“พระครูพิศิษฐ์อรรถการ” หรือ “พ่อท่านคล้าย จันทสุวัณโณ” ผู้มีวาจาสิทธิ์แห่งเมืองใต้ อดีตเจ้าอาวาสวัดสวนขัน และวัดพระธาตุน้อย อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช ชาวเมืองคอนให้ความเลื่อมใสศรัทธา

เกิดในสกุล สีนิล เมื่อวันอังคารที่ 27 มี.ค.2419 ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีชวด ที่บ้านโคกกระทือ หรือบ้านโคกทือ หมู่ 10 ต.ช้างกลาง อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช (ปัจจุบันตำบล ช้างกลางอยู่ในอำเภอช้างกลาง)
ครอบครัวมีฐานะค่อนข้างดี พ่อมีความรู้เรื่องอักษรไทยและขอมเป็นอย่างดี จึงสอนเขียนอ่านให้ด้วยตัวเองที่บ้านจนมีความชำนาญ และยังได้ส่งไปเรียนคณิตศาสตร์ต่อยังสำนักของครูขำ


อายุประมาณ 14-15 ปี เดินทางไปอยู่กับพี่สาวและพี่เขยที่ ต.มะม่วงเอน อ.คลองท่อม จ.กระบี่
ต่อมาในปี 2438 เข้าพิธีบรรพชา โดยพระอธิการจัน อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกของวัดจันดี (ทุ่งปอน) ตั้งใจใฝ่เรียน ฝึกท่องพระปาฏิโมกข์จนชำนาญแคล่วคล่องแม่นยำ
ครั้นอายุครบ 20 ปี ในปี พ.ศ.2439 เข้าพิธีอุปสมบทที่อุทกุกเขปสีมา (ศาลาน้ำ) วัดวังม่วง โดยมีพระอาจารย์กราย คังคสุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดหาดสูง เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอาจารย์สังข์ สิริรตโน เจ้าอาวาสวัดไม้เรียง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์ทอง ปทุมสุวัณโณ เจ้าอาวาสวัดวังม่วง เป็นพระอนุสาวนาจารย์ และมีพระอาจารย์ล้อม ถิรโชโต เป็นผู้ให้สรณคมน์และศีลก่อนทำพิธีอุปสมบท ได้รับฉายาว่า จันทสุวัณโณ
หลังจากอุปสมบท อยู่จำพรรษาที่วัดจันดี ศึกษาพระธรรมวินัยและภิกขุปาฏิโมกข์จนแตกฉาน ต่อมาได้ไปศึกษาพระปริยัติธรรมกับพระครูกาแก้ว (ศรี) วัดหน้าพระบรมธาตุฯ อยู่ 2 ปี ศึกษา วิทยาคมจากพระอาจารย์กราย วัดหาดสูง ผู้เป็นพระอุปัชฌาย์จนแก่กล้า เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง
หลังจากนั้นเริ่มออกธุดงค์แสวงหาความวิเวกตามป่าเขาและถ้ำต่างๆ เพื่อศึกษาทางด้านปฏิบัติ นั่งสมาธิ นั่งกัมมัฏฐานอย่างจริงจัง ตามประวัติและหลักฐานที่ปรากฏแบกกลดท่องธุดงค์และเทศนาธรรมเผยแผ่พระพุทธศาสนาถึงดินแดนใต้สุดเมืองสยามตลอดจนประเทศมาเลเซีย โดยพำนักปักกลดที่วัดพุทธาธิวาส อ.เบตง จ.ยะลา
ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสวนขัน ต.ละอาย อ.ฉวาง ในปี พ.ศ.2445
สร้างคุโณปการไว้กับพระพุทธศาสนามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเผยแผ่หลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ สร้างศรัทธาปสาทะแก่พุทธศาสนิกชนให้เลื่อมใส และเข้าใจ อีกทั้งสร้างปูชนียวัตถุ ปูชนียสถานที่สืบทอดพระศาสนาอยู่จนทุกวันนี้คือองค์พระธาตุเจดีย์ฯ พระพุทธรูปตามวัดต่างๆ รวมทั้งศาสนสถานมากมาย ตลอดจนถาวรวัตถุสิ่งต่างๆ มากมาย อาทิ โรงเรียน ถนนหนทาง ขุดคลอง สร้างสะพานมากมายหลายแห่ง

พ.ศ.2492 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นตรี ในราชทินนามที่พระครูพิศิษฐ์อรรถการ
พ.ศ.2500 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม
นอกจากนี้ยังเป็นพระนักพัฒนา ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบและจะอ่อนน้อมถ่อมตนเสมอ พ.ศ.2475 เจ้าคุณพระศรีธรรม สาธน์ (เจ้าคุณพระรัตนธัชมุนี) ซึ่งเป็นพระราชาคณะได้นิมนต์ไปจำพรรษาและดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดจันดี เนื่องจากวัดจันดีไม่มีเจ้าอาวาสปกครอง
ในปี พ.ศ.2500 เนื่องจากมีการสร้างถนนผ่านกลางวัดจันดีหรือวัดทุ่งปอน ทำให้วัดถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ประชาชนได้ประชุมตกลงสร้างวัดใหม่ในเนื้อที่ที่แยกออกไป เรียกว่าวัดพระธาตุน้อย และแต่งตั้งให้พ่อท่านคล้ายเป็นเจ้าอาวาส
มรณภาพอย่างสงบ ณ ห้องหมายเลข 5 ตึกสุทธิสารรณกร โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เวลา 23.05 น. วันที่ 5 ธ.ค.2513
โดยเฉพาะ “เหรียญพ่อท่านคล้าย รุ่นแรก พ.ศ.2498” หรือรุ่นสองขอบ หรือพิมพ์ 2 ขอบ ซึ่งได้รับความนิยมในวงการพระเครื่อง
จัดสร้างเป็นเนื้อทองแดง ในปี พ.ศ.2498 ในโอกาสที่วัดสวนขันสร้างศาลาอเนกประสงค์
ลักษณะเป็นทรงกลมรูปไข่ มีหู ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนครึ่งองค์ เขียนข้อความว่า “หลวงพ่อคล้าย วัดสวนขัน รุ่น ๑” นัยน์ตาคมชัด มีไฝที่มุมปากด้านขวา มี 2 บล็อกคือ ไฝแตกและไฝไม่แตก ขอบมีรอยตัด มีเส้นแตกผ่านตัวอักษร “ค” ที่ชื่อของท่าน
ด้านหลังรูเจาะหูเหรียญปลิ้น ยันต์แต่ละตัวมีความคมชัด มีรอยขอบบล็อก จึงเรียกว่า “พิมพ์ 2 ขอบ”
เนื่องจากเป็นวัตถุมงคลรุ่นแรก ทำให้เป็นที่ต้องการในแวดวงอย่างมาก
ในบรรดาเหรียญคณาจารย์ดังของเมืองปักษ์ใต้ เหรียญพ่อท่านคล้ายถูกจัดวางให้เป็นอันดับต้น ฯ