เมื่อวันที่ 9 พ.ค.68 ที่สำนักปฏิบัติธรรมประจำกรุงเทพมหานครแห่งที่ 8 วัดอินทรวิหาร เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร “พระโสภณธรรมวงศ์” (วศก ปัญญาอักโข) เจ้าสำนัก เจ้าอาวาสวัดอินทรวิหาร และเจ้าคณะแขวงสามพระยา เมตตาเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ในโครงการปฏิบัติธรรมสัปดาห์วันวิสาขบูชา


โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้พุทธศาสนิกชนได้มีโอกาสฝึกฝนปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง ในโอกาสวันวิสาขบูชา ซึ่งเป็นวันสำคัญยิ่งของพระพุทธศาสนา อันเป็นวันที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานในวันเดียวกัน โดยกิจกรรมภายในโครงการประกอบด้วย การเจริญพระพุทธมนต์ การเจริญจิตตภาวนา การฟังพระธรรมเทศนา และการสนทนาธรรมกับพระวิทยากร


พระโสภณธรรมวงศ์ได้เมตตากล่าวสัมโมทนียกถา เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจริญสติ เจริญปัญญา และการดำรงชีวิตอย่างมีศีลธรรม พร้อมทั้งเชิญชวนพุทธศาสนิกชนให้หมั่นเข้าวัด ปฏิบัติธรรม เพื่อความเจริญงอกงามแห่งจิตใจ และเสริมสร้างความสงบสุขแก่ตนเองและสังคม
บรรยากาศของโครงการเต็มไปด้วยความสงบ เรียบง่าย และเปี่ยมด้วยศรัทธา มีพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง


วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันที่มหัศจรรย์ของชาวพุทธ เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ณ สวนลุมพินีวัน อยู่ระหว่างกรุงกบิลพัสดุ์กับกรุงเทวทหะ แคว้นสักกะ (ปัจจุบันอยู่ในเมืองลุมพินี สหพันธ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเนปาล) เมื่อเช้าวันศุกร์ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ต่อมาพระองค์ได้เสด็จออกผนวช และทรงบำเพ็ญเพียรอย่างหนักจนได้ตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ณ ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม แคว้นมคธ (ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองพุทธคยา แคว้นพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย) เมื่อเช้ามืดวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี

หลังจากตรัสรู้แล้ว พระองค์ทรงบำเพ็ญพุทธกิจ โปรดผู้คนแนะนำสั่งสอนให้ได้บรรลุมรรคผลจนนับไม่ถ้วน และเสด็จดับขันธปรินิพพาน เมื่อวันอังคารขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีมะเส็ง ณ สาลวโนทยานของมัลลกษัตริย์ เมืองกุสินารา แคว้นมัลละ (ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองกุสินารา แคว้นอุตตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย สิริพระชนมายุได้ 80 พรรษา จึงถือเป็นหนึ่งในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา
กล่าวสำหรับ วัดอินทรวิหาร แขวงบางขุนพรหม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เป็นวัดเก่าแก่ตั้งอยู่บนถนนวิสุทธิกษัตริย์ ใกล้สี่แยกบางขุนพรหม คนละฝั่งกับธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นวัดที่มีมาก่อนสมัยรัตนโกสินทร์ เดิมเรียกว่า วัดบางขุนพรหมนอก

แต่ชาวบ้านนิยมเรียกว่า วัดอินทร์บางขุนพรหม หรือวัดหลวงพ่อโต ด้วยเหตุที่วัดแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อโต พระพุทธรูปปางประทับยืนทรงบาตรที่ใหญ่ที่สุดในโลก
“วัดอินทรวิหาร” วัดแห่งนี้เป็นวัดโบราณสร้างขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ต่อมาเปลี่ยนมาเรียกเป็น “วัดอินทาราม” ตามนามของเจ้าอินทวงศ์ โอรสของเจ้าผู้ครองนครศรีสัตนาคนหุต ผู้ซึ่งมาพำนักตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณใกล้วัด และเป็นผู้ปฏิสังขรณ์วัดแห่งนี้ขึ้นใหม่อีกด้วย
ส่วนชื่อวัดในปัจจุบัน ได้ถูกเปลี่ยนมาใช้ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้วัดอินทาราม (บางขุนพรหม) ซึ่งมีชื่อไปพ้องกับวัดอินทาราม (บางยี่เรือ) เปลี่ยนชื่อวัดเสียเป็น “วัดอินทรวิหาร” โดยมี สมเด็จพระวชิรญาณวงศ์ (ม.ร.ว.ชื่น) แห่งวัดบวรนิเวศวิหารเป็นผู้ตั้งชื่อวัดเสียใหม่ และใช้ชื่อนี้มาตลอดจนปัจจุบัน


สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดดึงดูดความสนใจของผู้ที่มาเยี่ยมเยือนวัดแห่งนี้ คือ พระพุทธรูปองค์ใหญ่โตที่ยืนเด่นอยู่กลางแจ้ง ซึ่งมีนามว่า “พระศรีอารยเมตไตรย” หรือ “หลวงพ่อโต” เป็นพระพุทธรูปปางอุ้มบาตรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีความสูงตั้งแต่พื้นถึงยอดเกตุ 16 วา กว้าง 5 วา 2 ศอก หรือราว 32 เมตร สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) เป็นผู้ริเริ่มสร้างพระพุทธรูปองค์นี้ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 4 แต่เมื่อสร้างไปได้ถึงเพียงพระนาภี (สะดือ) ของพระพุทธรูป สมเด็จฯ มรณภาพ การก่อสร้างจึงได้หยุดชะงักระยะหนึ่ง เวลาผ่านไปกว่า 60 ปี ก่อนที่จะสร้างพระศรีอารยเมตไตรยองค์นี้เสร็จสิ้นในสมัยรัชกาลที่ 7
ทุกวันนี้ มีประชาชนพากันไปนมัสการสักการบูชาองค์หลวงพ่อโตมิได้ขาด