วันที่ 3 มี.ค.2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระบรมราชโองการ ประกาศพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์ พระครูสุมนสารคุณ เป็น พระราชวชิรมงคลญาณ ภาวนาพิธานวรกิจ ยติคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี พระราชาคณะชั้นราช สถิต ณ วัดหนองไคร้ จังหวัดยโสธร มีฐานานุศักดิ์ ตั้งฐานานุกรมได้ 4 รูป
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.2568 ประกาศ ณ วันที่ 3 มี.ค.2568
พระราชวชิรมงคลญาณ หรือ หลวงปู่ประสาร สุมโน เป็นพระเถระสายวิปัสสนาที่เคร่งครัดต่อพระธรรมวินัย ไม่บกพร่องวัตรปฏิบัติ
ปัจจุบัน สิริอายุ 95 ปี พรรษา 74 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองไคร้ บ้านหนองทองหลาง ต.หนองหิน อ.เมือง จ.ยโสธร
มีนามเดิมว่า ประสาร เผ่าเพ็ง ต่อมาเปลี่ยนนามสกุลเป็น “เผ่าพุทธ” เกิดเมื่อวันที่ 16 ม.ค.2473 ที่บ้านหนองเป็ด ต.หนองหิน อ.ยโสธร จ.อุบลราชธานี ขณะนั้น
บิดา-มารดา ชื่อ นายกลม และนางขาว เผ่าพุทธ มีพี่น้องชายหญิง 2 คน
ในวัยเด็ก เรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดบ้านหนองเป็ด จนจบภาคบังคับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
ในปี พ.ศ.2492 พระอาจารย์ศรีอารย์ ชาวบ้านหนองเป็ด ได้ไปจำพรรษาอยู่วัดนาหัวช้าง หรือ วัดป่าอุดมสมพร อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ในปัจุบัน ได้กลับมารักษาโรคนิ่วที่จังหวัดอุบลราชธานี แล้วแวะมาเยี่ยมนายกลมและนางขาวที่บ้าน
เมื่อเห็น ด.ช.ประสาร จึงถามด้วยความเมตตาว่า “มึงอยากบวชบ่” จึงตอบว่า “ก็อยากบวชอยู่แล้วล่ะขอรับพระอาจารย์” ท่านจึงพูดว่า “ให้บอกพ่อ-แม่เสียก่อนแล้วจะบวชให้”
เมื่อนำเรื่องไปปรึกษาครอบครัว พ่อ-แม่บอกว่า “มึงจะบวชได้บ่ พระกรรมฐานฉันข้าวมื้อเดียว” จึงตอบพ่อ-แม่กลับไปว่า “ฉันก็เป็นคนเหมือนพระท่านนั่นแหละ เมื่อท่านอดได้ฉันก็ต้องทำได้”
เดือน พ.ค.2492 จึงได้บรรพชาที่วัดป่าสว่าง อ.พรรณนานิคม จ.สกลนคร มี พระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์
จากนั้น จึงมีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า โดยพระอาจารย์ศรีอารย์ ได้นำพระ-เณรไปเยี่ยมพระอาจารย์มั่นที่วัดป่าบ้านหนองผือ จึงได้รับฟังพระธรรมเทศนาจากพระอาจารย์มั่นเป็นครั้งแรก รวมทั้งมีโอกาสฝึกฝนปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานด้วย
กระทั่งอุปสมบท ในวันพุธที่ 28 ก.พ.2494 ณ พัทธสีมาวัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมี พระธรรมเจดีย์ (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ หลวงปู่ฝั้น อาจาโร นั่งเป็นพระอันดับร่วมอยู่ด้วย ได้รับฉายานามว่า “สุมโน” แปลว่า ผู้มีใจงาม
มุ่งหน้าเข้าหาหลวงปู่ผั่น ปาเรสโก ที่วัดป่าหนองไคร้ ต.หนองหิน อ.เมือง จ.ยโสธร ด้วยว่าเป็นผู้มีหลักวิชา เข้าใจพุทธปรัชญา และการปฏิบัติกัมมัฏฐานเคร่งครัดรู้จริง จึงเข้าขอนิสัยฝากตัวเป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ
หลวงปู่ผั่นเมตตาเป็นอย่างมาก สอนหลักการวิปัสสนากัมมัฏฐานจนหมด ตั้งอกตั้งใจฟังคำสอนด้วยดี ยึดมั่นในโอวาท คำสั่งสอนโดยถ่องแท้ แม้จะเป็นความรู้เล็กน้อย ก็น้อมจิตจดจำจนขึ้นใจ เพียรพยายามสั่งสมศีล สมาธิ ปัญญาทีละน้อย
กระทั่ง หลวงปู่ผั่น มรณภาพลง เมื่อวันที่ 12 ส.ค.2530 ที่โรงพยาบาลยโสธร
จึงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหนองไคร้สืบแทน สร้างคุณูปการมากมายหลากหลายด้าน ทั้งด้านงานปกครองคณะสงฆ์ การศึกษาพระปริยัติธรรม การสาธารณประโยชน์ และอื่นๆ อีกมากมาย
สงเคราะห์และพัฒนาช่วยเหลือพุทธศาสนิกชน ตลอดจนชุมชนและสังคม เล็งเห็นถึงความสำคัญของระบบนิเวศ ตลอดจนความสมดุลของระบบธรรมชาติในท้องถิ่น
บริเวณหนองไคร้ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำ เนื้อที่ 150 ไร่ ที่มีสภาพตื้นเขินและมีวัชพืชปกคลุม เกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จึงได้ประสานขอให้จังหวัดยโสธร ดำเนินการแก้ไขปัญหา จนทำให้พี่น้องเกษตรกรในหมู่บ้าน 162 ครัวเรือน ได้รับประโยชน์ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมอย่างเต็มที่ในเวลาต่อมา
ล่าสุด วันที่ 3 มี.ค.2568 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชวชิรมงคลญาณ
เป็นพระคณาจารย์ฝ่ายวิปัสสนา ได้ก่อคุณประโยชน์ทั้งทางโลกและทางธรรมไว้ในพระพุทธศาสนาอย่างมากมาย อันจะเป็นทิฏฐานุคติที่น่าภาคภูมิใจต่อไป