เมื่อเร็วๆ นี้ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) โดยกรมการศาสนา ร่วมงาน “เปิดพื้นที่ใหม่สู้โลกรวน ให้โลกรอด : ศาสนา นโยบาย และคนรุ่นใหม่” ณ วัดสระเกศ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยมีพระปัญญาวชิราภรณ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เป็นประธานในพิธีเปิด

ในการนี้ น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวเปิดงานพร้อมด้วย นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ศาสนาร่วมใจ สู้โลกรวน” และปาฐกถาพิเศษ “คุณธรรม นำสู้โลกรวน” โดย นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน)

นายชัยพลกล่าวว่า วิกฤต Climate Change ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ประเทศไทยได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งภัยพิบัติ น้ำท่วม ไฟป่า และความสูญเสียทางเศรษฐกิจ-สิ่งแวดล้อม แม้รัฐมีเป้า Net Zero 2065 แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน พลังแห่งศาสนาและศรัทธาสามารถเป็นแรงบันดาลใจในการดูแลธรรมชาติ ศาสนาต่างๆ ล้วนสอนให้เคารพสิ่งแวดล้อม เช่น ศาสนาพุทธ : ธรรมชาติไม่แบ่งแยกมนุษย์ ศาสนาอิสลาม : มนุษย์มีหน้าที่ใช้ทรัพยากรอย่างพอดี ศาสนาคริสต์ : ต้องรักษาสมดุลและฟื้นฟูดิน ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู : โลกทั้งปวงคือครอบครัวเดียวกัน และศาสนาซิกข์ : อากาศคือนาย น้ำคือบิดา แผ่นดินคือมารดา หากศาสนิกทั้ง 5 ศาสนาร่วมมือกัน เช่น ปลูกต้นไม้ ลดก๊าซเรือนกระจก ใช้พลังงานสะอาด จะเป็นทั้งการช่วยโลกและสัญลักษณ์ความสมานฉันท์ ขณะเดียวกันยังสนับสนุนเป้าหมายนโยบายรัฐ เช่น BCG Economy และ Carbon Neutrality

สิ่งสำคัญคือ การส่งต่อแนวคิดนี้สู่เยาวชน เพราะคนรุ่นใหม่คือพลังเปลี่ยนแปลงอนาคต การเริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ เช่น ลดใช้ทรัพยากร ปลูกต้นไม้ แบ่งปันแนวคิดรักษ์โลก เมื่อรวมพลังกันจะช่วยโลกให้รอดได้

นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากผู้นำศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ได้แก่ ศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ ร่วมประกาศเจตนารมณ์ “พลังศาสนา วัฒนธรรม นำสู้โลกรวน ให้โลกรอด” แสดงวิสัยทัศน์ผสานหลักคำสอนศาสนากับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างศาสนาและสังคมไทยในการก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ พร้อมทั้งเวทีเสวนาร่วมระหว่างนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม ผู้นำนโยบาย และเครือข่ายเยาวชน ภายใต้แนวคิด “ศรัทธา-นโยบาย-การลงมือทำ” พร้อมจัดนิทรรศการและนำเสนอนวัตกรรมสิ่งแวดล้อมโดยคนรุ่นใหม่ เพื่อสะท้อนบทบาทของเยาวชนในการเป็น “ผู้นำการเปลี่ยนแปลง”

อธิบดีกรมการศาสนากล่าวทิ้งท้ายว่า การเผชิญกับวิกฤตโลกรวนจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน หากศาสนาเป็นแรงบันดาลใจ นโยบายเป็นแนวทาง และคนรุ่นใหม่เป็นพลังขับเคลื่อน ความหวังที่จะให้โลกใบนี้รอดพ้นจากวิกฤตยังคงเป็นไปได้ พร้อมส่งต่อโลกที่น่าอยู่ให้แก่คนรุ่นต่อไป

ทั้งนี้ กรมการศาสนามีนโยบายสนับสนุนการดำเนินงานดังกล่าว โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนโครงการ “เปิดพื้นที่ศาสนสถานสีเขียว” เพื่อเป็นแบบอย่างด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการอยู่ร่วมกันอย่างยั่งยืน โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ การปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มออกซิเจนและลดคาร์บอน การปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อเป็นแหล่งอาหารภายในชุมชน การลดและคัดแยกขยะอย่างเป็นระบบเพื่อลดมลพิษ

รวมทั้งการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากฟอสซิล เป็นต้น และจัดกิจกรรมสำหรับเยาวชน “ธรรมะวัยใส หัวใจสีเขียว” เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีความรู้ความเข้าใจด้านการรักษา สิ่งแวดล้อมผ่านการบูรณาการหลักธรรมทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมไทย ส่งเสริมให้เกิดความตระหนักรู้และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เพื่อให้โลกสามารถอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้อย่างยั่งยืน