นายวสันต์ ชิงชนะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ประธานในพิธีทอดผ้าป่าสมุนไพรและเปิดป้ายศูนย์เรียนรู้การแพทย์พื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ โดยมี นายยุทธนา วรรณโพธิ์กลาง นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ และ พระครูปัญญาวิมลวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดใหม่ศรีหมากทอง และเจ้าคณะตำบลในเมือง เขต 1 และเป็นประธานมูลนิธิพิพิธประชานาถ พระสงฆ์กลุ่มสหธรรม มูลนิธิพิพิธประชานาถ พระครูวินัยธรธนชัย ปภาธโร ประธานชมรมหมอพื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ โดยมีประชาชนในพื้นที่ร่วมงานเมื่อเร็วๆ นี้ ที่มูลนิธิพิพิธประชานาถ ศูนย์สมุนไพรตะบัลไพร บ้านตะบัล หมู่ 7 (คุ้มหนองไทร) ต.สลักได อ.เมือง จ.สุรินทร์

ภายในงานมีการจัดพื้นที่ให้บริการด้านแพทย์แผนไทย หมอพื้นบ้านที่เชี่ยวชาญด้านต่างๆ แต่ละสาขามาให้องค์ความรู้เกี่ยวกับสมุนไพรไทย และจากโรงพยาบาลชุมชนเครือข่ายหมอพื้นบ้าน โรงพยาบาลการแพทย์ผสมผสานเขตสุขภาพที่ 9 เครือข่ายการนวดพื้นบ้าน ต.ตาเบา อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ การจัดกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการปลูกสมุนไพร การอนุรักษ์คุ้มครอง หรือแก้ปัญหาสุขภาพชุมชน ตามบริบทของพื้นที่


อีกทั้งฟื้นฟูศูนย์สมุนไพรตะบัลไพรให้เป็นศูนย์เรียนรู้การแพทย์พื้นบ้าน เพื่อสืบทอดส่งเสริมการใช้ตำรับยาพื้นบ้านสุรินทร์ เพื่อแก้ไขปัญหาการใช้ยาแก้ปวด ยาชุด ยาซอง โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานจากกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข



ภายหลังพิธีการเสร็จสิ้น ผู้ที่มาร่วมงานได้ช่วยกันนำต้นสมุนไพรชนิดต่างๆ ที่ได้จากการทอดผ้าป่าในครั้งนี้มาปลูกภายในศูนย์ เพื่อเจริญเติบโตและนำไปใช้ปรุงเป็นตำรับยาพื้นบ้านต่อไป

พระครูปัญญาวิมลวัฒน์ ประธานมูลนิธิพิพิธประชานาถ กล่าวว่า “เจตนาเดิมเราต้องการให้สถานที่แห่งนี้เป็นโรงพยาบาลแพทย์พื้นบ้าน โดยมีสมุนไพรต่างๆ ซึ่งเราดำเนินการมา ตอนนั้นมีทั้งยาบด ยาแคปซูล แต่ก็หมดไป และไม่มีใครสานต่อ พื้นที่ตรงนี้ 7 ไร่ จึงถูกปล่อยให้รกร้างมานานหลายปี จึงมีดำริที่จะฟื้นฟูขึ้นมาใหม่ เพราะเครือข่ายของเราก็ยังมีอยู่ ได้เข้าหารือทางสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้การแพทย์พื้นบ้านจังหวัดสุรินทร์ขึ้นอีกครั้ง โดยการสนับสนุนจากสาธารณสุข ต่อไปคิดว่าจะให้แพทย์พื้นบ้านที่มี จะเอายามาตั้งไว้ที่นี่ และจะเป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับคนรุ่นใหม่ เพื่อหาคนมาสืบทอดวิชาแพทย์พื้นบ้านไม่ให้สูญหาย หรือหากใครมีพืชสมุนไพรที่บ้านก็สามารถนำมาปลูกไว้ตรงนี้ก็ได้ หากมีจำนวนมากแล้ว ชาวบ้านขาดเหลือก็สามารถมาเอาที่นี่ได้ด้วยเช่นกัน ต่อไปก็จะมีทั้งยาสมุนไพรที่แปรรูปและต้นพืชสมุนไพรรวมอยู่ที่ศูนย์แห่งนี้”



“ส่วนผู้ที่ดูแลศูนย์เรียนรู้การแพทย์พื้นบ้านแห่งนี้ มอบหมายให้พระอธิการจุรี เป็น ผอ.ศูนย์ และพระสงฆ์มาดูแลช่วยกัน หากไม่มีใครอยู่ดูแลข้าวของต่างๆ ก็จะถูกขโมยไปหมดเหมือนที่ผ่านมา ทั้งเครื่องบดยาอุปกรณ์ต่างๆ หายหมด ตอนนี้เราอยากฟื้นฟู อยากได้เยาวชนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้ามาเรียนรู้ ตามถนัดความชอบแต่ละด้าน อย่างใครสนใจเรียนเกี่ยวกับหมองูเราก็จะให้ไปหาหมองู หมอกระดูกก็ไปหาหมอกระดูก เป็นต้น ซึ่งการเรียนรู้และการรักษาก็จะอยู่ในหลักการดูแลควบคุมของสาธารณสุขจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเป็นมาตรฐานความปลอดภัย” พระครูปัญญาวิมลวัฒน์กล่าว
ธนโชติ เจนจัด