วันเสาร์ที่ 30 ส.ค.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 66 ปี มรณกาล “หลวงพ่อโม ธัมมรักขิโต” วัดจันทนาราม ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท อดีตพระคณาจารย์ชื่อดังแห่งเมืองชัยนาท เจ้าของตะกรุดโทนอันโด่งดัง
เป็นชาวห้วยกรดโดยกำเนิด เกิดในสกุลคงเจริญ เมื่อปีมะเมีย พ.ศ.2413 ที่บ้านบางยายอ้น ต.ห้วยกรด อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท
บวชเณรตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนกระทั่งอายุครบ 20 ปีจึงอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดใหม่บำเพ็ญบุญซึ่งอยู่ใกล้บ้านท่าน โดยมีหลวงพ่อเถื่อน วัดใหม่บำเพ็ญบุญ เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อคง เป็นพระกรรมวาจาจารย์ หลวงพ่อโต วัดวิหารทอง เป็นพระอนุสาวนาจารย์
อยู่จำพรรษาที่วัดใหม่บำเพ็ญบุญ ได้ศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งภาษาไทยและภาษาบาลี เบื้องต้นได้ท่อง 7 ตำนาน 12 ตำนาน ได้เรียนภาษาขอม เรียนวิปัสสนากรรมฐานและวิทยาคมกับหลวงพ่อม่วง หลวงพ่อเถื่อน และหลวงพ่อคง ที่วัดใหม่บำเพ็ญบุญ ซึ่งเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ชาวห้วยกรดและจังหวัดชัยนาทให้ความเคารพนับถืออย่างมาก

ในยุคนั้นกิตติศัพท์ความเข้มขลังด้านวิทยาคมของหลวงพ่อโต วัดวิหารทอง เป็นที่กล่าวขวัญของชาวห้วยกรด จึงได้ไปเรียนวิชาอาคมกับหลวงพ่อโต ที่อำเภอสรรคบุรี เรียนรุ่นเดียวกับหลวงพ่อปลื้ม วัดสังฆาราม
หลวงพ่อคงเล็งเห็นว่าหลวงพ่อโมมีสติปัญญาดี เฉลียวฉลาด สนใจทางวิทยาคม ยาสมุนไพรและแพทย์แผนโบราณ หลวงพ่อคงจึงได้พาหลวงพ่อโมไปฝากกับอาจารย์ของท่านคือ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท เมื่อปีพ.ศ.2451
เป็นศิษย์ของหลวงปู่ศุข เรียนวิทยาคม ตำรายาสมุนไพรและตำราแพทย์แผนโบราณกับหลวงปู่ศุข เป็นเวลา 5 ปี จนกระทั่งในปีพ.ศ.2456 จึงเดินทางกลับวัดใหม่บำเพ็ญบุญ
ในขณะนั้นหลวงพ่อเถื่อนซึ่งเป็นเจ้าอาวาสวัดใหม่บำเพ็ญบุญได้มรณภาพ หลวงพ่อคงเป็นเจ้าอาวาสวัดใหม่บำเพ็ญบุญแทน
พ.ศ.2457 ญาติพี่น้องร่วมกันซื้อที่ดินติดวัดร้างเดิมรวมประมาณ 30 ไร่เพื่อสร้างวัดขึ้นใหม่เพื่อต้องการอานิสงส์ในการถวายที่ดิน ทั้งนี้ ชาวบ้านห้วยกรดให้ความศรัทธาในเรื่องความแก่กล้าทางคุณวิเศษและอาคม จึงได้นิมนต์หลวงพ่อโมจากวัดใหม่บำเพ็ญบุญเป็นเจ้าอาวาสรูปแรกของ “วัดจันทนาราม”
เป็นพระสมถะ มักน้อย สันโดษ มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย ภายหลังท่านได้รับตำแหน่งพระอุปัชฌาย์
หากมีเวลาว่างจะนั่งหลับตาทำสมาธิอยู่เสมอ นั่งสมาธิ ทำวัตรเช้าตั้งแต่ตี 4 ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงให้ความเคารพนับถือมาก และนำลูกหลานของตนมาให้ได้บวชมากมาย
กระทั่งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 ส.ค.2502 เวลาประมาณ 4 ทุ่ม มรณภาพอย่างสงบ
เหตุอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นคือ เต่าที่ได้เลี้ยงไว้ตัวใหญ่มากได้คลานขึ้นมาจากสระ แล้วหมอบนอนน้ำตาไหลข้างกุฏิของท่าน นกยูงและไก่ต๊อกที่ท่านเลี้ยงไว้ไม่ส่งเสียงร้อง ประหนึ่งว่าพวกสัตว์เหล่านั้นจะรับรู้ว่าหลวงพ่อโมที่มีความเมตตาต่อพวกมันได้จากไปเสียแล้ว
ในสมัยนั้นไม่มีการใช้ยาฉีดศพ แต่ศพของหลวงพ่อโมไม่มีการเน่าเปื่อย ถึงแม้ศพของท่านจะใส่ไว้ในโลงไม้ธรรมดาไว้นานเกือบปีโดยไม่ฝังดินก็ตาม
เมื่อวันที่ 15 มี.ค.2503 คณะกรรมการวัดจันทนารามได้จัดงานพิธีฌาปนกิจ