นายศรัญยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ในฐานะเจ้าเมืองเพชรบูรณ์พร้อมด้วย กรมการเมืองทั้ง 4 คือ ฝ่ายเวียง ได้แก่ พล.ต.ฐาวิรัฒน์ ยังน้อย ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 36 ฝ่ายวัง ได้แก่ นายกกชัย ฉายรัศมีกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ฝ่ายคลัง ได้แก่ ว่าที่ ร.ต.เสกสรร ปานถม ผู้จัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเมืองเพชรบูรณ์ และฝ่ายนา ได้แก่ ร.ต.ต.สุขสัณห์ ภิชัย นายกสมาคมเครือข่ายนักสื่อสารชุมชน อัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา พระคู่บ้านคู่เมืองของชาวจังหวัดเพชรบูรณ์ จากวัดไตรภูมิ แห่ลงเรือไปในลำน้ำป่าสัก ทวนกระแสน้ำขึ้นไป ณ วังมะขามแฟบ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร สถานที่แรกที่มีคนหาปลาพบองค์พระพุทธมหาธรรมราชา

โดยมีขบวนเรือนางฟ้านางสวรรค์ ที่ร่วมขบวนแห่ไปตามลำน้ำอย่างสวยงาม ท่ามกลางประชาชนและชาวเพชรบูรณ์กว่า 5,000 คน ที่มารอชมพิธีเต็มอัฒจันทร์ที่เตรียมไว้ เมื่อวันที่ 22 ก.ย.ที่บริเวณท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

ครั้นเมื่อมาถึงวังมะขามแฟบ ท่าน้ำวัดโบสถ์ชนะมาร นายวิทยา อาคมพิทักษ์ อดีตคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบวงสรวงเทพยาดา เสร็จแล้วพราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวงเทพยาดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์

จากนั้นเป็นพิธีอุ้มพระดำน้ำ โดยนายศรัญยู มีทองคำ ในฐานะเจ้าเมือง ซึ่งแต่งชุดไทยสีชมพูเข้ม พร้อมด้วยกรมการเมืองทั้ง 4 ฝ่ายที่แต่งกายชุดไทยสีม่วงอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชาลงดำน้ำยังบริเวณพิธีที่ได้จัดเตรียมไว้ โดยการดำน้ำจะดำ 2 ทิศ คือ ทิศเหนือและทิศใต้ ทิศละ 3 ครั้งก่อน-หลัง ตามคำเสี่ยงทายโดยปีนี้ครั้งแรกเป็นทิศใต้ ครั้งที่สองทิศใต้ ครั้งที่ 3 ทิศเหนือ ครั้งที่ 4 ทิศเหนือ ครั้งที่ 5 ทิศใต้และครั้งที่ 6 ทิศเหนือ

ขณะประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ นางฟ้านางสวรรค์รวมทั้งประชาชนที่มาร่วมพิธีต่างได้โปรยดอกดาวเรือง ดอกบัว ลงไปในน้ำ เพื่อเป็นการสักการบูชาองค์พระพุทธมหาธรรมราชา
เมื่อดำครบทั้ง 6 ครั้งแล้ว ได้อัญเชิญพระขึ้นเรือจากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ก็ได้โยนขนม ข้าวต้ม ขนมกระยาสารท ที่ได้ปลุกเสกแล้วให้กับประชาชนที่มาเข้าร่วมพิธี ซึ่งก็ได้เกิดปรากฏการณ์ร่มหงาน เพราะว่าแต่ละคนก็อยากที่จะได้สิ่งของอันเป็นมงคลจากผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์และจากนางฟ้านางสวรรค์ เป็นบรรยากาศที่มีแต่ความสุข สนุกสนาน

ประเพณีอุ้มพระดำน้ำ มีตำนานที่ถูกเล่าขานมานานเป็นประเพณีหนึ่งเดียวในโลกของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งได้ออกหาปลาในแม่น้ำป่าสัก แต่อยู่มาวันหนึ่งเกิดเหตุอัศจรรย์ขึ้น โดยกระแสน้ำในบริเวณวังมะขามแฟบ มีพรายน้ำผุดขึ้นมาทีละน้อยจนแลดูคล้ายน้ำเดือด จากนั้นกลายเป็นวังวนดูดเอาองค์พระพุทธรูปองค์หนึ่งลอยขึ้นมาเหนือน้ำ ทำให้ชาวประมงต้องลงไปอัญเชิญพระพุทธรูปขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่วัดไตรภูมิ

แต่ในปีถัดมาตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 วันประเพณีสารทไทย พระพุทธรูปดังกล่าวหายไป ชาวบ้านต่างพากันงมหา สุดท้ายไปพบพระพุทธรูปกลางแม่น้ำป่าสัก บริเวณที่พบพระพุทธรูปองค์นี้ในครั้งแรก กำลังอยู่ในอาการดำผุดดำว่าย จึงร่วมกันอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐานที่วัดไตรภูมิอีกครั้งหนึ่ง พร้อมร่วมกันถวายนามว่า “พระพุทธมหาธรรมราชา”

หลังจากนั้นต่อมาในวันสารทไทย หรือวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 เจ้าเมืองเพชรบูรณ์ จะประกอบพิธีอัญเชิญพระพุทธมหาธรรมราชา ลงประกอบพิธีดำน้ำเป็นประจำทุกปี โดยเชื่อว่าจะทำให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ไพร่ฟ้าประชาชนมีความสุข บ้านเมืองปราศจากโรคระบาดคุกคาม

จนกลายมาเป็นประเพณีอุ้มพระดำน้ำอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน
อารีย์ สีแก้ว