กระทบ ต่อเนื่อง การเดิน คารวะ แผ่นดิน ไปถึง พลังประชารัฐ

กระทบ ต่อเนื่อง การเดิน คารวะ แผ่นดิน ไปถึง พลังประชารัฐ

กระทบ ต่อเนื่อง การเดิน คารวะ แผ่นดิน ไปถึง พลังประชารัฐ

กระทบ ต่อเนื่อง การเดิน คารวะ แผ่นดิน ไปถึง พลังประชารัฐ – บังเกิดการเปรียบเทียบอย่างแน่นอนระหว่างการเดินสายไปยังย่านประตูน้ำของพรรคเพื่อไทยที่นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับปฏิบัติการ “เดินคารวะแผ่นดิน” ของพรรครวมพลังประชาชาติไทยที่นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ยิ่งเมื่อนำภาพการออกเดินสาย “ต่างจังหวัด” มาวางเรียงเคียงข้าง

ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายไปยังตลาดปราจีนบุรี ตลาดฉะเชิงเทรา ของ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไม่ว่าจะเป็นการเดินสายไปยังอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารีของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ที่นครราชสีมา

บรรยากาศและเสียง “ขานรับ” แตกต่างกัน

อย่าว่าแต่จะนำ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ไปเทียบกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เลย แม้กระทั่งเมื่อนำไปเทียบกับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ก็แตกต่างราวขาวกับดำ

ทำไม

คําตอบที่ตรงเป้าที่สุดก็คือ การเดินสายของพรรค เพื่อไทยที่นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ กับ การเดินสายของพรรคอนาคตใหม่ที่นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ

เป็นการเดินเพื่อ “ขาย” ความหวังใหม่อันได้จาก การเลือกตั้ง

ขณะที่การเดินสายของพรรครวมพลังประชาชาติไทย ที่นำโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แม้จะพยายามนำเสนอความหวังใหม่แต่ก็เป็นความหวังใหม่อันยึดโยงกับ “อดีต”

โดยเฉพาะอดีตก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557

เป็นอดีตที่มีภาพเจนตาอย่างยิ่งว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เคยนำ “มวลมหาประชาชน” เดินสายเพื่อรับบริจาคเงินจากชาวบ้านพร้อมกับนำเสนอคำขวัญ

“ปฏิรูป” ก่อน “เลือกตั้ง”

คําว่า “ปฏิรูป” ก่อน “เลือกตั้ง” นี่แหละที่กำลัง สร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างสูงให้กับชาวบ้าน เพราะว่า คสช.เสนอตัวเองเข้ามาพร้อมกับคำ “ปฏิรูป”

นั่นก็คือ รับแผนต่อจาก นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

ความละเอียดอ่อนเป็นอย่างยิ่งก็คือ จากเดือนพฤษภาคม 2557 กระทั่งมาถึงเดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นเวลา 5 ปีเศษผลเป็นอย่างไร สร้างความพอใจ หรือสร้างความหงุดหงิด

ต้องยอมรับว่า การตั้งคำถามต่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ นั่นแหละคือคำตอบ ยิ่งการประกาศคืน “นกหวีด” ให้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ยิ่งเท่ากับผิดหวัง

ผลสะเทือนของ “เดินคารวะแผ่นดิน” จึงกว้างไกล

คําตอบสำหรับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และสำหรับพรรครวมพลังประชาชาติไทยนั้นเด่นชัด ตรงไปตรงมาอย่างยิ่งว่าคืออะไร

แต่ความหวาดเสียวยังเป็นผลในลักษณะ “ข้างเคียง”

ทำท่าว่าอาจจะไม่สะเทือนต่อพรรครวมพลังประชา ชาติไทยเท่านั้น หากแต่ลูกแคนนอนยังกระทบไปยังพรรค พลังประชารัฐอย่างมิอาจปฏิเสธได้

เพราะ “พลังประชารัฐ” คือ “คสช.” มิใช่หรือ

อ่านวิเคราะห์การเมืองเรื่องอื่นๆ

 

บทความก่อนหน้านี้ทราเวลโลก้าชี้ ตลาดท่องเที่ยวไทยโตได้อีก 5 เท่าในปี’68 สร้างรายได้ 19-20% ต่อจีดีพี
บทความถัดไปอยากสวยแต่เสี่ยงตาย! ตร.ล่อมาจับ‘พยาบาล-สาวคลินิก’เปิดกลุ่มรับฉีดหน้าราคาเบาๆ(คลิป)