“ป่าคำชะโนด” ณ วัดศิริสุทโธ (วัดป่าคำชะโนด) หรือที่เรียกกันว่า “วังนาคินทร์คำชะโนด” ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ต.วังทอง, ต.บ้านม่วง และ ต.บ้านจันทร์ ใน อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี สถานที่แห่งนี้เป็นที่เลื่องลือมาแต่ครั้งโบราณ โดยเชื่อกันว่าเป็นที่สถิตของพญานาค และสิ่งลี้ลับต่างๆ

มีเรื่องราวปรากฏเป็นตำนาน เรื่องเล่าขาน ตลอดจนความจริงที่เห็นกันอยู่ในขณะนี้ อันแสดงให้เห็นว่าไม่น่าจะเป็นเพียงคติความเชื่อแต่โบราณที่สืบทอดกันมาเสียแล้ว แต่กลายเป็นความจริงที่ปรากฏอยู่ ซึ่งทางวิทยาศาสตร์ก็ไม่อาจพิสูจน์ได้นั่นคือ “เมืองบาดาลป่าคำชะโนด”
ตามตำนานหนองแส หรือหนองกระแส เกี่ยวกับพญานาคราช 2 องค์แบ่งกันปกครองดินแดนแล้วเกิดผิดใจกัน จนต้องแยกการปกครองอย่างชัดเจน

หนองกระแส ในอดีตเป็นดินแดนที่ตั้งอยู่เหนือขึ้นไปในเขตประเทศลาว กล่าวกันว่าคือดินแดนของพญานาค หรือ เมืองพญานาค โดยดินแดนส่วนหนึ่งมี “พญาศรีสุทโธนาคราช” ปกครองอยู่
ส่วนที่เหลือ “พญาสุวรรณนาคราช” เป็นผู้ปกครอง ต่างอยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข สามัคคีเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน มีอาหารก็แบ่งกัน มีทุกข์ร้อนก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

แต่มีข้อตกลงสำคัญกันว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดออกไปล่าเนื้อหาอาหาร อีกฝ่ายจะต้องไม่ออกไป เพราะอาจเกิดทะเลาะเบาะแว้งกันได้
เมื่อหาอาหารได้แล้วแบ่ง 2 ส่วน เอามาแบ่งกัน แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดปัญหาเมื่อมีข้อขัดข้องหมองใจเรื่องการแบ่งสันปันอาหาร คิดว่าอีกฝ่ายไม่ซื่อ ไม่ปฏิบัติตามสัญญา แม้จะชี้แจงอย่างไรก็ไม่ยอมรับฟัง จนเกิดทะเลาะวิวาทถึงขั้นแตกหักประกาศสงครามกันในที่สุด เกิดเป็นความเสียหายมหาศาล … พื้นโลกสะเทือน แผ่นดินไหว เทวดาน้อยใหญ่ต่างได้รับความเดือดร้อนไปทั้ง 3 ภพ

ความล่วงรู้ไปถึงพระอินทร์ จึงเสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ตรัสโองการให้นาคทั้งสองฝ่ายหยุดรบราฆ่าฟัน ตัดสินให้ถือว่าเสมอกัน ไม่มีใครแพ้ใครชนะ หันมาช่วยกันสร้างแม่น้ำคนละสาย ใครสร้างถึงทะเลก่อนจะให้เอา “ปลาบึก” ไปอยู่ในแม่น้ำสายนั้น
เมื่อได้ยินเช่นนั้นพญาศรีสุทโธนาคราชได้สร้างแม่น้ำมุ่งไปทางทิศตะวันออกของหนองกระแส และด้วยความที่มีนิสัยใจร้อนเมื่อพบเจอภูเขากั้นทางน้ำจะหลบหลีก โค้งไปโค้งมา จึงเกิดเป็นแม่น้ำโขง (โค้ง)

ส่วนพญาสุวรรณนาคราชได้ทำการสร้างแม่น้ำขึ้นทางทิศใต้ของหนองกระแส พระองค์มีความละเอียดและใจเย็น แม่น้ำจึงตรงกว่าทุกสาย ซึ่งก็คือแม่น้ำน่าน
ในที่สุดพญาศรีสุทโธนาคราชเป็นผู้สร้างแม่น้ำเสร็จก่อน จึงมีปลาบึกขึ้นอยู่ในแม่น้ำโขงเพียงแห่งเดียว พร้อมกันนี้พระองค์ได้ขอทางขึ้น-ลงระหว่างเมืองบาดาลกับเมืองมนุษย์ไว้อีก 3 แห่ง หนึ่งในนั้นก็คือ “คำชะโนด” ซึ่งมีต้นชะโนดขึ้นเป็นสัญลักษณ์ และในวันข้างขึ้น 15 วัน ให้พระองค์พร้อมบริวารสามารถกลายร่างเป็นมนุษย์ ตั้งบ้านเมืองปกครองอยู่ที่คำชะโนดได้ ส่วนอีก 15 วันข้างแรมให้กลายเป็นนาค อาศัยอยู่เมืองบาดาล …

ซึ่งตรงกับคำบอกเล่าของหลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดพระธาตุมหาชัย จ.นครพนม ท่านยังได้กล่าวอีกว่า … ส่วนใดที่อยู่ใกล้ต้นน้ำลำธารหรือแม่น้ำใหญ่ หากจะจัดให้มีพิธีกรรมอันใดให้เชิญบอกกล่าวแก่เหล่าพญานาค พิธีกรรมนั้นจะศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง และพญานาคจะช่วยผู้ที่บูชาศรัทธาในพญานาคให้ผ่านพ้นอันตรายจากภัยพิบัติและวิกฤตต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น … และจากคำบอกเล่าต่อๆ กันมาของผู้เฒ่าผู้แก่นั้น บ่อยครั้งที่ชาวบ้านในละแวกดังกล่าวได้พบเห็นชาวเมืองชะโนดออกไปเที่ยวงานบุญพระเวส หรือหญิงสาวมายืมเครื่องมือทอผ้าเป็นประจำๆ และเมื่อครั้งน้ำท่วมใหญ่ในที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึง อ.บ้านดุง แต่น้ำก็ไม่ท่วมบริเวณคำชะโนด เป็นที่อัศจรรย์นัก
ยังมีอีกหลายตำนานหลายคำบอกเล่าจากผู้เฒ่าผู้แก่สืบต่อกันมาไม่มีที่สิ้นสุด ก่อเกิดเป็นพลังแห่งศรัทธา จากสาธุชนทั่วแคว้นแดนสยามที่ต่างมุ่งไปยัง “ป่าคำชะโนด” เพื่อครั้งหนึ่งในชีวิตได้มากราบสักการะขอพรจาก “พญาศรีสุทโธนาคราช” หรือ เจ้าปู่ศรีสุทโธนาคราช และ “นางพญานาคิณีศรีปทุมมาวิสุทธิเทวี” หรือเจ้าย่าศรีปทุมมา พระมเหสีเอก อันจะเป็นมิ่งมงคลแก่ชีวิต

ทั้งยังมีการจัดสร้างวัตถุมงคลมากมายเพื่อเป็นองค์แทนเจ้าปู่ฯ แม่ย่าฯ ไว้สักการบูชายังเคหสถานหรือพกพาติดตัวเพื่อความอุ่นใจว่ามีบารมีปกป้องคุ้มครอง
คาถาบูชาเจ้าปู่ศรีสุทโธนาคราช (เจ้าย่าศรีปทุมมา)

ตั้งนะโม 3 จบ แล้วว่า …
กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นาคาธิบดีศรีสุทโธ (นางพญานาคิณีศรีปทุมมา) วิสุทธิเทวา ปูเชมิ
ทุติยัมปิ กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นาคาธิบดีศรีสุทโธ (นางพญานาคิณีศรีปทุมมา) วิสุทธิเทวา ปูเชมิ
ตะติยัมปิ กายะ วาจะ จิตตัง อะหังวันทา นาคาธิบดีศรีสุทโธ (นางพญานาคิณีศรีปทุมมา) วิสุทธิเทวา ปูเชมิ
เมตตัญจะมหาลาโภ ปิโยนาคะ ขันธปริตตัง (คาถาขอทรัพย์พญานาคราช)