“หลวงปู่นิล อิสสริโก” หรือ “พระครูนครธรรมโฆสิต” แห่งวัดครบุรี อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา เป็นพระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวเมืองโคราช

เกิดในสกุล แหวนครบุรี เมื่อวันที่ 11 ก.พ.2444 ตรงกับวันพุธขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ปีขาล ตรงกับวันมาฆบูชา

ในวัยเด็กศึกษาเล่าเรียนโรงเรียนวัดครบุรี พออ่านออกเขียนได้ แต่ก่อนโรงเรียนประชาบาลยังไม่มี ต้องอาศัยพระสงฆ์เป็นครูสอนหนังสือ เรียนกันกลางศาลาวัด จากนั้นก็ออกมาช่วยทางบ้านทำนาหาเลี้ยงชีพ

ครั้นพอโตเป็นหนุ่ม มีอุปนิสัยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ช่วยงานเพื่อนบ้าน จนเป็นที่รัก

อายุครบเกณฑ์ได้รับหมายเรียกเกณฑ์ทหารจับได้ใบแดงต้องเป็นทหารเกณฑ์อยู่ 2 ปี หลังปลดเกณฑ์เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2465 ที่พัทธสีมาวัดนกออก โดยมีหลวงปู่กลิ่น วัดนกออก เป็นพระอุปัชฌาย์, พระอธิการพรหม วัดป่าเลไลย์ เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อแก้ว วัดนกออก เป็นพระอนุสาวนาจารย์

มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรม สามารถสอบได้นักธรรมตรี จากนั้นได้หันมาศึกษาวิปัสสนากัมมัฏฐาน โดยไปร่ำเรียนวิชาจากพระอาจารย์หลายรูป อีกทั้งยังได้เรียนวิชาสมุนไพรต่างๆ สำหรับการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ ด้วยสมัยก่อนนั้นแพทย์แผนปัจจุบันยังมีน้อยและยามีราคาแพงมาก

ได้ตำรายาสมุนไพร พร้อมศึกษาวิทยาคมจากพี่ชาย ก่อนไปศึกษาเพิ่มเติมจากหลวงปู่น้อย วัดบ้านไผ่

รายงานพิเศษ

รักษาคนไข้ รวมทั้งได้ศึกษาวิทยาคมจากหลวงพ่อน้อย วัดบ้านไผ่ อ.ครบุรี และหลวงพ่อโต วัดปอแดง จนมีวิทยาคมเข้มขลัง

กิจวัตรประจำวันจะตื่นขึ้นมาตอนตี 2 ทุกวันไม่มีขาด ขึ้นมาทำน้ำมนต์ใส่โอ่งมังกรที่หน้ากุฏิ ก่อนนั่งวิปัสสนากัมมัฏฐาน รุ่งเช้าท่านสวดมนต์ออกบิณฑบาต

ช่วงบ่ายรักษาผู้เจ็บป่วย ช่วงค่ำลงอุโบสถทำวัตรเย็น ตกดึกพักผ่อนจำวัด กลางดึกตื่นขึ้นมานั่งสมาธิวิปัสสนาเป็นเช่นนี้ตลอด รายได้จากการรักษาผู้ป่วยท่านนำมาสร้างวัดทั้งหมด วัดครบุรีเจริญรุ่งเรืองเพราะหลวงปู่นิลโดยแท้

ได้รับการแต่งตั้งจากคณะสงฆ์ให้เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อปี พ.ศ.2482 อีกทั้งได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ “พระครูนครธรรมโฆสิต” ในเวลาต่อมา

สำหรับวัตถุมงคลขที่คณะศิษย์ได้ร่วมกันจัดทำออกมาครั้งแรก เป็นรูปถ่ายขาวดำขนาด 1 นิ้ว เนื่องในโอกาสฉลองพัดยศพระครูนครธรรมโฆสิต นอกจากนี้ ได้สร้างพระสมเด็จเนื้อผงพุทธคุณสี่เหลี่ยม ด้านหน้าเป็นพระปฏิมาประทับบนฐาน 7 ชั้น ด้านหลังยันต์

รายงานพิเศษ

หลังจากนั้นก็จัดสร้างวัตถุมงคลออกมา ทั้งเหรียญรูปเหมือน พระกริ่ง รูปเหมือนลอยองค์ สีผึ้งเจ็ดอังคาร ตะกรุดมหาอำนาจหนังเสือ เป็นต้น

เป็นพระเกจิที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากชาวเมืองโคราช ถึงกับขนานนามท่านว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งเมืองโคราชตอนใต้”

ทั้งนี้เมืองโคราชแบ่งออกเป็นสองฝั่ง แบ่งเขตจากอำเภอเมือง ฝั่งทิศเหนือเรียกว่า ฝั่งเหนือ ส่วนฝั่งทิศใต้จากอำเภอเมืองนครราชสีมาลงมา เรียกว่า ฝั่งใต้

รายงานพิเศษ

หลวงปู่นิล อิสสริโก

 

พระเกจิดังฝั่งทิศเหนือ คือ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แห่งวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้รับฉายาว่า “เทพเจ้าแห่งเมืองโคราชตอนเหนือ”

บรรดาเซียนพระต่างก็ให้ฉายาว่า สิงห์เหนือ กับ เสือใต้ ทั้งสองรูปมีวิทยาคมเข้มขลังมากบารมี โดยเฉพาะเรื่องวิทยาคมไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน หลวงพ่อคูณโด่งดังในด้านฝังตะกรุดใต้ท้องแขนและวิชาอยู่ยงคงกระพันเป็นเลิศ ส่วนหลวงปู่นิลโด่งดังเรื่องอยู่ยงคงกระพัน

สมัยนั้นหลวงพ่อคูณเริ่มมีชื่อเสียงใหม่ๆ แต่หลวงปู่นิลนั้นมีชื่อเสียงมานานแล้ว

จนมาวันหนึ่ง ประสบอุบัติเหตุรถที่นั่งไปเสียหลักตกข้างทาง ทำให้ได้รับบาดเจ็บศีรษะแตก ต้องนำส่งโรงพยาบาล

ปรารภเหตุการณ์ครั้งนี้ ว่า “มันเป็นกฎแห่งกรรม เมื่อมีขึ้นก็ต้องมีลง และเรื่องอุบัติเหตุนั้นเป็นเคราะห์กรรมของอาตมา”

ละสังขารเมื่อวันที่ 15 ส.ค.2537 สิริอายุ 92 ปี 6 เดือน พรรษา 72

เมื่อครั้งยังมีชีวิต ท่านจัดสร้างวัตถุมงคลไว้หลายประเภท ซึ่งล้วนได้รับความนิยมในแวดวงนักนิยมสะสมเหรียญคณาจารย์

แต่ที่ได้รับความนิยมสูง คือ เหรียญหลวงปู่นิล รุ่นฉลองอายุครบ 6 รอบ 72 ปี สร้างเมื่อปี พ.ศ.2516

ลักษณะเป็นทรงรูปไข่ เนื้อทองแดงรมดำ สร้างประมาณ 10,000 เหรียญ

ด้านหน้าเป็นรูปเหมือนท่านครึ่งองค์ เขียนว่า “พระครูนครธรรมโฆษิต” ด้านล่างเขียนว่า “วัดครบุรี”

ด้านหลังเป็นยันต์สี่เหลี่ยม ด้านบนเขียนว่า “ครบ ๖ รอบ” ด้านล่างเขียนว่า “พ.ศ.๒๕๑๖” ซึ่งท่านอธิษฐานจิตปลุกเสกเดี่ยว ทำให้ได้รับการยอมรับจากวงการพระเครื่อง

กลายเป็นเหรียญที่มีค่านิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลา ผู้มีไว้ครอบครองต่างหวงแหน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน