วัดถั่วทอง หมู่ 3 บ้านถั่ว ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี สำนักศิลปากรที่ 2 สุพรรณบุรี ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ตั้งชื่อวัดตามหมู่บ้าน “ถั่ว” ในอดีตบริเวณวัดเป็นศูนย์กลางการค้าขายวัวควายของพ่อค้าวาณิช

ภายในวัดมีโบราณสถานที่สำคัญ อุโบสถ และเจดีย์ราย ตัวอุโบสถเป็นอาคารก่ออิฐปูนขนาดกว้าง 7.5 เมตร ยาว 22.6 เมตร หันหน้าไปทางด้านทิศตะวันตกเฉียงใต้ วางตัวขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา อุโบสถมีมุขด้านหน้า โครงสร้างหลังคาเป็นเครื่องไม้มุงกระเบื้องซีเมนต์หางแหลมสีแดง
จากการศึกษาทางโบราณคดี พบแนวกำแพงแก้วและฐานเสมาที่มีแต่เดิมปรากฏอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าพื้นที่ใช้งานปัจจุบัน เจดีย์รายตั้งอยู่ภายแนวกำแพงแก้วทางทิศใต้จำนวน 2 องค์ และด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนืออีก 1 องค์ ลักษณะเป็นเจดีย์ทรงเครื่องตามรูปแบบสถาปัตยกรรมสมัยรัตนโกสินทร์

ปัจจุบัน พระครูวิบูลกัลยาณคุณ ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส
คนเฒ่าคนแก่บอกเล่าว่า วัดถั่วทอง (วัดราษฎรประชุมพล) มีโบสถ์เก่าแก่หลังเดียวในจังหวัดปทุมธานี ตั้งอยู่ในลักษณะขนานไปกับแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโบสถ์ทรงโบราณก่อด้วยอิฐปูน สร้างบนแพไม้ซุงขนาดใหญ่ ไม่มีการใช้เสาเข็มตอกบนพื้น วัสดุที่ใช้ก่อสร้างมีเพียงปูนและอิฐโบราณ ซึ่งปั้นด้วยมือทีละก้อน เป็นโบสถ์หลังเดียวที่สร้างขนานกับแม่น้ำไม่หันด้านหน้าหรือด้านหลังลงสู่แม่น้ำ ถือเป็นที่น่าอัศจรรย์ ฤดูน้ำหลากจะมีน้ำไหลท่วมสูงรอบโบสถ์ แต่ไม่ไหลเข้าท่วมตัวโบสถ์

ภายในเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อโต พระพุทธรูปปูนปั้นปิดทอง ปางมารวิชัย ศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้นอายุ 200 กว่าปี ซึ่งเป็นที่ศรัทธาของชาวบ้านว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง แต่ด้วยความเก่าแก่จึงมีสภาพทรุดโทรมและมีการบูรณะหลายรอบ ก่อนที่สำนักศิลปากรจะเข้ามาดูแล บูรณะให้คงสภาพเดิมไว้ทุกประการ แม้แต่กระเบื้องหลังคาโบสถ์ก็ทำให้เหมือนเดิมทุกอย่าง
นอกจากโบสถ์เก่าแก่แล้ว ศาลาการเปรียญที่ก่อสร้างมาพร้อมกับโบสถ์ เป็นศาลาการเปรียญฉลุลายหน้าบันด้วยไม้โบราณหลังใหญ่ สมัยก่อนใช้เป็นที่เรียน ซึ่งก็มีการบูรณะจนถึงปัจจุบัน

หน้าศาลาการเปรียญต้องสะดุดตากับต้นเกตุ (ต้นลูกเกตุ) ขนาดลำต้นสองคนโอบสูงใหญ่อายุกว่าร้อยปี ที่ยืนต้นสูงตระหง่านคู่วัดถั่วทอง ซึ่งทางวัดอนุรักษ์ไว้ให้ลูกหลานได้ศึกษา น่าจะเหลืออยู่เพียงต้นเดียวแล้วใน จ.ปทุมธานี

ถั่วทองสมัยก่อนคนเฒ่าคนแก่เล่าๆ ต่อกันว่า ชาวบ้าน พ่อค้าวาณิชสมัยนั้นจะล่องเรือค้างแรมนำวัวควายมาขึ้นที่ท่าน้ำ เพื่อค้าขาย ยามว่างเว้นก็สุมกันเล่นพนัน “ถั่ว” ชาวบ้านเรียกกันติดปากว่าบ้านถั่ว
บ้านถั่ว พื้นที่วัดแต่ก่อนเป็นผืนเดียวกับโรงเรียน เดิมเคยเป็นที่ชำระคดีความ เป็นที่ประหารชีวิตนักโทษสมัยก่อน และยังเป็นป่าช้าเก่าอีกด้วย

วัดถั่วทอง สร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 พ.ศ.2380 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อปี พ.ศ.2480 อุโบสถหลังเก่าชื่อเดิม วัดถั่วทองราษฎรประชุมพล มีพระอธิการยศ หลวงปู่เหรื่อ เป็นอาจารย์ที่ชาวบ้านเคารพนับถือในสมัยนั้น
ที่วัดถั่วทองไม่มีการสร้างวัตถุมงคล ปฏิบัติศาสนในกิจของพระสงฆ์ปกติ ช่วงเข้าพรรษาบรรดาญาติโยมอุบาสิกาจะมาปฏิบัติธรรมปกติ

กลางแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าวัดถั่วทอง มีการประชาสัมพันธ์ให้เป็นแลนด์มาร์กการท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สามโคก หาดทรายน้ำจืดกลางแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณนี้มีมานานแล้ว สามารถเดินได้ทั่ว เนื่องจากน้ำลงจนเห็นพื้นเนินหาดทราย ในอดีตพวกเรือดูดทรายดูดทรายจนทรายแทบจะไม่มีให้เห็น ส่งผลให้ริมตลิ่งวัดพังทรุด วัดต้องเอาหินมาถมป้องกันไม่ให้ตลิ่งพังลงมา ส่งผลกระทบต่อโบสถ์เกิดทรุดตัวจากการดูดทราย หลังมีการร้องเรียนพวกเรือดูดทรายค่อยหายไป ความสมดุลทางธรรมชาติค่อยกลับคืนมา กระแสน้ำไหลพัดพาตะกอนทรายมาทับถม จนกลายเป็นหาดทรายเช่นทุกวันนี้
ช่วงวันหยุดมีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเข้ามาไหว้หลวงพ่อโต ทำบุญและให้อาหารปลา