วัดนาคูหาตั้งอยู่ในท้องที่หมู่ที่ 5 ต.สวนเขื่อน อ.เมือง จ.แพร่ เป็นวัดเล็กตั้งอยู่ในท่ามกลางหุบเขา ถูกห้อมล้อมด้วยขุนเขาสลับซับซ้อน อากาศบริสุทธิ์ มีท้องทุ่งนาสีเขียวขจี เป็นแหล่งเกษตรกรรมแบบผสมผสาน มีสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม และวิถีชีวิตที่กลมกลืนกับธรรมชาติ สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย มีอาณาเขตติดต่อ ทิศตะวันออกติดกับทุ่งนา ทิศเหนือติดลำห้วยแม่แคม ทิศตะวันตกและทิศใต้ติดกับทุ่งนา

เที่ยววัด-วันหยุด

พระมหาชาญชัย ชุตินธโร เจ้าอาวาสวัดนาคูหารูปปัจจุบัน เล่าถึงความเป็นมาของวัดนาคูหาว่า วัดนาคูหาเริ่มก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ.2443 จากคำบอกเล่าของพ่อเฒ่าเมือง ธรรมจิต อายุ 80 ปี ซึ่งได้เล่าว่า แต่เดิมไม่มีวัด ท่านจึงได้ชักชวนพ่อหนานจักรลาดไร่ พ่อหนานอุด อิสุปิน ซึ่งมีที่นาอยู่ติดกัน ร่วมกันเสียสละที่นาคนละส่วน สร้างวัดขึ้น เมื่อสร้างวัดเสร็จจึงได้ตั้งชื่อว่า “วัดนามอย” การก่อสร้างได้ทำแบบกันง่ายๆ พอเป็นวัดเป็นวาเท่านั้น เพราะชาวบ้านยังมีน้อย และได้นิมนต์พระจากที่อื่นมาอยู่เป็นการเริ่มต้น ต่อมาได้เปลี่ยนชื่อวัดว่า “วัดนาคูหา”

เที่ยววัด-วันหยุด

ส่วนหลักฐานทางวัตถุ ที่วัดนาคูหาได้เก็บไว้เป็นก้อนอิฐ ซึ่งเป็นหลักฐานทางวัตถุชิ้นเดียว ที่เก็บเอาไว้เมื่อคราวรื้อวิหารหลังที่ 2 เมื่อปี พ.ศ.2455 ซึ่งเป็นอักษรพื้นเมืองปรากฏอยู่บนก้อนอิฐ ซึ่งมีข้อความว่ามูลศรัทธา สามเณรหวันเป็นเก้า ก็ได้ปั้นมะดินกี่นี้ไว้ก่อสร้างวิหาร เดือน 4 เป็งปี จุลศักราช 1274

เที่ยววัด-วันหยุด

เมื่อเทียบจุลศักราช 1274 กับ พ.ศ.การสร้างวิหารหลังที่ 2 จะตรงกับ พ.ศ.2455 จากหลักฐานชิ้นนี้ กับการประมาณการของพ่อเฒ่าเมือง ธรรมจิตร ใกล้เคียงกับความเป็นจริงอย่างมาก วัดนาคูหาสร้างประมาณ 117 ปี แล้ว

 

ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อปี พ.ศ.2558 และประกอบพิธีฝังลูกนิมิต ผูกพัทธสีมา เมื่อปี พ.ศ.2559 บริเวณกลางทุ่งนาของวัดนาคูหา มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ หรือพระเจ้าตนหลวง นามว่า “พระพุทธเมตตามงคลคีรีมุนีประชานาถบรมศาสดา” ขนาดหน้าตักกว้าง 7 เมตร สูง 13 เมตร ศิลปะเชียงแสนประยุกต์ นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่กลางท้องทุ่งนา

เที่ยววัด-วันหยุด

พระเจ้าตนหลวง วัดนาคูหา ในพระหัตถ์ซ้ายถือลูกสมอ ซึ่งมีความหมายว่า ลูกสมอเป็นพุทธโอสถ สมุนไพรโอสถทิพย์ในสมัยพุทธกาล ยามพระพุทธองค์ทรงพระประชวร หรือพระสงฆ์อาพาธ มักเสวยหรือฉันสมอไทยเป็นยาหลัก จนได้รับยกย่องว่าเป็นพุทธโอสถ

เที่ยววัด-วันหยุด

ดังมีพระพุทธรูปปางทรงฉันสมอปรากฏเป็นหลักฐาน หรือตามพระราชประวัติของพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อพระองค์ประชวรครั้งสุดท้าย ก็เสวยผลสมอไทยเหลือไว้ครึ่งลูก และพระราชทานผลสมอไทยครึ่งลูกนั้นแด่พระสงฆ์เป็นทานครั้งสุดท้าย

ในพระไตรปิฎกกล่าวว่า ครั้งพุทธกาล มีภิกษุรูปหนึ่งอาพาธเป็นโรคผอมเหลือง ภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลเรื่องนี้แด่พระพุทธเจ้า พระองค์จึงตรัสอนุญาตแก่ภิกษุทั้งหลายว่า “ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ดื่มยาผลสมอดองน้ำมูตรโค” และยังได้เล่าถึงอดีตชาติของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เที่ยววัด-วันหยุด

ครั้งเสวยพระชาติเป็นพระหรีตกิทายกเถระ ว่า ท่านได้นำผลสมอถวายแด่พระสยัมภูพุทธเจ้า ทำให้ทรงบรรเทาพยาธิทั้งปวง จึงได้ทรงทำอนุโมทนาว่าด้วยการถวายเภสัชอันเป็นเครื่องระงับพยาธินี้ ท่านเกิดเป็นเทวดา เป็นมนุษย์ หรือจะเกิดในชาติอื่น จงเป็นผู้ถึงความสุขในที่ทุกแห่ง และท่านอย่าถึงความป่วยไข้ ฉะนั้น เพราะการถวายสมอนี่เอง ความป่วยไข้จึงมิได้เกิดแก่ท่านเลย นี้เป็นผลแห่งเภสัชทาน

เที่ยววัด-วันหยุด

ในวิหารวัดนาคูหายังมีพระพุทธรูปพระเจ้ายิ้ม และสมเด็จองค์ปฐมบรมจักรพรรดิทรงเครื่อง ให้ผู้ที่ไปนัสการขอพรพระเจ้าตนหลวงได้กราบไหว้

วัดนาคูหาและบ้านนาคูหายังเคยได้รับการคัดเลือกจากจังหวัดแพร่ เป็นหมู่บ้านโอท็อปนวัตวิถี ประจำปี พ.ศ.2561 ได้รับจัดสรรงบประมาณมาจำนวนหนึ่ง

วัดนาคูหาร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านได้ร่วมกันพัฒนาวัดและหมู่บ้านไปพร้อมกัน โดยมีการสร้างขัวแตะ (สะพาน) ยาวประมาณ 200 เมตร กว้างขนาด 1.90 เมตร ออกไปยังกลางทุ่งนา ให้ชาวบ้านเดินออกไปชมท้องทุ่งนาและนมัสการพระเจ้าตนหลวง สูดอากาศบริสุทธิ์ ชมลำห้วยแม่แคมที่ใสเย็น

สอบถามเส้นทางการเดินทางได้ที่วัดนาคูหา โทร. 06-4323-4838

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน