วันเสาร์ที่ 31 พ.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 11 ปี มรณกาล “พระครูวิมุตยาภรณ์” หรือ “หลวงพ่อเกิด ปริมุตโต” อดีตพระเกจิชื่อดังแห่งวัดโพธิ์แทน อ.องครักษ์ จ.นครนายก เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
กำเนิดเมื่อปี 2463 ที่ ต.โพธิ์แทน อ.องครักษ์ จ.นครนายก เมื่อวันพฤหัสบดี เดือน 4 ปีวอก เป็นลูกชายคนที่ 6 ครอบครัวผู้ใหญ่ปั้น-นางพันธ์ อินทร์ศิริ ในจำนวนพี่น้อง 11 คน
เนื่องจากในยุคนั้นการศึกษายังไม่เจริญเช่นปัจจุบัน ในวัยเด็กจึงไม่ได้เรียนหนังสือ แม้จะเป็นถึงลูกชายผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งเป็นผู้นำหมู่บ้านหรือผู้นำชุมชนในขณะนั้น
จนกระทั่งอายุ 17 ปี จึงได้ไปเป็นศิษย์วัดเพื่อเรียนหนังสือ โดยได้เรียนหนังสือเป็นหนังสือขอมเป็นหลัก ซึ่งก็มุ่งมั่นเรียนอักษรสมัยและการริเริ่มอ่าน ก ข ค ง ฯลฯ และการเขียนเป็นหนังสือขอมได้แม่น เป็นที่ชื่นชอบของครูบาอาจารย์ผู้สอนยิ่งนัก อีกประการหนึ่งในยุคนั้นหาคนที่เรียนรู้ให้แตกฉานในด้านศิลปะภาษานั้นค่อนข้างยาก ตลอดจนตำราในด้านวิชาการ
เมื่ออายุ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบทที่ วัดประสิทธิเวช มีพระอนุกูลประชารัตน์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระปลัดไหล่ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ประหยัด วัดอรุณฉายาราม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “ปริมุตโต”
ศึกษาพระปริยัติธรรมจนถึงปี พ.ศ.2485 จนสอบได้นักธรรมชั้นตรี และศึกษาต่อนักธรรมชั้นโท
ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2510 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดโพธิ์แทน พ.ศ.2539 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2540 เจ้าคณะอำเภอองครักษ์
พ.ศ.2543 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอองครักษ์
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2518 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร ในราชทินนามที่ พระครูวิมุตยาภรณ์
พ.ศ.2540 ได้รับเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นเอก ในราชทินนามเดิม
การศึกษาในสาขาวิทยาคมต่างๆ นั้น เรียนรู้วิทยาคมต่างๆ จากพระอาจารย์หม่น ที่วัดโพธิ์แทน ต่อมาพระอาจารย์หม่นได้ลาสิกขาออกไป จึงมอบตำราวิชาอาคมต่างๆ ให้ท่านไว้ จึงได้ศึกษาค้นคว้าเอาจากตำราและลองทำตะกรุดตั้งแต่พรรษาที่ 5-6 เรื่อยมาจนปัจจุบัน
ขณะที่เริ่มทำตะกรุดแจกผู้ใกล้ชิดกันนั้น ท่านก็แสวงหาพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเพื่อศึกษาเพิ่มเติม ในขณะนั้นทราบว่า พระอาจารย์ปั่น วัดทำเลทอง ซึ่งอยู่ที่จ.ปทุมธานี มีชื่อเสียงในเรื่อง กัมมัฏฐาน
จึงออกเดินทางจากวัดโพธิ์แทนไปยังวัดทำเลทอง เพื่อขอเรียนวิปัสสนากัมมัฏฐาน ซึ่งได้รับความเมตตาจากหลวงพ่อปั่นขึ้นกัมมัฏฐานทางพระ ซึ่งในขณะนั้นบอกว่าบวชมาได้ 6-7 พรรษาเท่านั้น เมื่อได้ขึ้นกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อปั่น วัดทำเลทอง เดินทางกลับไปยังวัดโพธิ์แทน จนได้รับความไว้วางใจจากทางคณะสงฆ์แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสในเวลาต่อมา
การสร้างวัตถุมงคลประเภทเครื่องรางของขลังท่านได้ลงอักขระเลขยันต์ต่างๆ ม้วนเป็นตะกรุดออกไปเป็นจำนวนมาก ผู้คนนำไปใช้เกิดมีประสบการณ์มากมาย
มรณภาพด้วยโรคปอดติดเชื้อ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 พ.ค.2557 เวลา 19.00 น. ที่โรงพยาบาลพญาไท 2 กรุงเทพฯ ด้วยอาการอันสงบ
ท่ามกลางความโศกสลดอาลัยของประชาชนและลูกศิษย์ลูกหา
พระราชทานเพลิง วันอาทิตย์ที่ 5 มี.ค.2560