“หลวงพ่อสุ่น จันทโชติ” วัดศาลากุล ต.เกาะเกร็ด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พระเกจิชื่อดังเจ้าตำรับเครื่องรางของขลัง หนึ่งในชุดเบญจภาคี “หนุมานแกะ” อันโด่งดัง

เดิมชื่อ สุ่น ปานกล่ำ เป็นชาวปากเกร็ดโดยกำเนิด เกิดเมื่อประมาณพ.ศ.2435 เมื่ออุปสมบทแล้วได้รับฉายาว่า จันทโชติ แปลว่า รุ่งเรืองดุจจันทร์เพ็ญ

รายงานพิเศษ - เครื่องราง‘หนุมานแกะ’ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุล

อยู่จำพรรษาที่วัดศาลากุล และด้วยศีลาจารวัตรทำให้เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวบ้านมาตั้งแต่พรรษาต้นที่ยังเป็นพระลูกวัดอยู่ ดังนั้น เมื่อเจ้าอาวาสมรณภาพ ชาวบ้านจึงนิมนต์ให้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสสืบต่อ ซึ่งก็ได้พัฒนาและบูรณปฏิสังขรณ์วัดจนเจริญรุ่งเรืองสืบมา

เป็นหนึ่งในพระคณาจารย์ผู้ลงอักขระบนแผ่นทองแดงใช้เป็นมวลสารในการจัดสร้างเหรียญที่ระลึกวัดราชบพิธฯ ครั้งที่ 4 (พ.ศ.2481)

อีกทั้งยังเป็นสหธรรมิกหลวงพ่อกลิ่น วัดสะพานสูง โดยมีอายุมากกว่าหลวงพ่อกลิ่นประมาณ 5 ปี

กล่าวสำหรับเกาะเกร็ด พื้นที่ตั้งวัดศาลากุล เดิมทีไม่ได้เป็นเกาะ เป็นแผ่นดินที่ยื่นออกไปเหมือนแหลมจากพื้นแผ่นดินของอำเภอปากเกร็ดที่แม่น้ำเจ้าพระยาไหลอ้อมผ่านไป ชื่อเดิมคือ บ้านแหลม ในสมัยแผ่นดินพระเจ้าท้ายสระแห่งกรุงศรีอยุธยา เห็นว่าหากขุดคลองลัดตรงบ้านแหลมแล้วระยะทางจะสั้น เรือจะสัญจรไปมาได้สะดวก จึงโปรดให้ขุดคลองลัดเมื่อปีพ.ศ.2265 เรียกว่า คลองลัดเกร็ดน้อย โดยมีความกว้างเพียง 6 วาเท่านั้น

ต่อมากระแสน้ำเปลี่ยนทิศเซาะตลิ่งทำให้คลองขยาย แผ่นดินตรงแหลมจึงกลายเป็นเกาะ เรียกชื่อแผ่นดินที่ถูกคลองขุดตัดขาดจากแผ่นดินใหญ่นี้ว่าเกาะศาลากุล

ในสมัยรัชกาลที่ 5 ระบุในโฉนดชื่อว่าเกาะศาลากุล ตามชื่อวัดศาลากุล ที่สร้างโดยเจ้าพระยารัตนาธิเบศร์ (กุน) ตั้งแต่สมัยธนบุรี ต่อมาเมื่อตั้ง อ.ปากเกร็ด จึงเรียกเป็นเกาะเกร็ด

รายงานพิเศษ - เครื่องราง‘หนุมานแกะ’ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุล

ตั้งอยู่เกือบกลางเกาะเกร็ด ท้องที่หมู่ 3 บ้านเกาะศาลากุล การเดินทางไปยังวัดนี้ถ้าหากข้ามเรือที่ท่าวัดกลางเกร็ด เมื่อขึ้นที่ท่าเกาะเกร็ดจะมีถนนไปถึงวัดนี้ได้ ระยะทางประมาณ 1,400 เมตร กล่าวกันว่าวัดนี้เป็นวัดเก่าเช่นกัน เดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำเนื่องจากดินริมแม่น้ำโผล่ขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันนี้จึงอยู่เกือบกลางเกาะเกร็ด

เสนาสนะที่สร้างขึ้นใหม่คือ อุโบสถลักษณะทรงโบราณ 2 ชั้น ศาลาการเปรียญ หอสวดมนต์ เจดีย์และกุฏิสงฆ์ และยังมีโบราณวัตถุเก่า เช่น โต๊ะหมู่บูชาขนาดใหญ่ประดับมุก เครื่องแก้วเจียระไน และหีบศพประดับมุก ฯลฯ

ในปีพ.ศ.2482 หลวงพ่อสุ่นมรณภาพอย่างสงบ สิริอายุประมาณ 78 ปี

ย้อนไปเมื่อครั้งยังเป็นพระลูกวัดปลูกต้นไม้ไว้ในบริเวณกุฏิ 2 ชนิด คือ ต้นรักและต้นพุดซ้อน หมั่นดูแลรดน้ำ โดยนำน้ำสะอาดมาทำเป็นน้ำมนต์เพื่อรดต้นไม้ทั้งสองทุกครั้งจนเจริญเติบโต

กระทั่งท่านได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อต้นไม้เจริญเติบโตได้ที่จึงดูฤกษ์ยามทำพิธีพลีและสังเวย ก่อนลงมือขุดด้วยตัวเอง จากนั้นนำไปตากแดดจนแห้งแล้วให้ช่างแกะเป็นรูปหนุมานจนหมด รวบรวมห่อด้วยผ้าขาวใส่บาตรเพื่อปลุกเสกในกุฏิจนถึงวันเสาร์ซึ่งถือว่าเป็นวันแรง ก็จะเข้าไปปลุกเสกด้วยพระคาถาในอุโบสถเพียงรูปเดียว โดยปิดประตูและหน้าต่างทั้งหมด มีเวรยามเฝ้าไม่ให้ใครรบกวนดังนี้เป็นประจำทุกวันเสาร์ จนครบถ้วนกระบวนการตามกำหนดของท่านจึงเก็บไว้แจก

นอกจากหนุมานแกะที่ทำจากต้นรักและต้นพุดซ้อนยังได้แกะหนุมานจากงาช้าง แต่สร้างในรุ่นหลัง ไม่ค่อยพบเห็น และสนนราคาค่อนข้างสูงมาก

หนุมานแกะแยกเป็น 2 พิมพ์ คือ พิมพ์หน้าโขน และพิมพ์หน้ากระบี่

รายงานพิเศษ - เครื่องราง‘หนุมานแกะ’ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุล

พิมพ์หน้าโขนเป็นฝีมือการแกะอันวิจิตรของช่างแกะที่จะเก็บรายละเอียดต่างๆ อย่างครบถ้วน ทำให้มีความสวยงามและแลดูเข้มขลังยิ่งนัก

ส่วนพิมพ์หน้ากระบี่เป็นแบบเรียบง่าย ไม่ค่อยมีเครื่องเครามากมาย แต่ก็ยังคงความงามในอีกรูปแบบหนึ่ง และแลดูเข้มขลังเช่นกันด้วยความชำนาญของช่างแกะ

รายงานพิเศษ - เครื่องราง‘หนุมานแกะ’ หลวงพ่อสุ่น วัดศาลากุล

ในปัจจุบันหนุมานแกะหาดูหาเช่ายากมาก ทุกเนื้อทุกพิมพ์ด้วยผู้ที่มีไว้ในครอบครองต่างหวงแหน อีกทั้งสนนราคาสูง นอกจากนี้ ยังมีการทำเทียมเลียนแบบสูงอีกด้วย ดังนั้น จึงต้องใช้การพิจารณาอย่างถี่ถ้วน เริ่มจากการดูพิมพ์ทรง ต้องดูลักษณะการแกะให้ดี

ส่วนด้านเนื้อไม้ให้นึกถึงสภาพไม้ที่ตากแห้งที่นำมาแกะ เมื่อผ่านกาลเวลาเนิ่นนานเนื้อจะแห้งสนิท และมีน้ำหนักเบา ถ้าผ่านการสัมผัสจะฉ่ำมัน แต่ตามซอกยังคงแห้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน