วันอังคารที่ 26 สิงหาคม 2568 สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สนิท ชวนปัญโญ) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก และเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม, สมเด็จพระมหาธีราจารย์ (ปสฤทธ์ เขมังกโร) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม และ สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี (ธงชัย ธัมมธโช) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานในพิธีสมโภช 100 ปี ชาตกาล สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) อดีตเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พระอารามหลวง อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตประธานสมัชชามหาคณิสสร อดีตที่ปรึกษามหาเถรสมาคม ณ ห้องรัตนจันทสรวรคุรุ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
โดยมีพระพรหมวชิรปัญญาจารย์ วัดราชโอรสาราม แสดงพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ จากนั้นพระพรหมกวี เจ้าอาวาสวัดกัลยาณมิตร กรรมการมหาเถรฯ และเจ้าคณะภาค 3 พร้อมพระสงฆ์สมณศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์
การนี้พระพรหมโมลี กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 5 และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ พระเถรานุเถระ พร้อมด้วยนายสมบัติ พิมพ์สอน ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ข้าราชการ ศิษยานุศิษย์ร่วมพิธี และข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติร่วมปฏิบัติงานพิธี

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์มีนามเดิมว่า ช่วง สุดประเสริฐ เกิดเมื่อวันที่ 26 ส.ค.2468 ที่บ้านเลขที่ 32 ต.ราชาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
อายุ 14 ปีเข้าพิธีบรรพชาที่วัดสังฆราชา เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดยมีพระครูศีลาภิรัต วัดลาดกระบัง เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2484 ย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดปากน้ำ โดยพระแจ่ม วัดสังฆราชา เป็นผู้นำมาฝากกับพระมงคลเทพมุนีและเข้าอุปสมบท เมื่อวันที่ 11 พ.ค.2488 ที่พัทธสีมาวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ โดยมีพระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน เกสโร) วัดนางชี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระมงคลเทพมุนี (สด จันทสโร) วัดปากน้ำ เป็นพระกรรมวาจาจารย์
ด้วยความขยันและตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างมุ่งมั่น จึงสอบได้มาโดยลำดับ เมื่อถึงชั้นสูง พระมงคลเทพมุนีนำไปฝากกับสมเด็จพระสังฆราช (ปลด กิตติโสภโณ) เพื่อให้ศึกษาในสำนักเรียนวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

พ.ศ.2497 หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นเปรียญธรรม 9 ประโยค จึงได้ไปรับตัวท่านกลับมาช่วยงานที่วัดปากน้ำ เพื่อสานต่องานและโครงการที่หลวงพ่อริเริ่มไว้
หลังการมรณภาพของหลวงพ่อสด ในเวลาต่อมาท่านจึงได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สืบต่อมาจนถึงกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์สร้างผลงานอันทรงคุณูปการในหลากหลายด้าน อาทิ งานบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ได้ก่อตั้ง “มูลนิธิหลวงพ่อสดวัดปากน้ำ” เพื่อนำดอกผลของมูลนิธิมาใช้ในการบำเพ็ญกุศลต่างๆ และได้จัดถวายทุนแก่สำนักศาสนศึกษา 72 แห่งทั่วประเทศ สำนักละ 1 แสนบาท นำไปตั้งเป็นทุนนิธิเพื่อการศึกษาปริยัติธรรมแผนกบาลี
ทั้งยังเป็นผู้ริเริ่มโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยให้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หมู่บ้านรักษาศีล 5 จนเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ
พ.ศ.2534 คณะสงฆ์มอบหมายให้ดำเนินการก่อสร้างอาคารหอสมุดแห่งพระพุทธศาสนามหาสิรินาถ ในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ 12 สิงหาคม 2535 ณ พุทธมณฑล อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม
ผลงานด้านการศึกษา พ.ศ.2491 เป็นกรรมการตรวจประโยคบาลีสนามหลวง พ.ศ.2537 เป็นแม่กองบาลีสนามหลวง

งานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในประเทศ เป็นประธานคณะพระธรรมจาริก ส่วนในต่างประเทศริเริ่มสร้างวัดไทยในสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและนิวซีแลนด์ เพื่อการเผยแผ่และปฏิบัติธรรมของชาวไทยและชาวต่างชาติ
ลำดับงานปกครองสงฆ์ พ.ศ.2500 เป็นพระอุปัชฌาย์ พ.ศ.2532 เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม พ.ศ.2537 เป็นเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พ.ศ.2548 เป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พ.ศ.2556 ประธานสมัชชามหาคณิสสร
ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2499 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระศรีวิสุทธิโมลี พ.ศ.2505 เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่พระราชเวที พ.ศ.2510 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวรเวที พ.ศ.2516 เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวรเวที พ.ศ.2530 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะ เจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏ ที่พระธรรมปัญญาบดี
พ.ศ.2539 ได้รับพระราชทานสถาปนาสมณศักดิ์ขึ้นเป็นสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ที่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
มรณภาพด้วยอาการสงบ วันที่ 9 ธ.ค.2564 เวลา 05.48 น. ด้วยโรคไตวายเรื้อรัง ที่ตึก 84 ปี ชั้น 6 โรงพยาบาลศิริราช
สิริอายุ 96 ปี พรรษา 76