ฮีต 12 ครอง 14 ถือเป็นประเพณีและวัฒนธรรมของชาวภาคอีสาน หลังพระสงฆ์ปวารณาจำพรรษา 3 เดือน โดยเฉพาะชาวบ้านที่อยู่ใกล้ลำน้ำ จะจัดงานที่เกี่ยวข้องกับพระแม่คงคา เชื่อว่าเพื่อบูชาไฟและรอยพระพุทธบาทองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่เคยเสด็จมาโปรดสรรพสัตว์ที่อยู่ในลำน้ำ โดยเฉพาะแม่น้ำโขง

รายงานพิเศษ

งานประเพณีไหลเรือไฟ มีหลายจังหวัดที่จัดขึ้นในแม่น้ำโขง แต่ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ จัดติดต่อกันมานานกว่า 30 ปี จนกลายเป็นงานประเพณีสำคัญระดับประเทศ ที่นักท่องเที่ยวทั่วสารทิศหลั่งไหลมาชมงานนับแสนคน

จนปีนี้ยกระดับเป็นงานไหลเรือไฟโลก กลางแม่น้ำโขงที่ จ.นครพนม ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ในระหว่างวันที่ 27 ก.ย.-8 ต.ค.2568 รวม 12 วัน 12 คืน

รายงานพิเศษ

ประเพณีไหลเรือไฟนครพนม มีต้นกำเนิดมาแต่โบราณ เชื่อมโยงกับความเชื่อทางศาสนาและพุทธประวัติ เชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาท การสักการะท้าวพกาพรหม การบวงสรวงพระธาตุจุฬามณี การรำลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา และรำลึกถึงความศรัทธาต่อองค์พญานาค

รายงานพิเศษ

นอกจากนี้ ยังเชื่อว่าการไหลเรือไฟ เป็นการจุดไฟเพื่อเผาความทุกข์ยาก ให้ไหลลอยไปตามน้ำ เพื่อนำความทุกข์นั้นให้จากไป ปัจจุบันกลายเป็นประเพณีที่ชาว จ.นครพนม สืบทอดภูมิปัญญาในการสรรค์สร้างเรือไฟให้มีความวิจิตรตระการตา สะท้อนถึงวิถีชีวิตชาวลุ่มน้ำและเอกลักษณ์ของจังหวัดในช่วงเทศกาลออกพรรษา

รายงานพิเศษ

เรือไฟ หรือ เฮือไฟ หมายถึง เรือที่ทำด้วยท่อนกล้วย หรือไม้ไผ่ หรือ วัสดุที่ลอยน้ำ มีโครงสร้างเป็นรูปทรงต่างๆ ตามที่ต้องการ ซึ่งอยู่ในส่วนบนของวัสดุที่ลอยน้ำ เมื่อจุดไฟใส่ตามโครงสร้าง เปลวไฟจะลุกเป็นรูปร่างตามโครงสร้างนั้นๆ สมัยก่อนใช้ขี้ไต้และตะเกียงประดับประดาเป็นดวงไฟ ก่อนจุดให้สว่างไสว

ปัจจุบันวิวัฒนาการขึ้นโครงสร้างไม้ไผ่และโครงเหล็ก มีความยาว 80-10 เมตร มีความสูงเท่าตึก 7-10 ชั้นเลยทีเดียว และใช้กระป๋องกาแฟ หรือขวดเครื่องดื่มชูกำลังใส่ไส้ตะเกียงยาวชุบน้ำมัน ก่อนจุดให้เป็นดวงไฟทีละดวง ตามโครงสร้างก่อนกลายเป็นดวงไฟที่สว่างไสวตามโครงสร้างที่ออกแบบไว้แล้ว อาทิ เรือสุพรรณหงส์ เรืออนันตนาคราช มีส่วนประกอบเป็นรูปต่างๆ เช่น รูปพญานาค 7 เศียร พระพุทธเจ้า ปลา สาวกของพระพุทธเจ้า พระธาตุประจำวันเกิด พระธาตุพนม พระบรมสาทิสลักษณ์ และพระปรมาภิไธย เป็นต้น

รายงานพิเศษ

ก่อนจะปล่อยไหลล่องไปตามลำแม่น้ำโขง สว่างไสว ซึ่งจะมีการจุดพลุ ตะไล ไฟพะเนียง เป็นภาพที่ตราตรึงสะกดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-ลาว และชาวต่างประเทศให้หลั่งไหลมาชมความงดงามตระการตากลางแม่น้ำโขง ในคืนวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 11 ซึ่งปีนี้วันไหลเรือไฟตรงกับวันที่ 7 ต.ค.2568

งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 ก.ย.-8 ต.ค.68 ที่บริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง ตั้งแต่หน้าจวนผู้ว่าฯ นครพนม-หน้าวัดพระอินทร์แปลง ริมฝั่งแม่น้ำโขง ถนนสุนทรวิจิตร ความยาวร่วม 4 กิโลเมตร และที่บริเวณภายในศาลากลาง จ.นครพนม ซึ่งจัดควบคู่กับงานกาชาดจังหวัดไปด้วย จะมีมหรสพ คอนเสิร์ตศิลปินชื่อดัง การแสดงศิลปวัฒนธรรม ตลอด 12 วัน 12 คืนแล้วนั้น

รายงานพิเศษ

ภาคกลางวันระหว่างวันที่ 3-6 ต.ค. เทศบาลเมืองนครพนม ยังจัดงานแข่งเรือยาวออกพรรษาไหลเรือไฟ กลางลำแม่น้ำโขงตั้งแต่หน้าตลาดอินโดจีน-หน้าวัดพระอินทร์แปลง ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลรวมกว่า 570,000 บาท

รายงานพิเศษ

 

งานไหลเรือไฟโลกปีนี้ ถือเป็นการยกระดับงานประเพณีให้สู่สากล เพื่อรองรับรองสู่เมืองหลักด้านการท่องเที่ยว โดยได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาลจำนวน 25 ล้านบาท เพื่อจัดงานกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเทศกาลออกพรรษาของ จ.นครพนม ให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางมาชมความงามและประเพณีวัฒนธรรมของชาวภาคอีสาน

รายงานพิเศษ

นอกจากนี้ ทางจังหวัดยังจัดสร้างเรือไฟโชว์วันละ 4-5 ลำ ยาวลำละ 40-50 เมตร เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมตั้งแต่แรกของงานคือวันที่ 27 ก.ย.68 ทุกวัน พร้อมกระทงสาย หรือไข่พญานาค นับหมื่นดวง ระยิบระยับกระทบกับสายน้ำ ก่อนจะไหลเรือไฟยักษ์จริง 12 ลำในค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง วันที่ 7 ต.ค.68 ส่วนวันสุดท้าย วันที่ 8 ต.ค.68 ช่วงเช้าตรู่ยังจะมีพิธีตักบาตรเทโว บริเวณหน้าลานพญานาค

งานไหลเรือไฟ 1 ปีมีครั้ง ปีนี้ยิ่งใหญ่มากกว่าทุกปี “ไหลเรือไฟโลก” พลาดแล้วต้องรออีกทีปีหน้า

ชนะ วสุรักคะ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน