ในการประชุมมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 14/2568 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 เลขาธิการมหาเถรสมาคม เสนอว่า ตามที่สมเด็จพระสังฆราช ได้มีพระลิขิต ถึงราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 24 (พ.ศ.2541) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 1 (พ.ศ.2563) ออกตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 เมื่อมีพระราชดำริเป็นประการใด ให้มหาเถรสมาคมดำเนินการตามพระราชดำริ นั้น
บัดนี้ ราชเลขานุการในพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้มีหนังสือ ที่ พว 0202.2/9354 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 กราบทูล สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม แจ้งว่า ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดให้แต่งตั้งพระสังฆาธิการ คือ พระธรรมวชิรเมธาจารย์ (ยุทธศักดิ์ กิตติยุตโต) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ และผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร ให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร พระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร
ปัจจุบัน สิริอายุ 82 ปี พรรษา 57 ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวรวิหาร, เลขานุการแม่กองธรรมสนามหลวง, ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5 (ธรรมยุต) และกรรมการมหาเถรสมาคม
มีนามเดิมว่า ยุทธศักดิ์ พัดทอง เกิดเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2487 ที่บ้านเลขที่ 3 ต.โพธิ์ชัย อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี บิดา-มารดา ชื่อ นายเนียม และนางเหรียญ พัดทอง
ในช่วงวัยเยาว์ เริ่มเรียนหนังสือ เข้าเรียนที่โรงเรียนในชุมชน
บรรพชา เมื่อวันที่ 1 พ.ค.2501 ที่วัดศรีจุฬามณี ต.น้ำตาล อ.อินทร์บุรี จ.สิงห์บุรี มีพระครูโสภิตวินัยศาสน์ (สอน โสภิโต) วัดศรีจุฬามณี เป็นพระอุปัชฌาย์
มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม พ.ศ.2506 สำเร็จการศึกษานักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ ที่สำนักเรียนคณะจังหวัดสิงห์บุรี
ต่อมา ตัดสินใจเข้ากรุงเทพฯ เพื่อเรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูง ที่สำนักเรียนวัดโสมนัสวิหาร
กระทั่งเมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2511 เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดโสมนัสวิหาร มีสมเด็จพระวันรัต (จับ ฐิตธัมโม) วัดโสมนัสวิหาร เป็นพระอุปัชฌาย์, พระปัญญาวิสุทธิคุณ (สนิท ปภัสสโร) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระราชกวี (อ่ำ ธัมมทัตโต) เป็นพระอนุสาวนาจารย์
พ.ศ.2525 สำเร็จการศึกษาเปรียญธรรม 6 ประโยค
ได้รับความไว้วางใจจากเจ้าอาวาสยุคนั้น มอบหมายภารกิจสนองงาน ทั้งในด้านการปกครอง การศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การสาธารณูปการ และอื่นๆ
ยังได้ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม สำเร็จการศึกษาศาสนศาสตรบัณฑิต (ศน.บ.) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย
งานด้านการศึกษา ถือว่าเป็นงานที่มีความถนัด มีความชำนาญ มีใจรักเป็นอย่างยิ่ง ทำหน้าที่ต่างๆ รับผิดชอบงานด้านการศึกษาในสำนักเรียนมาในทุกระดับ
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2533 ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระครูปลัดสัมพิพัฒนสุตาจารย์ ฐานานุกรมสมเด็จพระวันรัต (จับ ฐิตธัมโม) พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระกิตติวราภรณ์ พ.ศ.2546 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชญาณกวี
พ.ศ.2553 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเจติยาจารย์
พ.ศ.2566 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมวชิรเมธาจารย์
ด้วยความเป็นพระปฏิบัติ มีความรับผิดชอบสูง จึงได้รับความไว้วางใจจากคณะสงฆ์ ดำรงตำแหน่งทางปกครองมาอย่างต่อเนื่อง
ลำดับงานปกครอง พ.ศ.2533 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร พระอารามหลวง พ.ศ.2543 เป็นเจ้าคณะแขวงเทพศิรินทร์ (ธรรมยุต)
พ.ศ.2554 เป็นเจ้าคณะเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย-สัมพันธวงศ์-ราชเทวี (ธรรมยุต) พ.ศ.2564 เป็นเจ้าคณะภาค 4-5 (ธรรมยุต) พ.ศ.2565 เป็นรองแม่กองธรรมสนามหลวง ฝ่ายบริหาร
พ.ศ.2566 ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นกรรมการมหาเถรสมาคม พ.ศ.2568 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 4-5 (ธรรมยุต)
ตราบจนถึงทุกวันนี้ ยังคงปฏิบัติศาสนกิจด้วยความวิริยอุตสาหะเสมอต้นเสมอปลาย