น.ส.ลำพรรณ คำแหงพล นายกเทศมนตรีตำบลคำเหมือดแก้ว เป็นประธานเปิดงานบุญบั้งไฟ ประจำปี 2568 ซึ่งเทศบาลตำบลคำเหมือดแก้ว ร่วมกับผู้นำชุมชน และทุกภาคส่วนจัดขึ้น โดยมี นายพิบูรณ์ คำแหงพล อดีตนายกเทศมนตรีตำบลคำเหมือดแก้ว นายบพิตร งอมสระคู กำนันตำบลคำเหมือดแก้ว พร้อมด้วยผู้นำชุมชน เจ้าหน้าที่ เทศบาลตำบลคำเหมือดแก้ว ผู้บริหารสถานศึกษา ประชาชน เยาวชน นักท่องเที่ยวร่วมงาน ที่บริเวณลานอเนกประสงค์อ่างเก็บน้ำวังลิ้นฟ้า ต.คำเหมือดแก้ว อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์

ข่าวสดพระเครื่อง

น.ส.ลำพรรณกล่าวว่า สำหรับการจัดงานบุญบั้งไฟ ถือเป็นงานบุญประเพณีตามฮีต 12 คอง 14 ของชาวอีสาน หรือบุญเดือนหก ที่จะมีการประดิษฐ์บั้งไฟจากภูมิปัญญาแล้วนำมาจุดขึ้นฟ้า เพื่อเป็นสัญญาณและบอกกล่าวต่อพญาแถน ซึ่งเป็นเทวดาแห่งฝนตามความเชื่อ ว่าถึงฤดูฝนแล้วขอให้บันดาลฝนตกต้องตามฤดูกาล เพื่อที่จะได้มีน้ำสำหรับเพาะปลูกพืชพันธุ์ธัญญาหาร

ข่าวสดพระเครื่อง

โดยงานบุญบั้งไฟเป็นงานประจำปีของทุกหมู่บ้านในสมัยก่อน ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย มีการประดิษฐ์บั้งไฟจากภูมิปัญญา และมีการพัฒนาบั้งไฟที่ใช้ในการจุดให้มีน้ำหนักและขนาดที่ใหญ่ขึ้น ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยและปลอดภัย จากที่เคยจุดขึ้นฟ้าเพื่อเสี่ยงทายฝนฟ้าและบอกกล่าวพญาแถน ก็เป็นการจุดเพื่อให้การจัดงานมีความยิ่งใหญ่ เป็นงานประจำปี และเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

 

ด้าน นายทองสุข ขานชา อายุ 63 ปี ชาวบ้านคำเหมือดแก้ว หมู่ 3 อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า การจัดงานบุญบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน ถือเป็นประเพณีที่ต้องปฏิบัติเป็นประจำทุกปี หากปีใดหรือท้องถิ่นใดละเลย ไม่ได้จัดงานบุญบั้งไฟ ก็อาจจะประสบภัยแล้ง ฝนทิ้งช่วงติดต่อกันหลายเดือน พืชผลทางการเกษตรก็อาจจะได้รับความเสียหาย

ข่าวสดพระเครื่อง

นายทองสุขกล่าวอีกว่า สำหรับความสำคัญของการจัดงานบุญบั้งไฟดังกล่าว ยังเป็นกิจกรรมที่แสดงออกถึงความสมัครสมานสามัคคีในชุมชน และหมู่คณะได้เป็นอย่างดี ซึ่งบุตรหลาน รวมถึงนักท่องเที่ยวจะให้ความสำคัญกับงานบุญบั้งไฟมาก เพราะจะจัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น หลายคนที่ไปทำงานต่างจังหวัด จึงจำเป็นต้องเดินทางกลับมาร่วมงาน และร่วมอธิษฐานขอฝนจากพญาแถน ภาพที่เกิดขึ้นจึงเป็นงานบุญบั้งไฟคืนสู่เหย้าสืบสานประเพณีโบราณ เห็นได้จากความพร้อมเพรียงของปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ ลูก ร่วมกันประดิษฐ์บั้งไฟ ตกแต่งขบวนบุปผชาติหรือรถแห่บั้งไฟ ประดับประดาหรือเอ้บั้งไฟให้มีความสวยงาม บุตรหลาน เยาวชนรุ่นใหม่ มีเวทีกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก ในส่วนของรำบวงสรวง การประกวดผาแดง-นางไอ่ การแสดงทักษะความสามารถ

ข่าวสดพระเครื่อง

รวมทั้งการมีส่วนร่วมในการประชาสัมพันธ์งานบุญบั้งไฟ ในโลกออนไลน์และโซเชี่ยลต่างๆ ให้สังคมได้รู้ในความเป็นหนึ่งเดียวกัน และได้เห็นในสิ่งที่ดีๆ ที่เป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของชาวอีสาน ซึ่งมีการสืบสานมาหลายชั่วอายุคน ถือเป็นมรดกทางภูมิปัญญาและทุนทางวัฒนธรรม ที่เต็มพร้อมด้วยความรู้รักสามัคคี ที่นานาประเทศชื่นชม

ข่าวสดพระเครื่อง

อย่างไรก็ตาม ไฮไลต์ในงานบุญบั้งไฟครั้งนี้อยู่ที่การจุดบั้งไฟหมื่น น้ำหนักบั้งละ 12 กิโลกรัม จำนวน 9 บั้ง บั้งไฟแสนน้ำหนักบั้งละ 120 กิโลกรัม จำนวน 2 บั้ง และบั้งไฟล้านน้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม จำนวน 1 บั้ง ซึ่งบั้งไฟทุกบั้งพุ่งทะยานสู่ท้องฟ้าอย่างสวยงาม โดยเฉพาะบั้งไฟล้าน ที่ทุกคนที่มาร่วมงานต่างลุ้นระทึก โดยจะค่อยพุ่งทะยานทะลุท้องฟ้าไกลสุดลูกตา เหมือนกระสวยอวกาศพุ่งออกจากฐานยิง ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจกึกก้อง ในความมหัศจรรย์ของท่อพีวีซีหางลำไม้ไผ่ ที่พุ่งจากฐานบั้งไฟขึ้นไปบนท้องฟ้าดังกล่าว

นอกจากนี้ สีสันภายในงานยังเป็นการละเล่นทะเลโคลนอย่างสนุกสนาน ซึ่งมีการประยุกต์จากสมัยก่อน ที่หากบั้งไฟของใครจุดไม่ขึ้น เจ้าของบั้งไฟจะถูกเพื่อนบ้านจับตัวลงโคลนตม แต่ในงานบุญบั้งไฟที่ตำบลคำเหมือดแก้วได้มีการเตรียมพื้นที่ เพื่อให้มีการเล่นทะเลโคลนอย่างสนุกสนานแห่งเดียวใน จ.กาฬสินธุ์ ผ่อนคลายจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด

ขณะเดียวกัน ยังเป็นการเล่นทะเลโคลนเพื่อบวงสรวงพญาแถน เทวดาแห่งฝนที่ดลบันดาลให้มีฝนตกและมีน้ำขัง ให้คน สัตว์ พืช ได้หล่อเลี้ยงชีวิต และดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขอีกด้วย

ยุทธนา เกียรติดำเนินงาม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน