วันพุธที่ 4 มิ.ย.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 21 ปี มรณกาล “พระภาวนาวิศาลเถร” หรือ “หลวงปู่บุญมี โชติปาโล” อดีตเจ้าอาวาสวัดสระประสานสุข (วัดบ้านนาเมือง) ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พระสายวิปัสสนากัมมัฏฐาน และพระนักพัฒนาที่ชาวเมืองอุบลให้ความเลื่อมใสศรัทธา
เกิดในตระกูล “กุศลคุณ” วันพฤหัสบดีที่ 24 ก.พ.2452 ที่บ้านเลขที่ 136 หมู่ที่ 2 ต.ไร่น้อย อ.เมือง จ.อุบลราชธานี บิดา-มารดาชื่อ นายคุและนางเลื่อน กุศลคุณ
ในช่วงวัยเยาว์ สำเร็จชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนบ้านนาเมือง อ.เมือง จ.อุบลฯ เมื่อปี พ.ศ.2465

อายุครบ 22 ปีเข้าพิธีอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดศรีทอง (วัดศรีอุบลรัตนาราม) จ.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2474 ตรงกับวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาคือวันวิสาขบูชา โดยมีพระศาสนดิลก (เสน ชิตเสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมหาสว่าง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์เพ็ง เป็นพระอนุศาสนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “โชติปาโล”
มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ.2480 สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ จากสำนักเรียนวัดศรีทอง
ด้านการศึกษาพิเศษ ก็ศึกษาอักษรขอมจนอ่านออกเขียนได้ มีความชำนาญในการอ่านหนังสืออักษรธรรมโบราณ อีกทั้งมีความรอบรู้ในเรื่อง “ผญา” หรือภาษิตอีสานเป็นอย่างยิ่ง
เรื่องที่สอนส่วนใหญ่จะเน้นให้รู้ถึงคุณค่าของธรรมะ ให้รู้คุณของบิดามารดา โดยเรียกว่าพระแก้ว 2 องค์ ให้กตัญญูและกตเวที และสอนให้รู้สึกในพระคุณของแผ่นดิน โดยให้รักและหวงแหนยิ่งชีวิต พร้อมกับให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในองค์พระประมุขของชาติ
ครั้นเมื่อท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่ “พระภาวนาวิศาล” และเป็นเจ้าอาวาสวัดสระประสานสุข ตั้งแต่ปี พ.ศ.2480 จึงเริ่มพัฒนาวัดจนเจริญรุ่งเรืองขึ้น
คุณลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งของท่านคือ เป็นพระคามวาสีที่เน้นปฏิปทาแนวทางพระอรัญวาสี เป็นพระบ้าน แต่ยึดแนวทางการปฏิบัติพระป่า
“พระผู้มีแต่ให้” เป็นคำขานยกย่องเกียรติคุณของท่านในหมู่ชาวอีสาน เพราะมีผลงานที่ปรากฏเป็นรูปธรรมนับไม่ถ้วน ด้วยท่านเมตตาบริจาคเงินสนับสนุนโครงการอาหารกลางวันแก่โรงเรียนที่ขาดแคลน และแจกทุนการศึกษานักเรียนยากจนปีละ 20 ทุน
บริจาคโค-กระบือ โดยการไปไถ่ขอซื้อมาจากโรงฆ่าสัตว์มอบให้ชาวนานำไปเลี้ยงและใช้แรงงานประกอบอาชีพ
บริจาคเสื้อผ้า อาหารแห้งให้แก่ศูนย์ชาวเขาแม่ฟ้าหลวง ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องเรียนแก่โรงเรียนชาวเขาต่างๆ
บริจาคเครื่องมือแพทย์ให้แก่โรงเรียนและโรงพยาบาลหลายแห่ง เช่น ร.พ.สรรพสิทธิประสงค์ และอำเภอใน จ.อุบลราชธานี, ร.พ.จังหวัดศรีสะเกษทุกอำเภอ, ร.พ.จังหวัดเชียงใหม่, ร.พ.น้ำยืน, ร.พ.เขมราฐ ฯลฯ
ให้ทุนทรัพย์ และเป็นประธานจัดสร้าง บูรณะถาวรวัตถุ และศาสนวัตถุมากมาย อาทิ สร้างพระใหญ่ที่เขาพระงามร่วมกับพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท) สร้างพระนาคปรกร่วมกับพ่อท่านลี ที่วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ ฯลฯ
ส่วนการสร้างวัด กล่าวได้ว่าแทบทุกอำเภอในเมืองอุบล
มีอาการอาพาธด้วยโรคปอดอักเสบ เกิดโรคแทรกซ้อน ตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.2546 คณะแพทย์ตรวจอาการแล้วลงความเห็นว่า ควรให้หลวงปู่กลับมาพักรักษาตัวที่กุฏิวัดสระประสานสุขต่อไป โดยมีการส่งแพทย์และพยาบาลไปดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
กระทั่งเมื่อวันศุกร์ที่ 4 มิ.ย.2547 เวลา 09.00 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ เข้ากราบนมัสการเยี่ยมอาการอาพาธหลวงปู่บุญมีภายในกุฏิขององค์ท่าน ณ วัดสระประสานสุข
พระองค์ทรงเฝ้าดูอาการของหลวงปู่อย่างใกล้ชิดโดยไม่ถือพระองค์นานกว่า 2 ชั่วโมง ระหว่างนั้นทรงมีพระปฏิสันถารสอบถามถึงอาการอาพาธกับหลวงปู่เป็นระยะๆ
จากนั้นเวลา 11.40 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เสด็จไปทรงประกอบภารกิจเป็นการส่วนพระองค์ แต่พอคล้อยหลังได้เพียง 5 นาที คือ เมื่อเวลา 11.45 น. ถึงแก่มรณภาพด้วยอาการอันสงบ สิริอายุ 95 ปี พรรษา 73
ท่ามกลางความเศร้าสลดของบรรดาคณะศิษยานุศิษย์เป็นอย่างยิ่ง