วันศุกร์ที่ 31 ต.ค.2568 เป็นวันมงคล “พระพรหมวชิราธิบดี (พีร์ สุชาโต)” จะมีอายุครบ 95 ปี คณะศิษย์ผู้ใกล้ชิดและญาติโยมผู้เลื่อมใสจะร่วมจัดงานมุทิตาจิตฉลองอายุวัฒนมหามงคล

ปัจจุบัน สิริอายุ 95 ปี พรรษา 75 ดำรงตำแหน่งอธิบดีสงฆ์วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กรุงเทพฯ, ที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายกสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)

มีนามเดิมว่า พีร์ ผ่องสุภาพ เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 31 ต.ค.2473 ที่หมู่ที่ 5 ต.บ้านแค อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา บิดา-มารดาชื่อ นายคำ และ นางเจริญ ผ่องสุภาพ ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา

ในวัยเยาว์เรียนหนังสือที่โรงเรียนราษฎร์สุธานุสรณ์ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก็ออกมาช่วยครอบครัวทำนา

ยามว่างมักติดตามบิดา-มารดาเข้าไปทำบุญที่วัดเป็นประจำ ทำให้มีจิตใจฝักใฝ่ในพระพุทธศาสนา

อายุครบ 20 ปีเข้าพิธีอุปสมบทที่พัทธสีมาวัดบ้านแค เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2493 มีพระโพธิวงศาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดอ่างทอง วัดอ่างทอง ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.อ่างทอง เป็นพระอุปัชฌาย์ และพระวิกรมมุนี วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “สุชาโต” หมายความว่า ชาติกำเนิดที่ดีงาม

ทันทีที่ได้รับโอกาสในการศึกษา ตั้งใจศึกษาพระปริยัติธรรมด้วยความมุ่งมั่น สามารถสอบได้นักธรรมชั้นตรี-โท-เอก ตามลำดับ

เมื่อย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดมหาธาตุฯ ศึกษาพระปริยัติธรรมเพิ่มเติม จนสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค

นอกจากนี้ ยังมิได้หยุดนิ่งในการศึกษาเพิ่มเติม ได้เดินทางไปศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแห่งประเทศอินเดีย และสำเร็จการศึกษาสาขาวิชาพระพุทธศาสนา ครั้งเดินทางกลับประเทศไทยเข้ามาช่วยปฏิบัติศาสนกิจ

ผ่านการปฏิบัติศาสนกิจสำคัญต่างๆ มากมาย อาทิ งานเผยแผ่พระพุทธศาสนา เคยเป็นผู้ช่วยพระธรรมทูตสายต่างประเทศ ปฏิบัติศาสนกิจ ณ ประเทศอังกฤษ และได้รับอาราธนาไปแสดงพระธรรมเทศนาที่สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยในงานการกุศลต่างๆ ตลอดจนถึงแสดงพระธรรมเทศนาในวันธรรมสวนะและวันอาทิตย์

เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ของวัดมหาธาตุฯ ที่เอาใจใส่ในกิจการงานของวัดด้วยดีตลอดมา ดังจะเห็นได้จากตำแหน่งหน้าที่ต่างๆ ที่รับภารธุระอยู่ ทุกประการล้วนต้องอาศัยความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ พร้อมทั้งความตั้งใจจริงอย่างดียิ่งทั้งนั้น

ด้วยวัดมหาธาตุฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอกชนิดราชวรมหาวิหารที่มีความเก่าแก่ และเป็นวัดที่มีพระภิกษุสามเณรอยู่จำพรรษามาก สิ่งสำคัญที่วัดพยายามสนับสนุนส่งเสริมเรื่องการศึกษาและการปฏิบัติธรรม รวมทั้งยังตั้งเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์คือ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)

ด้านการศึกษาจะเห็นได้ว่าสถิติทางการศึกษาที่ผ่านมาวัดมหาธาตุฯ มีสถิติที่อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจตลอดมา

ย้อนไปในปี พ.ศ.2550 พิจารณาเห็นว่าพระมณฑปทรุดโทรมมากแล้ว จึงได้เชิญชวนคณะสงฆ์วัดมหาธาตุฯ พร้อมทั้งอุบาสก อุบาสิกา และชาวพุทธ ร่วมบูรณปฏิสังขรณ์

เมื่อวันเสาร์ที่ 3 มี.ค.2550 ตรงกับวันมาฆบูชา ซึ่งเป็นการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในมงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในปีนั้นอีกด้วย

ลำดับงานปกครองคณะสงฆ์ พ.ศ.2532 เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ พ.ศ.2535 เป็นพระอุปัชฌาย์และเป็นหัวหน้าพระวินยาธิการ กรุงเทพฯ

พ.ศ.2544 เป็นเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2548 เป็นเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

พ.ศ.2554 เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร

ลำดับสมณศักดิ์ พ.ศ.2535 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระเมธีธรรมาจารย์ พ.ศ.2540 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราชที่ พระราชเมธี พ.ศ.2545 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นเทพที่ พระเทพเมธี พ.ศ.2549 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นธรรมที่ พระธรรมสุธี

พ.ศ.2559 ได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏที่ พระธรรมปัญญาบดี

พ.ศ.2565 ได้รับพระราชทานราชทินนามเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองในราชทินนามที่ พระพรหมวชิราธิบดี

ดำรงสมณเพศและประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว อุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน