พระอุปัชฌาย์คง หรือ หลวงพ่อคง ธัมมโชโต อดีตเจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เป็นพระเกจิอาจารย์แห่งลุ่มแม่น้ำแม่กลองอีกรูปที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธา ไม่แพ้หลวงพ่อแก้ว พรหมสโร วัดพวงมาลัย

เกิดในสกุลจันทร์ประเสิรฐ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2407 ณ ต.บางสำโรง อ.บางคนทีี จ.สุมทรสงคราม
เล่ากันว่าเกิดในเรือนแพ ซึ่งมีความเชื่อกันว่า ถ้าใครถือกำเนิดในห้องเล็กที่ใต้เรือนแพ จะต้องเป็นผู้ชายและครองสมณเพศเป็นพระภิกษุตลอดชีวิต

พออายุได้ 12 ปี บรรพชาที่วัดเหมืองใหม่ อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม เพื่อศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรม ระหว่างนั้นสนใจในวิชาเมตตามหานิยม
กระทั่งอายุ 19 ปี ลาสิกขาออกไปช่วยครอบครัวประกอบอาชีพ
ครั้นเมื่อมีอายุครบ 20 ปี เข้าพิธีอุปสมบท ณ วัดเหมืองใหม่ เมื่อวันศุกร์ ขึ้น 6 ค่ำ เดือนสิงหาคม 2427 มี พระอาจารย์ด้วง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการจุ้ย เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอธิการทิม วัดเหมืองใหม่ เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาว่า ธัมมโชโต แปลว่า ผู้รุ่งเรืองในธรรม
จำพรรษาอยู่ที่วัดเหมืองใหม่ อุปัฏฐากรับใช้พระอุปัชฌาย์ ด้วยอุปนิสัยรักการศึกษา จึงเล่าเรียนทั้งทางคันถธุระ วิปัสสนาธุระ กับพระอุปัชฌาย์เป็นพื้นฐาน ต่อมาไปศึกษากับพระเถระชื่อดังในยุคนั้นอีกหลายรูป

ศึกษาคัมภีร์มูลกัจจายน์ ซึ่งเป็นตำราเรียนบาลีไวยากรณ์ในสมัยโบราณกับอาจารย์นก อุบาสกในละแวกนั้นเป็นเวลา 13 ปี
นอกจากนี้ ยังสนใจการศึกษาวิทยาคม โดยศึกษากับพระเกจิชื่อดัง เริ่มแรกศึกษาคัมภีร์นี้กับพระอาจารย์ด้วง ซึ่งเชี่ยวชาญการลบผงวิเศษ เป็นที่นับถือในสมัยนั้น และเล่าเรียนกับหลวงพ่อตาด วัดบางวันทอง พระเถระผู้ที่มีวิทยาคมอันแก่กล้า โดยเฉพาะวิชานะปัดตลอด

อีกทั้งยังได้ไปศึกษากับหลวงพ่อหรุ่น วัดช้างเผือก ผู้เชี่ยวชาญในพระกัมมัฏฐาน
พรรษาที่ 19 อาพาธร่างกายไม่แข็งแรง จึงหยุดพักผ่อน หันมาสอนสมถะกัมมัฏฐานและวิปัสสนากัมมัฏฐาน
เอาใจใส่การดูแลก่อสร้างเสนาสนะ เนื่องจากมีฝีมือในเชิงช่าง เบื้องต้นซ่อมแซมหอไตรที่มีสภาพชำรุดให้มีสภาพที่ดีขึ้น พร้อมกับปั้นพระป่าเลไลย์ด้วยฝีมือของท่านเอง
จนกระทั่งพรรษา 21 ในปี พ.ศ.2448 ชาวบ้านใน ต.บางกะพ้อม อาราธนามาเป็นเจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม
ฟื้นฟูบูรณปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุภายในวัด ซึ่งชำรุดทรุดโทรม สร้างความเจริญให้แก่วัดสำเร็จลุล่วงในเวลาอันสั้น

พ.ศ.2464 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะตำบลบางกะพ้อม และแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์
แม้จะมีภาระงานปกครองวัด แต่ในเดือน 4 ของทุกปีจะไปปักกลดในป่าช้าข้างวัดเป็นเวลาราว 1 เดือน เรียกกันว่ารุกขมูลข้างวัด โดยถือว่าเป็นการชำระจิตใจให้สะอาด หลังจากยุ่งกับเรื่องราวทางโลกเกือบตลอดทั้งปี
ช่วงบั้นปลายชีวิต อาพาธด้วยโรคชรา เนื่องจากว่ามีงานอยู่หลายอย่างต้องทำ ด้วยเป็นกิจของสงฆ์ ทั้งานการสร้างพระพุทธรูป การสร้างวัตถุมงคล จึงทำให้ท่านไม่มีเวลาพักผ่อน
เมื่อวันที่ 6 ก.พ.2486 ขณะที่นั่งร้านเพื่อตกแต่งพระขนงพระพุทธรูปประธานองค์ใหม่ เมื่อสวมพระเกตุพระประธานแล้วเสร็จ ก็เกิดอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม แต่มีสติดีเอามือประสานในท่านั่งสมาธิจนหมดลมถึงแก่มรณภาพในอาการอันสงบ
คณะศิษย์เห็นนั่งอยู่นาน จึงประคองร่างลงมาจากนั่งร้าน จึงรู้ว่ามรณภาพอย่างสงบ
สิริอายุ 78 ปี พรรษา 58
วัตถุมงคลไม่ว่าจะเป็นเหรียญและเหรียญหล่อ ได้รับความนิยม มีราคาเช่าบูชากันสูงมาก โดยเฉพาะเหรียญรุ่นแรก
ที่มาของรุ่นนี้จากการที่พระยาศรีสุรสงคราม (เปลื้อง ดิลกโยธิน) ได้พบหลวงพ่อคง ในงานพิธีมหาพุทธาภิเษก ที่วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อปี พ.ศ.2481 จึงเกิดความเลื่อมใสศรัทธามาก จึงขออนุญาตจัดสร้างเหรียญรูปเหมือนไว้เป็นที่ระลึก
ลักษณะเป็นเหรียญกลม รูปไข่ มีหู สร้างปี พ.ศ.2484 มีขอบเหรียญ 2 ชนิดด้วยกันคือ ขอบหยัก แบบข้างเหรียญบาท มีประมาณ 200 เหรียญ ส่วนอีก 2,800 เหรียญที่เหลือเป็นขอบเหรียญเรียบ
ด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปเหมือนหันหน้าตรง ล้อมรอบขอบเขียนคำว่า “พระอุปัชฌาย์คง วัดบางกะพ้อม ชนมายุ ๗๗ ปี พ.ศ.๒๔๘๔”
ด้านหลังตรงกลางเป็นพระยันต์ของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า ด้านบนเขียนคำว่า “ลาภ ผล พูน ทวี” ขอบโค้งด้านล่างเขียนคำว่า “ศิษย์สร้างบูชาพระคุณของหลวงพ่อ”
เป็นเหรียญหล่อที่สวยงาม และเป็นเหรียญเก่าหายาก