“หลวงพ่อจง พุทธสโร” แห่งวัดหน้าต่างนอก จ.พระนครศรีอยุธยา พระเกจิอาจารย์ชื่อดังในอดีตช่วงสงครามอินโดจีน

“มีนามเดิมว่า จง สำหรับวันเดือนปีเกิดนั้น เนื่องจากเป็นเหตุการณ์ที่ล่วงเลยผ่านพ้นมานาน อีกทั้งการบันทึกก็มิได้มีหลักฐานที่เด่นชัด แต่ระบุไว้พอรู้ความว่า ท่านได้เกิดในสมัยต้นรัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี วันพฤหัสบดี เดือน 4 ปีวอก ตรงกับวันที่ 6 มี.ค.2415 อย่างไรก็ตาม ด้วยเวลานั้นยังไม่มีการใช้ชื่อสกุล จึงไม่มีการระบุชื่อนามสกุลเดิมของท่านไว้

ถือกำเนิดในท้องที่ ต.หน้าไม้ อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา โยมบิดา-มารดาชื่อว่า นายยอดและนางขลิบ ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

รายงานพิเศษ

หลวงพ่อจง พุทธสโร

 

ชีวิตในวัยเยาว์ เป็นผู้มีความชอบวัด ติดวัด เข้าวัดฟังธรรมอยู่เป็นนิจ มากกว่าเด็กในวัยเดียวกัน

ดังนั้น เมื่ออายุครบอุปสมบทในปี พ.ศ.2435 จึงบวชที่พัทธสีมาวัดหน้าต่างใน มีหลวงพ่อสุ่น เจ้าอาวาสวัดบางปลาหมอ เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์อินทร์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์โพธิ์ เจ้าอาวาสวัดหน้าต่างใน เป็นพระอนุสาวนาจารย์

อยู่พำนักเพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม ตลอดจนวิชาการต่างๆ ที่วัดหน้าต่างใน พร้อมทั้งฝึกฝนด้านการเขียนอ่านอักษรทั้งไทยและขอมจากพระอาจารย์โพธิ์ ซึ่งเป็นพระอนุสาวนาจารย์

ต่อมาไปเรียนวิชาฝ่ายกัมมัฏฐานกับหลวงพ่อปั้น วัดพิกุล ซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียงด้านนี้

รายงานพิเศษ

ด้วยภูมิธรรมความรู้ อันเกิดจากความวิริยะพากเพียร ทำให้เป็นที่เคารพศรัทธาของญาติโยมทั้งหลาย ต่อมาเมื่อหลวงพ่ออินทร์สิ้นบุญ ทำให้ตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอกว่างลง

ชาวบ้านต่างเห็นพ้องต้องกันว่าศิษย์พระอาจารย์โพธิ์ วัดหน้าต่างใน มีความเหมาะสมอย่างยิ่ง ครั้นเมื่อเข้ามารับหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดหน้าต่างนอก

เป็นพระเถราจารย์ที่มีวิทยาคมแก่กล้า ได้รับการถ่ายทอดวิทยาคมจากหลวงพ่อสุ่น วัดบางปลาหมอ อ.บางบาล และหลวงพ่อปั้น วัดพิกุล จ.พระนครศรีอยุธยา

นอกจากนี้ ยังเป็นสหายธรรมกับหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค เนื่องจากมีพระอุปัชฌาย์องค์เดียวกัน

กิตติศัพท์แพร่หลายออกไปอย่างกว้างขวาง งานปลุกเสกเครื่องมงคลในกรุงเทพฯ ที่จัดพิธีใหญ่ทุกงาน จะต้องได้รับนิมนต์มาร่วมพิธีด้วยทุกครั้งไป ถือว่าเป็นพระเถราจารย์ที่ขาดเสียมิได้

รายงานพิเศษ

แม้กระทั่งสมเด็จพระสังฆราช (แพ) จะสร้างเครื่องมงคลครั้งใด ต้องมีบัญชาให้ท่านเจ้าคุณศรี (สนธิ์) นิมนต์มาร่วมปลุกเสกด้วยทุกครั้งไป

ในช่วงบั้นปลายชีวิต วันที่ 14 ม.ค.2508 ล้มป่วยเป็นอัมพาตทางด้านขวาของร่างกายหมดความรู้สึก

กระทั่งเมื่อวันที่ 19 ก.พ.2508 เวลา 01.55 น. มรณภาพด้วยอาการสงบ ท่ามกลางความโศกสลดของคณะศิษย์ที่นั่งเฝ้าโดยใกล้ชิดทั้งหลาย

เมื่อครั้งยังมีชีวิต สร้างวัตถุมงคลไว้มากมายหลายอย่างและสร้างแจกทหาร-ตำรวจ ในสงครามอินโดจีน ปี 2483-2485 มีทั้งเหรียญ ผ้ายันต์ ตะกรุด แผ่นยันต์มหาลาภ และกันไฟ ฯลฯ ทำให้ทหารที่มีวัตถุมงคลไว้บูชารอดชีวิตกลับมา

ที่ได้รับความนิยมสูง นอกจากเหรียญรุ่นแรกที่ได้รับความนิยมจากบรรดานักนิยมสะสมพระเครื่องแล้ว “เหรียญปั๊มรูปเหมือน พิมพ์นิยมหน้าใหญ่ ปี 2485’” ก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

รายงานพิเศษ

ทั้งนี้ เหรียญปั๊มรูปเหมือน ปี 2485 นับเป็นเหรียญรูปเหมือนรุ่นที่ 2 ที่หลวงพ่อจงสร้างเพื่อแจกแก่ข้าราชการและพลเรือนนำไปเป็นขวัญและกำลังใจระหว่างภัยสงคราม จัดสร้างเป็นเนื้อทองแดง มี 2 แบบคือ แบบปางมารวิชัยและแบบปางสมาธิ ทั้งยังแบ่งออกเป็นพิมพ์หน้าใหญ่และพิมพ์หน้าเล็ก ซึ่งพิมพ์นิยมจะเป็นแบบปางมารวิชัย พิมพ์หน้าใหญ่

ลักษณะเป็นรูปทรงเสมา หูในตัว ด้านหน้าโดยรอบตกแต่งด้วยลวดลายกนก ตรงกลางเป็นรูปเหมือนหลวงพ่อจงเต็มองค์ นั่งแบบปางมารวิชัย ไม่มีอาสนะรองรับ มีอักขระขอม 5 ตัวรอบรูปเหมือน นะ โม พุท ธา ยะ อันเป็นหัวใจพระพุทธเจ้าห้าพระองค์

รายงานพิเศษ

ด้านหลังตรงกลางเป็นยันต์สี่ทิศสี่มุม ด้านบนเป็นอักษรไทยว่า “ที่ระลึก” ด้านล่างว่า “หลวงพ่อจง ๒๔๘๕”

โดยด้านหลังเหรียญแบ่งเป็น 2 พิมพ์คือ พิมพ์ พ.ศ.โค้ง และพิมพ์ พ.ศ.ตรง

เหรียญปั๊มรูปเหมือน พิมพ์หน้าใหญ่ ปี 2485 นับเป็นเหรียญคณาจารย์รุ่นเก่าที่มีค่านิยมสูงมาก

แม้จะเป็นเหรียญรุ่นที่ 2 แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการในหมู่เซียนพระและนักสะสม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน