วัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร จัดประชุมพระสังฆาธิการในเขตปกครองคณะสงฆ์จังหวัดสมุทรสาคร ตามมติมหาเถรสมาคมที่ 143/2546 และการประชุมพหุภาคีของจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีพระราชวชิรโมลี (สมชาย พุทธญาโณ) รักษาการเจ้าคณะภาค 14 วัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพฯ เป็นประธานสงฆ์ กล่าวเปิดการประชุม, พระราชวัชรสาครคณี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร เจ้าอาวาสวัดหลักสี่ราษฎร์สโมสร เป็นประธานดำเนินการจัดการประชุม พร้อมด้วยพระสังฆาธิการทั้งฝ่ายมหานิกายและธรรมยุต นายอำเภอ หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี องค์การบริหารส่วนตำบล ผู้อำนวยการโรงเรียน เข้าร่วมประชุม


พระราชวชิรโมลีกล่าวให้โอวาทว่า ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ได้บัญญัติให้พระสังฆาธิการต้องปฏิบัติตามกิจการบริหารของคณะสงฆ์ทั้ง 6 ด้านคือ ด้านการปกครอง การศึกษา การเผยแผ่ การศึกษาสงเคราะห์ การสาธารณูปการ และด้านการสาธารณสงเคราะห์ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะปกครองสงฆ์ ด้านการปกครองนั้นต้องถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากจะทำให้เกิดความเรียบร้อยดีงาม สิ่งสำคัญคือเจ้าอาวาส จะต้องปกครองดูแลพระเณรและฆราวาสภายในวัดให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งผู้ปกครองคือเจ้าอาวาสต้องเป็นแบบที่ดี ถ้าไม่เป็นแบบก็ปกครองใครไม่ได้


เจ้าคณะปกครองทุกระดับล้วนแต่เป็นเจ้าอาวาสทั้งนั้น เมื่อเป็นทั้งเจ้าอาวาสเป็นทั้งเจ้าคณะปกครอง ความเป็นแบบอย่างจึงต้องมีความสำคัญ เบื้องต้นท่านต้องรู้ว่ามีภาระหน้าที่อะไร เมื่อเป็นผู้นำ เป็นเจ้าอาวาสก็ต้องทำกิจวัตรให้เป็นแบบอย่างแก่พระเณรในวัด ถ้าพระไม่ทำวัตรสวดมนต์แล้วจะเอาอะไรให้ญาติโยมเขาศรัทธากราบไหว้ จะเป็นพระอยู่ได้อย่างไร ซึ่งทุกวัดจะต้องจัดให้มีการศึกษา จะมีพระในวัด 3 รูป 4 รูปก็ต้องจัดให้มีการศึกษาอบรมในเรื่องวินัยและกิริยามารยาทต่างๆ พระทุกรูปที่บวชเข้ามาใหม่ก็ต้องศึกษาเรื่องนวโกวาท ถ้าพระเณรเข้าใจในกรอบพระธรรมวินัยดีแล้วก็เชื่อได้ว่าการประพฤติปฏิบัตินอกกรอบ นอกลู่นอกทาง อย่างที่เราท่านทั้งหลายได้เห็นได้ทราบในปัจจุบันก็จะไม่มี ถึงจะมีบ้างก็น้อยไม่หนักหนาสาหัส

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครกล่าวว่า “ตามที่รักษาการเจ้าคณะภาค 14 ได้ย้ำเตือนให้พระสังฆาธิการในปกครองได้ประพฤติตนให้เป็นแบบอย่างที่ดี ผมขอถือโอกาสนี้ให้พวกเราทุกคนในภาครัฐ รวมถึงตัวผมเองด้วย รวมถึงกำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการโรงเรียน และ รพ.สต.ต่างๆ ต้องประพฤติปฏิบัติตนให้อยู่ในระเบียบวินัยของข้าราชการอย่างเคร่งครัด และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พี่น้องประชาชน การดำรงตนต้องอยู่ในคุณธรรมและศีลธรรมของแต่ละศาสนาที่ท่านนับถืออย่างเคร่งครัด อย่านอกลู่นอกรอย ต้องให้พี่น้องประชาชนยกมือไหว้อย่างสุจริตใจและสนิทใจด้วยความเคารพและศรัทธาในตำแหน่งหน้าที่ของท่าน อะไรที่ผิด อะไรที่ไม่ชอบ ไม่ดี อะไรที่ผิดกฎหมาย อะไรที่เทาๆ ก็ขอให้คิดเอาเอง ขอฝากเรื่องนี้ไว้” ผวจ.สมุทรสาครกล่าว

ในภาคบ่าย นางพัชรินทร์ พัดทอง ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวบรรยายหัวข้อ “ทำบัญชีทำไม” ว่า การจัดทำบัญชีของวัด เงินทุกบาททุกสตางค์ที่รับมาในนามของวัด จะต้องมีการจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่ายว่าใช้จ่ายเพื่อการใดบ้าง ใช้จ่ายตามอำนาจที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ใช้จ่ายไปตามภารกิจ 6 ด้านของคณะสงฆ์หรือไม่ ซึ่งต้องลงบัญชีรับจ่ายทุกรายการ ส่วนศาสนสมบัติของวัดทุกอย่างเจ้าอาวาสก็มีหน้าที่จัดทำบัญชีด้วยทุกรายการ ปัจจุบันยังใช้ตามกฎกระทรวง พ.ศ.2564 เจ้าอาวาสและไวยาวัจกร มีบัญญัติให้เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา ที่มาของการจัดทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายได้ปรากฏอยู่ในกฎกระทรวง และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์
“ผลดีของวัดจัดทำบัญชี เจ้าอาวาสก็จะปฏิบัติหน้าที่อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ เวลาถูกร้องเรียนท่านก็จะมีข้อมูลชี้แจงได้ ส่วนผลเสียเวลาท่านถูกกลั่นแกล้งถูกร้องเรียนท่านก็จะไม่มีเอกสารหรือข้อมูลชี้แจงเพื่อพิสูจน์ความจริงได้ ในกฎ มส.ฉบับที่ 18 พ.ศ.2563 ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนไวยาวัจกร ข้อ 4 ให้ไวยาวัจกรมีหน้าที่เบิกจ่ายนิตยภัตและมีหน้าที่จัดการดูแลทรัพย์สินของวัด ซึ่งก็จะเป็นไปตามที่เจ้าอาวาสมอบหมายเป็นหนังสือ” นางพัชรินทร์กล่าว
ณัฏฐนันท์ ศิริสันติวรกุล