วันจันทร์ที่ 18 ส.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 148 ปี ชาตกาล “พระครูสุนทรดิตถคณี” หรือ “หลวงปู่นาค โชติพโล” วัดดินดอน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เป็นพระอีกรูปหนึ่งที่มีวัตรปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ มีเมตตาธรรมสูง ในศรัทธาของชาวนครศรีธรรมราชโดยตลอด

อัตโนประวัติ เดิมมีชื่อว่า นาค ไม่ทราบนามสกุล เกิดเมื่อวันเสาร์ที่ 18 ส.ค.2420 ที่บ้านบางชัน ต.กำแพงเซา อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช บิดา-มารดา ชื่อนายศรีและนางพุ่ง ปู่ซึ่งมีศักดิ์ฐานันดรเป็นหมื่น ชื่อ หมื่นเดช เป็นผู้มีฝีมือทางการช่างและการก่อสร้าง ได้รับราชการเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ส่วนตาของท่านมีบรรดาศักดิ์เป็นขุน เป็นพราหมณ์ที่มีความรอบรู้ในฤกษ์พิธีตลอดทั้งพิธีกรรมแต่โบราณ

อริยะโลกที่ 6-หลวงปู่นาค วัดดินดอน ตำรับเครื่องรางเชือกคาดเอว

ในช่วงวัยเยาว์ อายุ 6 ขวบ บิดาออกบวชเป็นพระภิกษุ หมื่นศรีซึ่งเป็นปู่ ได้สอนหนังสือให้ ครั้นพอเห็นอ่านออกเขียนได้บ้างแล้ว จึงพาไปถวายตัวเป็นศิษย์วัดสระเรียง ต.ในเมือง อ.เมืองนครศรีธรรมราช เพื่อเรียนหนังสือต่อ

พ.ศ.2435 บรรพชาที่วัดขัน ก่อนย้ายไปจำพรรษาที่วัดหน้าพระบรมธาตุ อยู่กับพระสมุห์ศรี ผู้เป็นบิดา บรรพชาเป็นสามเณรได้หนึ่งพรรษา ก็ลาสิกขาออกมา

ครั้นอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ เข้าพิธีอุปสมบท ที่วัดสวนหลวงตก ได้ฉายาว่า โชติพโล

มาอยู่จำพรรษาที่วัดพระบรมกับพระครูกาแก้ว (ศรี) ผู้เป็นบิดา ศึกษาพระธรรมวินัยกับหัดเทศน์มหาชาติจนชำนาญ และมีชื่อเสียงในเมืองนครศรีฯ พอพรรษาที่สาม จึงเข้ามาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ เมื่อมีความรู้พอสมควรแล้ว จึงเดินทางกลับนครศรีธรรมราช มาอยู่จำพรรษาที่วัดหน้าพระบรมธาตุ และได้รับแต่งตั้งเป็นพระปลัด ฐานานุกรมของพระครูกาแก้ว (ศรี)

ราวปี พ.ศ.2472 พระอุปัชฌาย์เกลี้ยง เจ้าอาวาสวัดดินดอน ได้มรณภาพ ชาวบ้านได้เดินทางมานิมนต์ไปปกครองอารามวัดดินดอน ตั้งอยู่ในเขต ต.ท่าดี อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช เป็นวัดที่ตั้งขึ้นมาในสมัยรัตนโกสินทร์เราแผ่นดินรัชกาลที่ 3

รักษาการอยู่จนถึง พ.ศ.2475 จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสวัดดินดอน พอปีถัดมาพ.ศ.2476 ได้รับการแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะหมวด พ.ศ.2476 ได้เป็นกรรมการศึกษาฝ่ายสงฆ์

วันที่ 1 มี.ค.2480 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่พระครูสุนทรดิตถคณี เมื่อถึงปี พ.ศ.2481 ได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์

นอกจากมีความรู้ทางด้านพระปริยัติธรรมและการบริหารการปกครอง ยังรอบรู้ในวิทยาคมและเชี่ยวชาญวิปัสสนากัมมัฏฐานรูปหนึ่งของเมืองนครศรีธรรมราชในยุคนั้น

จัดสร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่ก่อนสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง วัตถุมงคลมีหลายชนิด เช่น รูปเหมือน พระเครื่องเนื้อดินเผา เครื่องรางของขลัง ตะกรุด ผ้ายันต์ และลูกอม เป็นต้น

แต่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับท่านมากที่สุด คือ เครื่องรางของขลังเชือกคาดเอว ซึ่งเรียนมาจากพระครูกาแก้ว (ศรี) ผู้เป็นบิดา ส่วนพระครูกาแก้ว (ศรี) ได้เรียนวิชาการสร้างเชือกคาดเอวมาจากเจ้าอาวาสวัดบางกล้วย จ.สุราษฎร์ธานี ลักษณะจะไม่เหมือนเชือกคาดเอวของพระเกจิอาจารย์ภาคใต้ยุคหลัง เพราะเอาผ้ามาฉีกเป็นริ้วยาวๆ หลายเส้น แล้วลงอักขระไปตามแนวยาวของริ้วผ้า เวลาถักจะขมวดส่วนหัวก่อน จากนั้นก็ถักเป็นเกลียวไปตลอดจนถึงส่วนหางก็ขมวดปมอีกปมหนึ่ง เวลาถักเชือกก็จะบริกรรมคาถาไปพร้อมกัน

ทำแจกมาตั้งแต่ยังจำพรรษาที่วัดพระบรมธาตุ ต่อมาเมื่อท่านย้ายมาเป็นเจ้าอาวาสวัดดินดอนแล้วก็มีชาวบ้านตามมาขอเชือกคาดเอวจากท่านประจำ

มรณภาพอย่างสงบ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 16 ต.ค.2512 เวลา 15.00 น. สิริอายุ 93 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน