“วัดรวงผึ้งพัฒนา” หมู่ที่ 17 ต.คลองน้ำไหล อ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร เป็นวัดสำคัญของชาวอำเภอคลองลาน ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือเข้าวัดปฏิบัติธรรมกันอย่างไม่ขาดสาย นอกจากจะสงบร่มเย็นแล้ว ยังมีสถาปัตยกรรมที่งดงามไม่เหมือนใครอีกด้วย
ปัจจุบันมี พระครูวาปีวชิรกิจ (อุดม อุตตมวังโส) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสและเจ้าคณะตำบลคลองน้ำไหล เขต 1
ความสวยงามของวัดแห่งนี้อยู่ที่อุโบสถ ตกแต่งด้วยงานปูนปั้นสีทองอร่ามเป็นหลัก สลับสีแดง สีเขียว สีฟ้า สีดำ เป็นต้น ดูวิจิตรตระการตา

อีกหนึ่งเสน่ห์ของอุโบสถแห่งนี้ ประดับไปด้วยพระซุ้มกอ รอบอุโบสถทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงชั้นใต้ฐานพระประธานและชั้นใต้ดิน จำนวน 7,900 องค์
พระกำแพงซุ้มกอ จัดเป็นพระที่สุดยอดและเอกลักษณ์ของเมืองกำแพงเพชร เป็นพระอมตะ ทั้งพุทธศิลป์และพุทธคุณ ถูกจัดอยู่ในชุดเบญจภาคีที่สูงสุดของพระเครื่องเมืองไทย เป็นที่รู้จักแพร่หลาย จากพุทธคุณที่ปรากฏเด่นทางด้านโชคลาภโภคทรัพย์ จนมีคำพูดติดปากว่า “มีกูแล้วไม่จน”

ทำให้เป็นที่ปรารถนาของบรรดานักสะสมพระเครื่อง รวมไปถึงคหบดีใหญ่ นักการเมือง เช่นกัน ด้วยมีราคาเช่าบูชาสูง
เท่าที่พบสามารถแยกพิมพ์ได้หลากหลาย อาทิ พระกำแพงซุ้มกอพิมพ์ใหญ่ไม่มีกนก พระกำแพงซุ้มกอพิมพ์ใหญ่มีกนก พระกำแพงซุ้มกอพิมพ์กลาง พระกำแพงซุ้มกอพิมพ์ขนมเปี๊ยะ เป็นต้น

เป็นพระที่ทำจากเนื้อดินผสมว่านและเกสรดอกไม้ ทำจากเนื้อชิน มีพุทธลักษณะของซุ้มกอ อันเนื่องมาแต่รูปทรงสัณฐานขององค์พระนั่งขัดสมาธิมีลายกนกอยู่ด้านข้าง องค์พระนั่งประทับอยู่บนบัวเล็บช้าง มีขอบซุ้มโค้งมองดูคล้ายกับตัวอักษรไทย ก ไก่

กลายเป็นที่มาของชื่อเรียก “พระกำแพงซุ้มกอ”
พระซุ้มกอ เป็นวัตถุมงคลที่มีค่าที่สุดของจังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งมีความคิดที่สร้างอุโบสถไม่ใช้เป็นสังฆกรรมอย่างเดียว แต่มีความประสงค์ให้เป็นประติมากรรมของชาวจังหวัดกำแพงเพชรด้วย จึงนำพระซุ้มกอจากองค์เล็กๆ เป็นแม่แบบขยายให้ใหญ่ขึ้น ประดับโดยรอบทั้งภายนอกและภายในอุโบสถ ซึ่งอุโบสถแห่งนี้ก่อสร้างมา 8 ปีแล้ว ด้วยแรงศรัทธาพระภิกษุ-สามเณร และประชาชน

ทั้งนี้ วัดรวงผึ้งพัฒนา ประดับพระซุ้มกอ เป็นพระคู่บ้านคู่เมืองกำแพงเพชร เป็นที่เลื่องลือถึงความศักดิ์สิทธิ์และมีมนต์เสน่ห์ มีเอกลักษณ์ชวนให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวชมและสักการะเข้าวัดปฏิธรรม อิ่มบุญเป็นศูนย์รวมใจให้ทำความดี เป็นสิริมงคลยิ่ง

เป็นพระศิลปะสุโขทัยยุคต้น สร้างประมาณ พ.ศ.1900 สมัยพญาลิไท ขุดค้นพบหลายกรุ โดยครั้งแรกพบ ณ วัดพระบรมธาตุ โดยเจ้าประคุณสมเด็จพุฒาจารย์โต แห่งวัดระฆัง ต่อมา พ.ศ.2490 และ 2501 ก็พบอีกแต่ไม่มาก พ.ศ.2505 และ พ.ศ.2509 พบจากกรุวัดพิกุลทอง วัดฤาษี วัดหนองลังกาและวัดซุ้มกอ

ทั้งนี้ เมื่อปี พ.ศ.2392 เจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) แห่งวัดระฆัง ได้ไปเยี่ยมญาติที่เมืองกำแพงเพชร ได้พบศิลาจากรึกที่วัดเสด็จ จึงทราบว่ามีพระเจดีย์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปิง ฝั่งเมืองนครชุมเก่า ท่านจึงได้ดำริให้เจ้าเมืองออกสำรวจแล้วก็พบเจดีย์ อยู่ 3 องค์ อยู่ใกล้ๆ กัน แต่ชำรุดมาก จึงได้ชักชวนให้เจ้าเมืองรื้อพระเจดีย์เก่าทั้ง 3 องค์ รวมเป็นองค์เดียวกัน แต่เมื่อรื้อถอนแล้วจึงได้พบพระเครื่องสกุลกำแพงเพชรเป็นจำนวนมาก ทั้งที่ยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และแตกหักตามสภาพกาลเวลา
มีการบันทึกเรื่องราวสืบต่อมาว่า สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) นำพระกรุเก่าที่ค้นพบในองค์เจดีย์กลับเข้ากรุงเทพฯ ส่วนหนึ่ง พร้อมเศษอิฐหินและบันทึกใบลาน ก่อนนำมาสร้างพระสมเด็จวัดระฆังในกาลต่อมา
จนขึ้นชื่อลือกระฉ่อน ด้วยสร้างตามสูตรแบบเดียวกับการสร้างพระกำแพงซุ้มกอ