ “พระพุทธเจ้าห้าพระองค์” ขึ้นประดิษฐานบนมงกุฎพระอารยตารามหาโพธิสัตว์ เมื่อวันที่ 25 เม.ย. โดย พระครูวิจักษ์วัชรธรรม (ประจักษ์ ปัจจักโข) เจ้าคณะอำเภอแก่งกระจาน และเจ้าอาวาสวัดห้วยกวางจริง พร้อมคณะสงฆ์วัดห้วยกวางจริง นำสาธุชนสวดมนต์เสริมสิริมงคล
จากนั้น พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ (วีรยุทธ์ วีรยุทฺโธ) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย หัวหน้าพระธรรมทูตสายประเทศอินเดีย-เนปาล เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีอัญเชิญพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ขึ้นประดิษฐานบนมงกุฎพระอารยตารามหาโพธิสัตว์

โดย พระพรหมวชิรโพธิวงศ์ ได้ปลูก “ต้นจามจุรีทรงปลูก” ที่ลานธรรม ลานทอง ลานใจ และมอบผ้าป่าเป็นปัจจัยร่วมสนับสนุนการสืบสานงานของ แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ด้วย
สำหรับพระอารยตารามหาโพธิสัตว์นั้น แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต มีเจตนารมณ์ในการสร้างพระอารยตารามหาโพธิสัตว์ขนาดใหญ่ ความสูง 21 เมตร ในปี 2562 สืบเนื่องจากเมื่อปี 2549 ท่านได้รับพระอารยตารามหาโพธิสัตว์องค์แรกที่มีอายุ 2,000 ปี (องค์ปฐม) ซึ่งกำเนิดในมองโกเลีย จาก ดร.ฮง เชม เจ้าหน้าที่ระดับสูงขององค์การสหประชาชาติ เมื่อครั้งที่ท่านไปบรรยายธรรมในการประชุมสันติภาพที่ประเทศแคนาดา ท่านนับถือพระอารยตารามหาโพธิสัตว์โดยไม่แบ่งแยกว่าเป็นพุทธศาสนานิกายใด

ด้วยท่านทำงานเผยแผ่ศาสนาและสันติภาพข้ามพ้นเชื้อชาติ ศาสนา มาตั้งแต่ ค.ศ.2000 ท่านจึงอัญเชิญพระอารยตารามหาโพธิสัตว์องค์ปฐมไปในการบรรยายธรรมเพื่อสื่อสารธรรมกับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ทั่วไปและในเรือนจำใน 2 โครงการคือ ‘จิตประภัสสรตั้งแต่นอนอยู่ในครรภ์’ และ ‘แม่อยู่ในคุกลูกอยู่ในครรภ์’ และในโครงการอื่นๆ อาทิ โครงการปลุกหัวใจสังคมด้วยหัวใจโพธิสัตว์ และการมอบตาราอวอร์ดแก่คนที่ทำงานรับใช้สังคมในรูปแบบต่างๆ ที่ท่านเรียกขานว่า ‘พระโพธิสัตว์ข้างถนน’ ในปี 2555

จากนั้น ปี พ.ศ.2562 แม่ชีศันสนีย์ได้ดำริสร้างพระอารยตารามหาโพธิสัตว์ ความสูง 21 เมตร เพื่อประดิษฐาน ณ เสถียรธรรมสถาน กรุงเทพมหานคร แต่เมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ท่านมีแนวคิดในการสร้าง ‘หุบเขาโพธิสัตว์’ ที่ อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้เป็นสถานที่ปฏิบัติภาวนาที่อยู่กับธรรมชาติและความเป็นจริงของชีวิต โดยมีการสร้างอาคารด้านล่างเป็นฐานรองรับการประดิษฐานของพระอารยตารามหาโพธิสัตว์ รวมเรียกว่า ‘ตารามหาสถูป’ โดยท่านได้พิจารณาแบบประมาณ 2 เดือนก่อนท่านคืนลมหายใจสู่ธรรมชาติในวันที่ 7 ธ.ค.2564 ปัจจุบันการก่อสร้างตัวอาคารเพื่อสืบสานปณิธานของท่านจนวันนี้ได้สำเร็จลุล่วงไปแล้วถึงร้อยละ 85 คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2568

ส่วนความหมายของ ‘พระพุทธเจ้าห้าพระองค์’ เป็นแนวคิดของพุทธศาสนานิกายมหายานและวัชรยานในสายทิเบต หมายถึงพลังแห่งจิตบริสุทธิ์และการแปรเปลี่ยนกิเลสเป็นปัญญา แต่ละพระองค์มิได้เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ หากแต่เป็น ‘ธรรมารมณ์’ คือสภาวจิตในการตรัสรู้ ตามคัมภีร์ตันตระ ซึ่งเป็นตัวแทนของธาตุทั้ง 5 คือ ดิน น้ำ ธรรม ไฟ ลม โดยมีลำดับจากซ้ายไปขวา ดังนี้

พระรัตนสัมภวะ ผู้แปรเปลี่ยนกิเลสคือความหยิ่งยโส ให้เป็นปัญญาที่เสมอภาคและอุดมสมบูรณ์ (ธาตุดิน) พระอักโษภยะ ผู้แปรเปลี่ยนกิเลสคือความโกรธ ให้เป็นปัญญาที่ชัดใสดุจกระจกเงา (ธาตุน้ำ) พระไวโรจนะ ผู้แปรเปลี่ยนกิเลสคือความหลง ให้เป็นปัญญาที่แท้แห่งธรรมธาตุ (อากาศธาตุ) พระอมิตาภะ ผู้แปรเปลี่ยนกิเลสคือความโลภ ให้เป็นปัญญาที่มีไมตรีกรุณา (ธาตุไฟ) และพระอโมฆสิทธิ ผู้แปรเปลี่ยนกิเลสคือความอิจฉา ให้เป็นปัญญาที่กระทำการสำเร็จอย่างง่ายดาย (ธาตุลม) ในพระพุทธศาสนาสายวัชรยานมีแนวคิดว่า การบรรลุพุทธภาวะคือการแปรเปลี่ยนขันธ์ 5 ที่เรายึดมั่นถือมั่นเป็นอัตตาตัวตนนั้นให้เป็นพลังบริสุทธิ์ เปลี่ยนกิเลสทั้ง 5 ได้แก่ อวิชชา ทิฏฐิมานะ ราคะ ริษยา และโทสะ ให้เป็นปัญญาอันบริสุทธิ์
สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนการสร้าง ‘ตารามหาสถูป’ ในส่วนของเครื่องทรงและดอกบัว ชื่อบัญชี มูลนิธิเสถียรธรรมสถาน ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 796-2-02843-2 สอบถามโทร. 0-2519-1119 และ 06-3216-0034