วันเสาร์ที่ 7 มิ.ย.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 97 ปี ชาตกาล “พระครูวิสุทธิปภากร” หรือ “หลวงพ่อสวน ปภากโร” อดีตเจ้าอาวาสวัดสุวรรณโภคาราม บ้านสะเดา ต.ปราสาททนง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่อีกรูปหนึ่งของวงการสงฆ์เมืองสุรินทร์
ท่านเป็นพระที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบเสมอต้นเสมอปลาย มีเมตตาธรรมสูง น่าศรัทธายิ่ง
ได้รับการยกย่องว่าเป็นบุคลากรทางพุทธศาสนา เป็นพระทรงคุณวุฒิในทางพระปริยัติธรรม ตลอดชีวิตทุ่มเทแรงกายแรงใจพัฒนาการศึกษาสงฆ์อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
อัตโนประวัติ มีนามเดิมว่า สวน เรืองสุขสุด เกิดเมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2471 บิดา-มารดา ชื่อ นายสอมและนางโพธิ์ เรืองสุขสุด เป็นบุตรคนที่ 2 ในจำนวนพี่น้อง 4 คน
ด้านการศึกษา เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ที่โรงเรียนวัดสว่างอารมณ์ บ้านปราสาททนง (บ้านเกิด)
เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ เมื่ออายุมากโดยได้ปรึกษาหารือกับครอบครัว เนื่องจากเห็นว่าลูกๆ ต่างเติบโตช่วยเหลือตัวเองได้แล้ว จึงเข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดสุวรรณวิจิตร เมื่อปี พ.ศ.2531 โดยมีพระครูประสาทธรรมวัตร (หลวงพ่อเอี่ยน) เป็นพระอุปัชฌาย์
ภายหลังอุปสมบท ได้ไปอยู่จำพรรษาที่วัดสุวรรณโภคาราม เพื่อศึกษาพระธรรมวินัย
พ.ศ.2535 เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ได้มีหนังสือแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดสุวรรณโภคาราม และได้พัฒนาสร้างถาวรวัตถุต่างๆ พัฒนาเส้นทางเชื่อมหมู่บ้านระหว่างบ้านสะเดา-บ้านปราสาททนง จนกลายเป็นเส้นทางไปสู่แหล่งโบราณสถาน

พื้นที่ตั้งวัดแห่งนี้ เป็นชุมชนเมืองโบราณ ห่างที่ตั้งปราสาทหินบ้านทนง ประมาณ 3 กิโลเมตร จึงขุดค้นพบวัตถุโบราณ แท่นหินแผ่นใหญ่คล้ายศิลาจารึก และขุดพบเครื่องทองสัมฤทธิ์ ถ้วย ชาม
แม้ชราภาพ แต่ยังมีใจใฝ่ศึกษา พ.ศ.2537 สอบได้นักธรรมชั้นตรี พ.ศ.2539 สอบได้นักธรรมชั้นโท พ.ศ.2541 สอบได้นักธรรมชั้นเอก
รับอุปการะส่งเสริมให้ทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนเรียนดี แต่ยากจน ได้เข้าเรียนหนังสือในระดับชั้นสูง อีกทั้งยังให้การสงเคราะห์หน่วยงานของรัฐ ด้วยการบริจาคสิ่งของต่างๆ
พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เจ้าอาวาสวัดราษฎรชั้นโท ในราชทินนามที่ พระครูวิสุทธิปภากร
พัฒนาก่อสร้างถาวรวัตถุที่มั่นคงไว้มากมาย อาทิ ศาลาการเปรียญ เมรุเผาศพ ศาลาบำเพ็ญกุศล ฌาปนสถาน กุฏิ เป็นต้น ช่วงปัจฉิมวัย ตรากตรำรับใช้พระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ด้วยความไม่เที่ยงของสังขาร อาพาธบ่อยครั้ง ต้องเข้าๆ ออกๆ ในโรงพยาบาลบ่อยๆ เมื่อหายป่วยเล็กน้อย แพทย์ให้พักผ่อน
อย่างไรก็ดี ยังมีลูกศิษย์มากมายไปหาท่าน ซึ่งหลวงพ่อไม่ขัดข้อง แม้ว่าจะลุกไม่ขึ้นก็ต้องค่อยๆ จับเหล็กจารขีดเขียนอักขระลงยันต์ให้ด้วยความเมตตา
กระทั่งเช้าของวันจันทร์ที่ 18 มิ.ย.2550 จึงได้ละสังขารด้วยอาการสงบ ที่โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา
คณะสงฆ์จังหวัดสุรินทร์และศิษยานุศิษย์ ได้ร่วมกันจัดตั้งพระศพบำเพ็ญกุศลให้ประชาชนเคารพสักการะ โดยประกอบพิธีพระราชทานเพลิง เมื่อวันเสาร์ที่ 23 มิ.ย.2550 ที่เมรุชั่วคราววัดสุวรรณโภคาราม มีศิษยานุศิษย์ร่วมงานไว้อาลัยคับคั่ง